This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释27 行1 个版本

อรรถกถาทุติยนิทานสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในทุติยนิทานสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า กมฺมานํ ได้แก่ กรรมที่เป็นวัฏฏคามีนั่นเอง.

บทว่า ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ความว่า เป็นเหตุแห่งฉันทราคะ.

บทว่า อารพฺภ ได้แก่ อาศัย คือหมายเอา เจาะจง.

บทว่า ฉนฺโท ได้แก่ ความพอใจด้วยอำนาจตัณหา.

บทว่า โย เจตโส สาราโค ความว่า ความกำหนัด ความยินดีแห่งจิต ความที่จิตกำหนัดแล้วอันใด ความกำหนัดแห่งจิตนี้ เราตถาคตกล่าวว่า เป็นสังโยชน์ คือเป็นเครื่องผูก.

พึงทราบวินิจฉัยในธรรมฝ่ายขาวดังต่อไปนี้

บทว่า กมฺมานํ ได้แก่ กรรมเป็นวิวัฏฏคามี (กรรมที่เลิกหมุนเวียน).

บทว่า ตทภินิวตฺเตติ ความว่า ให้ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งราคะเป็นต้น และวิบากของธรรมนั้นหมุนกลับเฉพาะ คือว่า เมื่อใดเขารู้ คือเข้าใจวิบาก โดยเป็นที่ตั้ง (แห่งฉันทราคะเป็นต้น) เมื่อนั้น เขาจะยังธรรมเหล่านั้นด้วย วิบากนั้นด้วย ให้หมุนกลับเฉพาะ.

อนึ่ง ด้วยบทนี้ พระองค์ตรัสวิปัสสนาไว้แล้ว.

ด้วยบทว่า ตทภินิวฏฺเฏตฺวา นี้ ตรัสมรรคไว้. แต่ด้วยบทว่า เจตสา อภิวิราเชตฺวา นี้ ตรัสมรรคไว้อย่างเดียว.

บทว่า ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ ความว่า เห็นทะลุ ปรุโปร่ง ด้วยมรรคปัญญา พร้อมด้วยวิปัสสนา.

ในทุกๆ บท พึงทราบความอย่างนี้.

ก็ในพระสูตรนี้ ตรัสไว้ทั้งวัฏฏะและวิวัฏฏะฉะนี้แล.

จบอรรถกถาทุติยนิทานสูตรที่ ๑๐ จบสัมโพธิวรรควรรณานาที่ ๑ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปุพพสูตร

๒. มนุสสสูตร

๓. อัสสาทสูตร

๔. สมณสูตร

๕. โรณสูตร

๖. อติตตสูตร

๗. กูฏสูตรที่ ๑

๘. กูฏสูตรที่ ๒

๙. นิทานสูตรที่ ๑

๑๐. นิทานสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร