This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释19 行1 个版本

อรรถกถาวิปัลลาสสูตรที่ ๙

พึงทราบวินิจฉัยในวิปัลลาสสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สญฺญาวิปลฺลาสา ความว่า มีสัญญาความสำคัญคลาดเคลื่อน. อธิบายว่า มีสัญญา ๔ วิปริต ความสำคัญที่ตรงกันข้าม. แม้ในสองบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า อนิจฺเจ ภิกฺขเว นิจฺจนฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส ความว่า เกิดความสำคัญ ยึดถืออย่างนี้ว่าเที่ยงในสิ่งที่ไม่เที่ยง ชื่อว่าสัญญาวิปัลลาส. บัณฑิตพึงทราบความในบททุกบท โดยนัยนี้.

บทว่า อนตฺตนิ จ อตฺตา ความว่า ผู้มีความสำคัญอย่างนี้ว่า เป็นอัตตาในสิ่งที่เป็นอนัตตา.

บทว่า มิจฺฉาทิฏฺฐิหตา ความว่า สัตว์จะสำคัญอย่างเดียวเท่านั้นก็หามิได้ ยังถูกแม้มิจฉาทิฏฐิความเห็นผิดที่กำลัง เกิดขึ้นชักนำไปแล้ว เหมือนสัญญาวิปัลลาส.

บทว่า ขิตฺตจิตฺตา ความว่า ผู้ประกอบด้วยจิตซัดส่ายที่กำลังเกิดขึ้นเหมือนสัญญาวิปัลลาสและทิฏฐิวิปัลลาส.

บทว่า วิสญฺญิโน นั่นเป็นเพียงเทศนา. อธิบายว่า เป็นสัญญาจิตและทิฏฐิอันวิปริต.

บทว่า เต โยคยุตฺยา มารสฺส ความว่า สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าประกอบอยู่ในเครื่องผูกของมาร.

บทว่า อโยคกฺเขมิโน ความว่า เป็นคนไม่ถึงความเกษมจากโยคะ ๔ คือพระนิพพาน.

บทว่า สตฺตา คือ บุคคลทั้งหลาย.

บทว่า พุทฺธา คือ ผู้ตรัสรู้สัจจะ ๔.

บทว่า อิมํ ธมฺมํ คือ สัจจธรรม ๔.

บทว่า สจิตฺตํ ปจฺจลทฺธา ได้แก่ กลับได้ความคิดของตนเอง.

บทว่า อนิจฺจโต ทุกฺขุํ ได้แก่ ได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงจริง.

บทว่า อสุภตทฺทสํ ได้แก่ ได้เห็นโดยความเป็นของไม่งามจริง.

บทว่า สมฺมาทิฏฺฐิสมาทานา ได้แก่ ผู้ยึดถือสัมมาทัสสนะ.

บทว่า สพฺพํ ทุกฺขํ อุปจฺจคุํ ความว่า ล่วงพ้นวัฏฏทุกข์ทั้งสิ้นได้.

จบอรรถกถาวิปัลลาสสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร