๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓
ปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นแม้ทั้งหมด ชื่อว่า อคฺคิ ไฟ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ.
ส่วนบทเป็นต้นว่า อาหุเนยฺยคฺคิ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
สักการะท่านเรียกว่า อาหุนะ ชนเหล่าใดย่อมควรซึ่งอาหุนะ เหตุนั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่าอาหุเนยฺยา ชนผู้ควรซึ่งอาหุนะ.
จริงอยู่ มารดาและบิดาทั้งหลายย่อมควรซึ่งอาหุนะ เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้มีอุปการมากแก่บุตรทั้งหลาย บุตรทั้งหลายผู้ปฏิบัติผิดในมารดาแลบิดาทั้ง ๒ นั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ถึงแม้มารดาและบิดา จะมิได้ตามเผาผลาญอยู่ก็จริง ถึงกระนั้นท่านทั้ง ๒ ก็ยังเป็นปัจจัยเก่าการตามเผาผลาญอยู่ ดังนั้น ท่านเรียกมารดาบิดาว่าอาหุเนยยัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญนั่นแล.
ก็เจ้าบ้านท่านเรียกว่า คหบดี.
จริงอยู่ คหบดีนั้นมีอุปการะมากแก่มาตุคามด้วยการมอบให้ ที่นอน เสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นต้น มาตุคามผู้นอกใจสามีนั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น สามีแม้นั้น ท่านก็เรียกว่าคหปตัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ โดยนัยก่อนนั่นแล.
ส่วนในคำว่า ทกฺขิเณยฺยคฺคิ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ปัจจัย ๔ ชื่อว่าทักษิณา ภิกษุสงฆ์ชื่อว่าทักขิเณยยบุคคล ผู้ควรแก่ทักษิณา.
จริงอยู่ ภิกษุสงฆ์นั้นย่อมเป็นผู้มีอุปการะมากแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยการประกอบไว้ในกัลยาณธรรมทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ คือในสรณะ ๓ ศีล ๕ ศีล ๑๐ การบำรุงมารดาและบิดา การบำรุงสมณะและพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติผิดในภิกษุสงฆ์นั้น ด่า บริภาษภิกษุสงฆ์ ย่อมบังเกิดในอบายทั้งหลายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ภิกษุสงฆ์นั้น ท่านเรียกว่าทักขิเณยยัคคิ ไฟคือทักขิเณยยบุคคล เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญโดยนัยก่อนนั่นแล.
ไฟตามปกติที่เกิดแต่ไม้ ชื่อว่า กัฏฐัคคิ ไฟเกิดแต่ไม้.
จบอรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------