๑
อรรถกถาแปลไทย
๙. อรรถกถาปิณฑปาตปาริสุทธิ
ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตรขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-
ในบทเหล่านั้น คำว่า จากการหลีกเร้น คือ จากผลสมาบัติ.
คำว่า ผ่องใสแล้วนี้ ท่านกล่าวด้วยอำนาจโอภาส.
จริงอยู่ ภิกษุที่ออกจากผลสมาบัติมีโอกาสที่ประสาททั้ง ๕ ตั้งอยู่ผ่องใส ผิวพรรณก็หมดจด เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวอย่างนั้น.
คำว่า ด้วยสุญญตวิหาร คือ ด้วยธรรมเครื่องอยู่ คือผลสมาบัติที่มีความว่างเปล่าเป็นอารมณ์.
คำว่า มหาปุริสวิหาร ได้แก่ ธรรมเครื่องอยู่ของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวกผู้ใหญ่ของพระตถาคตเจ้าผู้เป็นมหาบุรุษ.
ในคำเป็นต้นว่า เยน จาหํ มคฺเคน ได้แก่ ทางที่เริ่มตั้งแต่วัดไปจนถึงเสาเขื่อนแห่งบ้าน นี้ชื่อว่าทางเข้า. ประเทศที่เข้าไปภายในหมู่บ้านเที่ยวไปตามลำดับเรือนจนถึงออกทางประตูเมือง นี้ชื่อว่าประเทศที่พึงเที่ยวไป. ตั้งแต่นอกเสาเขื่อนมาจนถึงวัด นี้ชื่อว่าทางกลับ.
คำว่า หรือแม้ความกระทบกระทั่งทางใจ ความว่า อะไรๆ ที่เกิดจากกิเลส เหตุให้กระทบกระทั่งจิต มีหรือไม่มี.
คำว่า ผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน คือ ผู้ตามศึกษาอยู่ตลอดวันตลอดคืน.
ในคำเป็นต้นว่า เราละกามคุณ ๕ แล้วหรือหนอแล ความว่า การพิจารณาของภิกษุรูปหนึ่งก็แตกต่างกันไป. การพิจารณาของภิกษุอื่นๆ ก็ไม่เหมือนกัน.
อย่างไร.
จริงอยู่ ภิกษุรูปหนึ่งกลับมาจากบิณฑบาต ในปัจฉาภัตเก็บบาตรจีวรมานั่งในโอกาสอันเงียบสงัด แล้วพิจารณาอยู่ว่า เราได้ละกามคุณ ๕ แล้วหรือหนอแล. เธอทราบว่ายังละไม่ได้ จึงประคองความเพียรถอนราคะที่เกี่ยวกับกามคุณทั้ง ๕ ด้วยอนาคามิมรรค ออกจากนั้นแล้วก็พิจารณาผลถัดจากมรรค พิจารณามรรคถัดจากผลอยู่ รู้ดีว่า ละได้แล้ว.
แม้ในนีวรณ์เป็นต้น ก็นัยเดียวกันนี้แหละ.
แต่การละนีวรณ์เหล่านี้เป็นต้น ย่อมมีด้วยอรหัตมรรค. การพิจารณาต่างๆ ของภิกษุรูปหนึ่ง ย่อมมีด้วยวิธีนี้. สำหรับในการพิจารณาเหล่านี้ ภิกษุรูปอื่นย่อมพิจารณาหลักสำหรับพิจารณาอย่างหนึ่ง ภิกษุรูปอื่นก็อีกอย่างหนึ่ง ดังกล่าวมานี้. การพิจารณาต่างๆ ของภิกษุต่างรูปกัน ย่อมมีด้วยประการฉะนี้.
คำที่เหลือทุกแห่งตื้นแล.
จบอรรถกถาปิณฑปาตปาริสุทธิสูตรที่ ๙ ----------------------------------------------