This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒๔

本册其他条目

อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๑. กิมัตถิยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๒. เจตนาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๓. สีลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๔. อุปนิสาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๕. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๖. สมาธิสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๗. สาริปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๘. สัทธาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๙. สันตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อานิสังสวรรคที่ ๑ ๑๐. วิชชยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๑. เสนาสนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๒. อังคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๓. สังโยชนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๔. ขีลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๕. อัปปมาทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๖. อาหุเนยยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๗. นาถสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๘. นาถสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๙. อริยวสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ นาถกรณวรรคที่ ๒ ๑๐. อริยวสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๑. สีหสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๒. อธิมุตติสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๓. กายสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๔. มหาจุนทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๕. กสิณสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๖. กาลีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๗. มหาปัญหาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๘. มหาปัญหาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๙. โกศลสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๓ ๑๐. โกศลสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๑. อุปาลิสูตรที่ ๑ และ ๒. อุปาลิสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๓. อุพพาหสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๔. อุปสัมปทาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๕. นิสสยสูตร - ๖. สามเณรสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๗. อุปาลิสังฆเภทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๘. อุปาลิสามัคคีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๙. อานันทสังฆเภทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อุปาลิวรรคที่ ๔ ๑๐. อานันทสังฆสามัคคีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๑. วิวาทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๒. วิวาทมูลสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๓. วิวาทมูลสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๔. กุสินาราสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๕. ปเวสนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๖. สักกสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๗. มหาลิสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๘. อภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๙. สรีรัฏฐธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อักโกสวรรคที่ ๕ ๑๐. ภัณฑนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๑. สจิตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๒. สาริปุตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๓. ฐิติสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๔. สมถสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๕. ปริหานสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๖. สัญญาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๗. สัญญาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๘. มูลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๙. ปัพพชิตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สจิตตวรรคที่ ๑ ๑๐. อาพาธสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑. อวิชชาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๒. ตัณหาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๓. นิฏฐาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๔. อเวจจสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๕. สุขสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๖. สุขสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๗. นฬกปานสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๘. นฬกปานสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. วัตถุกถาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑๐. วัตถุกถาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๑. อากังขสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๒. กัณฏกสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๓. อิฏฐสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๔. วัฑฒิสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๕. มิคสาลาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๖. อภัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๗. กากสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๘. นิคันถสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๙. อาฆาตวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๑๐. อาฆาตปฏิวินยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๑. วาหุนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๒. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๓. ปุณณิยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๔. พยากรณสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๕. กัตถีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๖. อัญญสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๗. อธิกรณสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๘. พยสนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๙. โกกาลิกสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เถรวรรคที่ ๔ ๑๐. พลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๑. กามโภคีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๒. เวรสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๓. ทิฏฐิสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๔. วัชชิยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๕. อุตติยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๖. โกกนุทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๗. อาหุเนยยสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๘. เถรสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๙. อุปาลีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อุบาสกวรรคที่ ๕ ๑๐. อภัพพสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๑. สมณสัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๒. โพชฌงคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๓. มิจฉัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๔. สัมมัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๕. อวิชชาวิชชาสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๖. นิชชรวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๗. โธวนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๘. ติกิจฉสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๙. วมนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๑๐. นิทธมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๑๑. อเสขสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สมณสัญญาวรรคที่ ๑ ๑๒. อเสขธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๑. อธรรมสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๒. อธรรมสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๓. อธรรมสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๔. อาชินสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๕. สคารวสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๖. โอริมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๗. ปัจโจโรหณีสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๘. ปัจโจโรหณีสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๙. ปุพพังคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรคที่ ๒ ๑๐. อาสวสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๑. ปริสุทธิสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๒. อุปปันนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๓. มหัปผลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๔. ปริโยสานสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๕. เอกันตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๖. ภาวิตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๗. ภาวิตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๘. ภาวิตสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๙. ภาวิตสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๑๐. มิจฉัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปาริสุทธิวรรคที่ ๓ ๑๑. สัมมัตตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๑. สาธุสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๒. อริยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๓. กุสลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๔. อรรถสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๕. ธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๖. อาสวธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๗. สาวัชชธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๘. ตปนิยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๙. อาจยคามิธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๑๐. ทุกขทรยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สาธุวรรคที่ ๔ ๑๑. ทุกขวิปากธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๑. อริยมรรคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๒. กัณหมรรคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๓. สัทธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๔. สัปปุริสธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๕. อุปปาเทตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๖. อาเสวิตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๗. ภาเวตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๘. พหุลีกาตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๙. อนุสสริตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อริยมรรควรรคที่ ๕ ๑๐. สัจฉิกาตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ปุคคลวรรคที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๑. ปัจโจโรหณีสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๒. ปัจโจโรหณีสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๓. สคารวสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๔. โอริมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๕. อธรรมสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๖. อธรรมสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๗. อธรรมสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๘. ติวิธสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๙. สปริกกมนสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๑๐. จุนทสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ ชานุสโสณีวรรคที่ ๒ ๑๑. ชาณุสโสณีสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๑. สาธุอสาธุสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๒. อริยานริยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๓. กุสลากุสลสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๔. อัตถานัตถสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๕. ธรรมาธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๖. สาสวานาสวสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๗. สาวัชชานวัชชสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๘. ตปนิยาตปนิยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๙. อาจยคามยาปจยคามิธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๑๐. ทุกขุนทรยสุขุนทรยธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ สุนทรวรรคที่ ๓ ๑๑. ทุกขวิปากสุขวิปากธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๑. อริยมรรคานริยมรรคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๒. กัณหมรรคสุกกมรรคสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๓. สัทธรรมาสัทธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๔. สัปปุริสธรรมาสัปปุริสธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๕. อุปปาเทตัพพานุปาเทตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๖. อาเสวิตัพพานาเสวิตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๗. ภาเวตัพพาภาเวตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๘. พหุลีกาตัพพาพหุลีกาตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๙. อนุสสริตัพพานนุสสริตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสฏฐวรรคที่ ๔ ๑๐. สัจฉิกาตัพพาสัจฉิกาตัพพธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต จตุตถปัณณาสก์ เสวิตัพพาเสวิตัพพวรรคที่ ๕อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๑. ยถาภตสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๒. มาตุคามสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๓. อุปาสิกาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๔. อุปาสิกาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๕. ธรรมปริยายสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๖. กรรมสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๗. กรรมสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๘. กรรมสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ปฐมวรรคที่ ๑ ๙. พราหมณสูตรอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ๒. ทุติยวรรค-๓. ตติยวรรคอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๑. กิมัตถิยสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๒. เจตนาสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๓. อุปนิสาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๔. อุปนิสาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๕. อุปนิสาสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๖. พยสนสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๗. สัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๘. มนสิการสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๙. อเสขสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต นิสสายวรรคที่ ๑ ๑๐. โมรนิวาปนสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๑. มหานามสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๒. มหานามสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๓. นันทิยสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๔. สุภูติสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๕. เมตตาสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๖. ทสมสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๗. โคปาลกสูตรอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๘. สมาธิสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๙. สมาธิสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๑๐. สมาธิสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต ทุติยวรรคที่ ๒ ๑๑. สมาธิสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์ด้วยปัณณาสก์

经典

อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. วัตถุกถาสูตรที่ ๑

อรรถกถาแปลไทย

27 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถาปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙

ปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ติรจฺฉานกถํ ได้แก่ เรื่องที่ขัดขวางทางสวรรค์และนิพพาน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่นำสัตว์ออกจากทุกข์. บรรดาดิรัจฉานกถานั้น กถาคือเรื่องที่ปรารภพระราชาแล้วดำเนินไปโดยนัยเป็นต้นว่า พระเจ้ามหาสมมตราช ชื่อว่าราชกถา.

ในโจรกถาเป็นต้นก็นัยนี้.

กถาคือเรื่องที่กล่าวเกี่ยวกับเหย้าเรือน โดยนัยเป็นต้นว่า ราชาพระองค์โน้นงดงามน่าชม ก็เป็นดิรัจฉานกถา. ส่วนกถาที่เป็นไปอย่างนี้ว่า พระราชาแม้พระองค์นั้นมีอานุภาพมากอย่างนั้น ถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ยังตั้งอยู่ในความเป็นกรรมฐาน.

แม้ในเหล่าโจร กถาที่อาศัยกรรมของโจรเหล่านั้นเป็นไป โดยนัยว่า มูลเทวโจรมีอำนาจมากอย่างนี้ เมฆมาลโจรมีอำนาจมากอย่างนี้ กถาที่เกี่ยวกับเหย้าเรือนว่า ใจพวกเขาเป็นคนกล้าหาญ ดังนั้น จึงเป็นดิรัจฉานกถา.

แม้ในเรื่องการยุทธ์ทั้งหลายมีภารตยุทธ์เป็นต้น กถาที่เป็นไปโดยอำนาจความยินดีในกรรม ว่าคนโน้น ถูกคนโน้นทำให้ตายอย่างนี้ ยิงอย่างนี้ ชื่อว่าดิรัจฉานกถา.

ส่วนกถาที่เป็นไปอย่างนี้ว่า แม้คนเหล่านั้นก็ถึงความสิ้นไป ย่อมเป็นกรรมฐานในกถาทุกกถา.

อนึ่ง ในเรื่องอาหารมีข้าวเป็นต้น จะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีในสิ่งน่าใคร่ว่า เราเคี้ยวกิน ดื่มบริโภค อาหารมีสีดีมีรสอร่อยอย่างนี้ ไม่ควร. แต่จะกล่าวให้มีประโยชน์ว่า แต่ก่อน เราได้ถวายข้าว น้ำ ผ้า ที่นอน มาลัย ของหอมที่สมบูรณ์ด้วยสีเป็นต้น ได้ทำการบูชาพระเจดีย์อย่างนี้ ก็ควร.

แม้ในเรื่องญาติทั้งหลาย จะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า พวกญาติของเราเป็นคนกล้าสามารถ หรือว่า แต่ก่อน พวกเราพากันท่องเที่ยวด้วยยานอันวิจิตรอย่างนี้ ไม่ควร. แต่พึงกล่าวให้เป็นประโยชน์อย่างนี้ว่า พวกญาติของเรานั้น ก็ถึงความสิ้นไป หรือว่า แต่ก่อน พวกเราได้ถวายรองเท้าอย่างนี้แก่สงฆ์.

แม้กถาเรื่องบ้านที่เป็นไปด้วยอำนาจที่ตั้งอยู่ดี ที่ตั้งอยู่เลว หาภิกษาได้ง่าย หาภิกษาได้ยากเป็นต้น หรือด้วยอำนาจความยินดี อย่างนี้ว่า ชาวบ้านโน้นเป็นคนกล้าสามารถ ดังนี้ ไม่ควร. แต่จะกล่าวให้เป็นประโยชน์ว่า พวกเขามีศรัทธาเลื่อมใส หรือว่าเขาถึงความสิ้นความเสื่อมไป ดังนี้ก็ควร.

แม้ในกถาเรื่องนิคม นคร ชนบทก็นัยนี้เหมือนกัน.

แม้กถาเรื่องสตรีที่เป็นไปอาศัยวรรณะของทรวดทรงเป็นต้นด้วยอำนาจความยินดี ไม่ควร. แต่จะกล่าวอย่างนี้นี่แลว่า สตรีผู้นั้นมีศรัทธาเลื่อมใสก็ถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ควร.

แม้กถาเรื่องคนกล้าหาญที่เป็นไปด้วยอำนาจความยินดีเท่านั้นว่า เขาเป็นคนศรัทธา แต่ก็ถึงความสิ้นไปเสียแล้ว. ก็การกล่าวเรื่องสุราในบาลีมีหลายอย่าง กล่าวเรื่องของเมาด้วยอำนาจความยินดีไม่ควร. กล่าวด้วยอำนาจแห่งโทษเท่านั้นจึงควร.

แม้กถาเรื่องถนนหนทางที่เป็นไปด้วยอำนาจความยินดีว่า ถนนโน้นตั้งอยู่ดี ตั้งอยู่เลว ไม่ควรที่เป็นไปว่า คนถนนโน้นมีศรัทธาเลื่อมใส ก็ถึงความสิ้นไปดังนี้ จึงควร.

กถาที่เกิดขึ้นประจำที่ท่าน้ำ กถาเรื่องท่าน้ำ หรือกถาเรื่องทาสีเทินหม้อน้ำ ท่านเรียกชื่อว่ากุมภัฏฐานกถา แม้กุมภัฏฐานกถานั้นที่เป็นไปด้วยอำนาจความยินดีเท่านั้นว่า สตรีเทินหม้อน้ำน่าเลื่อมใส ฉลาดฟ้อนรำ ขับร้องดังนี้ ไม่ควร. ที่เป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า นางมีศรัทธาเลื่อมใสดังนี้ จึงควร.

กถาเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ชื่อว่าปุพพเปตกถา. ในปุพพเปตกถานั้น พึงทราบวินิจฉัยเช่นเดียวกับกถาเรื่องญาติปัจจุบัน. ดิรัจฉานกถาที่มีสภาวะต่างๆ ที่เหลือ พ้นจากกถาต้นและกถาหลัง ชื่อว่านานัตตกถา.

กถาสนทนากันด้วยโลกายตศาสตร์วิตัณฑศาสตร์เป็นต้นอย่างนี้ว่า โลกนี้ใครสร้าง กาขาวเพราะมีกระดูกขาว นกตะกรุมแดง เพราะมีเลือดแดง เทวะชื่อโน้นสร้าง ชื่อว่าโลกักขายิกา.

กถาเรื่องกล่าวถึงสมุทร [ทะเล] อันกล่าวถึงเรื่องที่ไร้ประโยชน์เป็นต้นอย่างนี้ว่า เพราะเหตุไรสมุทรจึงชื่อว่าสาคร. เพราะพระเจ้าสาคระทรงขุด สาครชื่อว่าสมุทร เพราะพระเจ้าสาคระทรงประกาศด้วยพระราชลัญจกรว่า สาครเราขุด ชื่อว่าสมุททักขายิกา.

บทว่า ภโว ได้แก่ ความเจริญ.

บทว่า อภโว ได้แก่ ความเสื่อม.

บทว่า อิติภโว ความว่า กถาที่กล่าวถึงเหตุที่ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรเป็นไป ชื่อว่าอิติภวาภวกถา.

บทว่า เตชสา เตชํ ได้แก่ เอาเดชครอบงำเดชของพระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้น.

บทว่า ปริยาทิเยยฺยาถ ได้แก่ ทำเดชของพระจันทร์พระอาทิตย์ให้สิ้นไปดำรงอยู่.

ในข้อนี้มีเรื่องสาธก ดังนี้.

ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตรรูปหนึ่งถามพระมหาเถระว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุทั้งหลายเมื่อจะเอาเดชครอบงำเดชทำอย่างไร. พระเถระกล่าวว่า ผู้มีอายุ ภิกษุทั้งหลายยืนกลางแดดแห่งหนึ่ง กระทำโดยอาการที่เงาแดดไม่ลงข้างล่าง ไม่ขึ้นข้างบน.

จบอรรถกถาปฐมวัตถุกถาสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. วัตถุกถาสูตรที่ ๑ 注释 · 第24册