๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาปาตาลสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในปาตาลสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ปาตาโล ชื่อว่าบาดาล เพราะอรรถว่าอย่าปรารถนาเพื่อตกไปในที่นี้ ย่อมไม่มีที่อาศัย.
บทว่า อสนฺตํ อสํวิชฺชมานํ ได้แก่ วาจาไม่มี ไม่ปรากฏ.
บทว่า เอวํ วาจํ ภาสติ ความว่า ปุถุชนย่อมพูดอย่างนี้ว่า ในมหาสมุทรมีบาดาล.
ก็บาดาลนั้นคล้ายเหวในมหานรก ย่อมมีในที่ตกแห่งน้ำซึ่งเป็นปากน้ำเชี่ยวแห่งมหาสมุทร พุ่งไปด้วยความเร็วจดจักรวาล หรือภูเขาสิเนรุแล้ว ก็พุ่งขึ้นแม้ประมาณหนึ่งโยชน์ สองโยชน์หรือสิบโยชน์แล้ว ก็ตกลงในมหาสมุทรอีก. น้ำใด เขาเรียกกันในโลกว่าปากน้ำเชี่ยว ปุถุชนย่อมพูดอย่างนี้ หมายถึงน้ำนั้น.
ก็เพราะในน้ำแห่งมหาสมุทรนั้นเป็นที่อยู่อาศัยอันสบายของปลา เต่า เทพยดาและยักษ์เห็นปานนั้นฉะนั้น. ชื่อว่าย่อมพูดวาจานั้นๆ อันไม่มีปรากฏ. ก็เพราะพวกปุถุชนทั้งปวงย่อมไม่สามารถเพื่อจะดำรงอยู่ด้วยทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระได้ ฉะนั้น พระองค์ทรงแสดงว่า นี้แหละบาดาลดังนี้ ด้วยความหมายว่าไม่ควรเพื่อตกไป จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า สารีริกานํ โข เอตํ ภิกฺขเว.
บทว่า ปาตาเล น ปจฺจุฏฺฐาติ คือ ไม่ตั้งอยู่แล้วในบาดาล.
บทว่า คาธํ คือ ที่อยู่อาศัย.
บทว่า กนฺทติ ความว่า ย่อมคร่ำครวญบ่นเพ้อร่ำไรตลอดกาล.
บทว่า ทุพฺพโล คือ มีญาณทุรพล.
บทว่า อปฺปถามโก ความว่า ชื่อว่ามีกำลังน้อย เพราะกำลังแห่งญาณที่น้อย.
พระอริยสาวกในสูตรนี้เป็นโสดาบัน ความจริง อริยสาวกผู้โสดาบันมีหน้าที่ในข้อนี้. ฝ่ายโยคาวจรผู้มีวิปัสสนาแก่กล้า คือความรู้เฉียบแหลมเป็นผู้สามารถดำรงอยู่ได้ ไม่ดิ้นรนไปตามเวทนาอันเกิดขึ้นแล้วได้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาปาตาลสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------