This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释5 行1 个版本

อรรถกถาปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗

พึงทราบวินิจฉัยในปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.

ในบทเป็นต้นว่า อสฺสทฺธา อสฺสทฺเธหิ ความว่า บุคคลไม่มีโอชา ไม่มีรส เว้นขาดจากศรัทธาในพระพุทธ พระธรรมหรือพระสงฆ์ อยู่ที่สมุทรฝั่งนี้ ก็เป็นอย่างเดียวกันชั่วนิรันดรกับบุคคลไม่มีศรัทธา ซึ่งอยู่ที่ฝั่งโน้นเพราะความเป็นผู้ไม่มีศรัทธานั้น. บุคคลไม่มีหิริ คือไร้มารยาท ก็เป็นเช่นเดียวกันกับบุคคลไม่มีหิริ. คนไม่มีโอตตัปปะคือไม่กลัวต่อการทำบาป ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนไม่มีโอตตัปปะ. คนมีสุตะน้อย คือเว้นขาดจากสุตะ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสุตะน้อย. คนเกียจคร้าน คือคนมีความเกียจคร้าน ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนเกียจคร้าน. คนมีสติหลงลืม คือเช่นกับกาเก็บอาหารและสุนัขจิ้งจอกเก็บเนื้อ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสติหลงลืม. คนมีปัญญาทราม คือชื่อว่าหมดปัญญา เพราะไม่มีปัญญาที่จะกำหนดขันธ์เป็นต้น ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีปัญญาทราม.

คนผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือผู้ขวนขวายในกิจมีการไหว้พระเจดีย์เป็นต้น ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีศรัทธา. คนมีหิริคือคนมีความละอาย ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีหิริ. คนมีโอตตัปปะคือกลัวบาป ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีโอตตัปปะ. คนมีสุตะมากคือทรงสุตะ ทรงอาคม รักษาแบบแผน รักษาวงศ์ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสุตะมาก. คนปรารภความเพียร คือมีความพยายามบริบูรณ์ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนปรารภความเพียร. คนมีสติมั่นคง คือประกอบด้วยสติอันกำหนดกิจทั้งปวงได้ ก็เป็นเช่นเดียวกันกับคนมีสติมั่นคง. คนมีปัญญา แม้อยู่ในที่ไกลกับคนผู้มีปัญญามาก คือคนมีปัญญามีความรู้เปรียบเหมือนแก้ววิเชียร ย่อมคบค้ากันได้ สมาคมกันได้ด้วยปัญญาสมบัตินั้น.

จบอรรถกถาปฐมอัสสัทธมูลกสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร