๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถานาคสูตรที่ ๖
พวกนางนาคตั้งครรภ์ในอุตุสมัย พากันคิดว่า หากเราจักคลอดในบึงน้อยนี้ พวกลูกๆ ของเราจักไม่อาจทนกำลังของกระแสคลื่นและครุฑที่โลดแล่นมาได้ดังนี้.
แม้นาคเหล่านั้นจึงพากันดำลงในมหาสมุทรถึงประตูมีปากทางร่วมกัน พากันเข้าไปยังแม่น้ำใหญ่ ๕ สาย แล้วไปสู่ป่าหิมวันต์.
ณ ที่นั้น พวกนางนาคอาศัยอยู่ที่ถ้ำทอง ถ้ำเงินและถ้ำแก้วมณีซึ่งพวกครุฑเข้าไปไม่ได้ จึงคลอดแล้วสอนให้ลูกนาคหยั่งลงในน้ำประมาณข้อเท้าเป็นต้น แล้วข้ามน้ำไปได้.
ต่อจากนั้น เมื่อใดพวกนาคเหล่านั้นข้ามแม่น้ำคงคาเป็นต้นได้โดยลำดับ สามารถข้ามไปมาได้คือข้ามจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น ข้ามจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้ได้ เมื่อนั้นแม่นาคทั้งหลายรู้ว่า บัดนี้ ลูกๆ ของเราสามารถทนกระแสคลื่นและกำลังครุฑได้แล้ว จึงให้เมฆใหญ่ตั้งขึ้นด้วยอานุภาพของตน ให้ฝนตกดุจทำป่าหิมวันต์ทั้งสิ้นให้มีน้ำเป็นสายเดียวกัน นิรมิตเรือสำเร็จด้วยทองและเงินเป็นต้น ดาดเพดานผ้ามีพวงดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมตลบ วิจิตรด้วยดาวทองเบื้องบน ถือเอาสุราอาหารและดอกไม้มีกลิ่นหอมเป็นต้น แล่นไปยังมหานทีทั้งห้าด้วยเรือเหล่านั้น ถึงมหาสมุทรโดยลำดับ.
ก็พวกนาคอาศัยอยู่ ณ ที่นั้น เติบโตขึ้นประมาณร้อยวา พันวา แสนวา ชื่อว่าถึงความเป็นผู้เจริญเติบโตไพบูลย์.
ในบทว่า เอวเมว โข นี้ พึงเห็นว่า ภูเขาหิมวันต์คือจตุปาริสุทธิศีล โยคาวจรดุจลูกนาค อริยมรรคดุจบึงเป็นต้น นิพพานดุจมหาสมุทร.
ลูกนาคทั้งหลายดำรงอยู่ในป่าหิมวันต์ถึงมหาสมุทรด้วยบึงเป็นต้น ถึงความเป็นผู้มีร่างกายใหญ่โตฉันใด พระโยคีทั้งหลายอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีล บรรลุนิพพานด้วยอริยมรรค ถึงความเป็นผู้มีสรีระคือคุณธรรมอันใหญ่ในอภิญญา ธรรมทั้งหลายอันมาถึงแล้วด้วยอรหัตมรรค ฉันนั้นนั่นแล.
จบอรรถกถานาคสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------