This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释32 行1 个版本

อรรถกถาสาฬหสูตรที่ ๖

พึงทราบวินิจฉัยในสาฬหสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า มิคารนตฺตา แปลว่า เป็นหลานของมิคารเศรษฐี.

บทว่า เขณิยนตฺตา แปลว่า เป็นหลานของเขณิยเศรษฐี.

____________________________

บาลีเป็น เปขุณิยนตฺตา ม. เสขุณิยตฺตา

บทว่า อุปสงฺกมึสุ ความว่า หลานทั้งสองรับประทานอาหารเช้าแล้ว มีทาสและกรรมกรห้อมล้อมเข้าไปหาแล้ว.

ได้ยินว่า เวลาเช้าก่อนอาหารที่เรือนของหลานเศรษฐีทั้งสองนั้น ตั้งปัญหาข้อหนึ่ง แต่ไม่มีโอกาสที่จะแก้ปัญหานั้นได้. เขาทั้งสองคิดว่า เราจักฟังปัญหานั้น จึงไปยังสำนักของพระเถระ ไหว้แล้ว นั่งดุษณีภาพอยู่.

พระเถระรู้ใจของเขาเหล่านั้นว่า เขาจักมาฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านนั้น. ดังนี้แล้ว เมื่อจะเริ่มพูดกันถึงปัญหานั้นแหละ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า เอถ ตุมฺเห สาฬฺหา ดังนี้.

____________________________

ปาฐะว่า คามนฺตรสมุฏฺฐิตํ ฉบับพม่าเป็น คาเม ตํ สมุฏฺฐิตํ แปลตามฉบับพม่า.

ปาฐะว่า ตเถว ฉบับพม่าเป็น ตเม บญฺหํ แปลตามฉบับพม่า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถิ โลโภ ความว่า พระนันทกเถระถามว่า ชื่อว่าความโลภ มีความอยากได้เป็นสภาพ มีอยู่หรือ.

บทว่า อภิชฺฌาติ โข อหํ สาฬฺหา เอตมตฺถํ วทามิ ความว่า พระนันทกเถระ เมื่อจะแสดงความแห่งปัญหาที่ตั้งขึ้น จึงกล่าวว่า เรากล่าวความข้อนี้ กล่าวคือความโลภว่าเป็นอภิชฌา ว่าเป็นตัณหาดังนี้.

ควรนำนัยนี้ไปใช้ในทุกๆ วาระอย่างนี้.

บทว่า โส เอวํ ปชานาติ ความว่า พระอริยสาวกนั้นเจริญพรหมวิหาร ๔ ดำรงอยู่แล้ว ออกจากสมาบัติแล้ว เมื่อเริ่มวิปัสสนา ย่อมรู้ชัดอย่างนี้.

บทว่า อตฺถิ อิทํ ความว่า พระอริยสาวกนี้ เมื่อกำหนดรู้ขันธปัญจกกล่าวคือทุกขสัจ ด้วยสามารถแห่งนามรูปว่า ทุกขสัจมีอยู่ ท่านเรียกว่ารู้อย่างนี้ว่า สิ่งนี้มีอยู่.

บทว่า หีนํ ได้แก่ สมุทยสัจ.

บทว่า ปณีตํ ได้แก่ มัคคสัจ.

บทว่า อิมสฺส สญฺญาคตสฺส อุตฺตริ นิสฺสรณํ ความว่า พระนันทเถระแสดงนิโรธสัจด้วยคำนี้ว่า ธรรมดาการแล่นออกไปอย่างยิ่งแห่งสัญญา กล่าวคือวิปัสสนาสัญญานี้ ชื่อว่า นิพพาน นิพพานนั้นมีอยู่.

บทว่า วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺติมิติ ญาณํ ความว่า ปัจจเวกขณญาณ ๑๙ อย่าง ท่านกล่าวไว้แล้ว.

บทว่า อหุ ปุพฺเพ โลโภ ความว่า ความโลภของเราได้มีแล้วในกาลก่อน.

บทว่า ตทหุ อกุสลํ ความว่า นั้นได้ชื่อว่าเป็นอกุศล. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอกุศลได้มีแล้วในกาลนั้น.

บทว่า อิจฺเจตํ กุสลํ ตัดบทเป็น อิติ เอตํ กุสลํ แปลว่า อย่างนี้เป็นกุศล.

พระนันทเถระกล่าวหมายเอาความไม่มีแห่งอกุศลนั่นแหละว่าเป็นกุศล คือเป็นแดนเกษม.

บทว่า นิจฺฉาโต แปลว่า หมดตัณหา.

บทว่า นิพฺพุโต ความว่า ชื่อว่าดับแล้ว เพราะไม่มีกิเลสที่กระทำความเร่าร้อนในภายใน.

บทว่า สีติภูโต แปลว่า เป็นผู้เยือกเย็น.

บทว่า สุขปฏิสํเวที ได้แก่ เป็นผู้เสวยสุขทางกายและทางใจ.

บทว่า พฺรหฺมภูเตน ได้แก่ เป็นผู้ประเสริฐสุด.

คำที่เหลือในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้น ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาสาฬหสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร