This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释18 行1 个版本

อรรถกถาตัณหักขยสูตร

ตัณหักขยสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า โกณฺฑญฺโญ ในบทว่า อญฺญาโกณฺฑญฺโญ นี้เป็นชื่อของท่านที่มาโดยโคตร. ก็ในบรรดาสาวกทั้งหลาย พระเถระปรากฏในพระศาสนาว่า อัญญาโกณฑัญญะนั่นแล โดยคำอุทานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ เพราะตรัสรู้อริยสัจ ๔ ก่อนพระสาวกทั้งหมด.

____________________________

วิ. มหา. เล่ม ๔/ข้อ ๑๗

บทว่า ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตึ ชื่อว่า ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เพราะเป็นที่สิ้นตัณหา คือเป็นที่ละตัณหา ได้แก่พระนิพพาน. ความหลุดพ้นในเพราะความสิ้นไปแห่งตัณหานั้น.

อีกอย่างหนึ่ง อริยมรรค ชื่อว่าธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เพราะเป็นเหตุสิ้นคือเป็นเหตุละตัณหา. ชื่อว่าตัณหาสังขยวิมุตติ เพราะวิมุตติเป็นผลหรือเป็นที่สุดแห่งอริยมรรค โดยนิปปริยาย ได้แก่สมาบัติอันสัมปยุตด้วยอรหัตผล. เป็นผู้นั่งพิจารณาสมาบัติอันสัมปยุตด้วยอรหัตนั้น. จริงอยู่ ท่านพระอัญญาโกณฑัญญะนี้เข้าผลสมาบัติมาก. เพราะฉะนั้น แม้ในที่นี้ ท่านก็ได้ทำอย่างนี้.

บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ ครั้นทรงทราบการพิจารณาอรหัตผลของพระอัญญาโกณฑัญญะนี้แล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงถึงความนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส มูลํ ฉมา นตฺถิ ความว่า พระอริยบุคคลใดไม่มีอวิชชาอันเป็นดุจรากของต้นไม้คืออัตภาพ และไม่มีแผ่นดิน กล่าวคืออาสวะ นีวรณ์ และอโยนิโสมนสิการ อันเป็นที่ตั้งอาศัยของอวิชชานั่นเอง เพราะถอนขึ้นได้ด้วยอรหัตมรรค.

พึงทราบสัมพันธ์บทในบทว่า ปณฺณา นตฺถิ กุโต ลตา นี้ว่า เครือเถาไม่มี ใบไม้จะมีแต่ที่ไหน. อธิบายว่า แม้เครือเถา กล่าวคือกิ่งใหญ่กิ่งน้อยเป็นต้น อันต่างด้วยมานะและอติมานะเป็นต้น ย่อมไม่มี ใบไม้คือมทะ ปมาทะ มายา และสาไถยเป็นต้น จักมีแต่ที่ไหนเล่า.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปณฺณา นตฺถิ กุโต ลตา ความว่า เมื่อหน่อไม้งอกงามขึ้น ใบไม้ก็บังเกิดขึ้นก่อน ภายหลัง ท่านกล่าวตั้งชื่อว่า ลตา คือกิ่งใหญ่ กิ่งน้อย.

ในคำนั้น มูลคืออวิชชา และกิเลสมีอาสวะเป็นต้น อันเป็นที่ตั้งอาศัยของมูล คืออวิชชานั้น ย่อมไม่มีแก่ต้นไม้ คืออัตภาพใด อันควรแก่การเกิดขึ้น ในเมื่อไม่มีการเจริญอริยมรรค เพราะเจริญอริยมรรคแล้ว.

ก็ในที่นี้ ด้วยมูลศัพท์นั่นเอง พึงทราบว่า ท่านถือเอาแม้ภาวะที่กรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งพืช เพราะเป็นเหตุแห่งมูลนั่นเอง. ก็เมื่อพืชคือกรรมไม่มี หน่อคือวิญญาณ ซึ่งมีพืช คือกรรมเป็นเครื่องหมาย และใบ กิ่ง มีนามรูปสฬายตนะเป็นต้นเป็นอาทิ อันมีหน่อคือวิญญาณเป็นเครื่องหมาย จักไม่บังเกิดขึ้นเลย.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระอริยบุคคลใดไม่มีอวิชชาเป็นมูลราก ไม่มีเครือเถาคือมานะเป็นต้น ใบคือความมัวเมาเป็นต้น จักมีแต่ที่ไหน.

บทว่า ตํ ธีรํ พนฺธนา มุตฺตํ ความว่า ซึ่งพระอริยบุคคลนั้น ผู้ชื่อว่าธีระ เพราะชำนะมาร ด้วยการประกอบความเพียร คือสัมมัปปธาน ๔ ผู้พ้นจากเครื่องผูก คืออภิสังขารอันเป็นตัวกิเลสทั้งหมดนั้นนั่นแล.

บทว่า ตํ ในบทว่า โก ตํ นินฺทิตุมรหติ นี้เป็นนิบาต. ใครเล่าผู้มีชาติแห่งวิญญูชน ควรเพื่อจะนินทาครหา ผู้พ้นจากสัพพกิเลส ผู้ประกอบด้วยคุณอันยอดเยี่ยมมีศีลคุณเป็นต้น ด้วยประการฉะนี้ เพราะไม่มีการนินทาเป็นเครื่องหมายนั่นเอง.

บทว่า เทวาปิ นํ ปสํสนฺติ ความว่า โดยที่แท้ ทวยเทพผู้รู้คุณวิเศษ มีท้าวสักกะเป็นต้น ก็ย่อมสรรเสริญด้วยอปิศัพท์ แม้มนุษย์มีกษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตเป็นต้น ก็ย่อมทรงสรรเสริญ. ยิ่งขึ้นไปอีกเล็กน้อย แม้พรหมก็สรรเสริญ คือมหาพรหมก็ดี พรหม นาค ยักษ์ และคนธรรพ์เป็นต้น แม้เหล่าอื่นก็ดี ก็ย่อมสรรเสริญ คือย่อมชมเชยเหมือนกันแล.

จบอรรถกถาตัณหักขยสูตรที่ ๖ -----------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร