This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释39 行1 个版本

อรรถกถาปทุมปุปผสูตรที่ ๑๔

พึงทราบวินิจฉัยในปทุมปุปผสูตรที่ ๑๔ ต่อไปนี้ :-

บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เทวดานั้นเห็นภิกษุนั้นจับก้านดอกบัวน้อมมา (ดม) จึงคิดว่า ภิกษุนี้เรียนกัมมัฏฐานในสำนักของพระศาสดาแล้วเข้าป่า เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม จะพิจารณาเอากลิ่นเป็นอารมณ์ ภิกษุนี้นั้น วันนี้ดมกลิ่นแล้ว แม้ในวันพรุ่งนี้ แม้ในวันมะรืนนี้ก็จักดมกลิ่น ตัณหาในกลิ่นนั้นของภิกษุนั้น เพิ่มพูนขึ้นแล้ว จักยังประโยชน์ในชาตินี้และในชาติหน้าให้พินาศ เมื่อเราเห็นอยู่ ภิกษุนี้อย่าพินาศเลย เราจักเตือนท่าน ดังนี้แล้ว จึงเข้าไปพูด.

บทว่า เอกงฺคเมตํ เถยฺยานํ ความว่า นี้เป็นองค์หนึ่ง คือเป็นส่วนหนึ่งแห่ง ๕ ส่วนมีรูปารมณ์เป็นต้นที่พึงลักเอา.

บทว่า น หรามิ แปลว่า ไม่ถือเอาไป.

บทว่า อารา คือ ภิกษุกล่าวว่า เราจับก้านในที่ไกลน้อมมายืนดมอยู่ในที่ไกล.

บทว่า วณฺเณน แปลว่า เพราะเหตุ.

บทว่า ยฺวายํ ตัดบทว่า โย อยํ (แปลว่า นี้ ใด). ได้ยินว่า เมื่อภิกษุนั้นกำลังพูดกับเทวดา ดาบสคนหนึ่งก็ลงไปขุดเหง้าบัวเป็นต้น. ท่านกล่าวหมายเอาความนั้น.

บทว่า อากิณฺณกมฺมนฺโต คือ มีการงานไม่บริสุทธิ์อย่างนี้.

บาลีว่า อขีณกมฺมนฺโต บ้าง ความว่า มีการงานหยาบคาย.

บทว่า น วุจฺจติ ความว่า เพราะเหตุไร จึงไม่กล่าวว่า ขโมยกลิ่น หรือว่าขโมยดอกไม้.

บทว่า อากิณฺณลุทฺโธ คือ มีความชั่วมาก หรือว่ามีความชั่วช้า.

บทว่า อติเวลํว มกฺขิโต ความว่า บุรุษนี้ผู้เปื้อนด้วยกิเลสมีราคะและโทสะเป็นต้น เหมือนอย่างผ้าเศร้าหมองที่แม่นมนุ่งแล้ว เปื้อนด้วยอุจจาระปัสสาวะ ฝุ่นเขม่า และเปือกตมเป็นต้น.

บทว่า อรหามิ วตฺตเว แปลว่า ควรกล่าว.

ได้ยินว่า การเตือนของเทวดาก็เช่นกับคำสอนของพระสุคต. บุคคลเลวน้อมไปเลวและปฏิบัติผิด ย่อมไม่ได้รับการเตือนนั้น. ส่วนบุคคลควรแก่มรรคผลในอัตภาพนั้น ย่อมได้การเตือนนั้น. เพราะฉะนั้น จึงกล่าวอย่างนี้.

บทว่า สุจิคเวสิโน คือ ผู้แสวงหาศีลสมาธิและญาณที่สะอาด.

บทว่า อพฺภามตฺตํว คือ เหมือนสักว่าก้อนเมฆ.

บทว่า ชานาสิ ได้แก่ รู้ว่าผู้นี้บริสุทธิ์.

บทว่า วชฺชาสิ แปลว่า พึงกล่าว.

บทว่า เนว ตํ อุปชีวามิ ความว่า ได้ยินว่า ภิกษุนี้คิดว่า มีเทวดาผู้หวังดีแก่เราจักเตือนจักชี้แจงเอง ดังนี้ จึงประกอบความประมาทว่า เราจักไม่รับคำของเขา เพราะฉะนั้น เทวดาจึงกล่าวอย่างนี้.

บทว่า ตฺวเมว แปลว่า ท่านเอง.

บทว่า ชาเนยฺย แปลว่า พึงรู้.

บทว่า เยน คือ ด้วยกรรมใด. ความว่า ท่านจะพึงไปสู่สุคติ ท่านเองจะพึงรู้กรรมนั้น.

อรรถกถาปทุมปุปผสูตรที่ ๑๔ จบอรรถกถาวนสังยุต ด้วยประการฉะนี้. -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรแห่งวนสังยุต มี ๑๔ สูตร คือ

๑. วิเวกสูตร

๒. อุปัฏฐานสูตร

๓. กัสสปโคตตสูตร

๔. สัมพหุลสูตร

๕. อานันทสูตร

๖. อนุรุทธสูตร

๗. นาคทัตตสูตร

๘. กุลฆรณีสูตร

๙. วัชชีปุตตสูตร

๑๐. สัชฌายสูตร

๑๑. อโยนิโสมนสิการสูตร

๑๒. มัชฌันติกสูตร

๑๓. ปากตินทริยสูตร

๑๔. ปทุมปุบผสูตร -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร