This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释44 行1 个版本

อรรถกถาสักการสูตร

ในสักการสูตรที่ ๒ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สกฺกาเรน ความว่า อันสักการะอันเป็นดังเหตุ.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สกฺกาเรน ความว่า ถูกเหตุหรือสักการะ หรือถูกอกุศลธรรมมีสักการะเป็นเหตุ (ครอบงำ).

อธิบายว่า เพราะอาศัยสักการะ บุคคลบางคนในโลกนี้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ ตั้งอยู่ในอิจฉาจาร คิดว่า เราจักให้สักการะเกิดขึ้นแล้วประพฤติการแสวงหาที่ไม่เหมาะสมมากอย่าง จุติจากโลกนี้แล้วจึงเกิดในอบายทั้งหลาย.

ส่วนคนเหล่าอื่นได้สักการะอย่างใดแล้ว ถึงความประมาทอันมีสักการะอย่างนั้นเป็นนิมิตด้วยสามารถแห่งมานะ (ความถือตัว) มทะ (ความเมา) และมัจฉริยะ (ความตระหนี่) เป็นต้น จุติจากโลกนี้แล้วจึงเกิดในอบายทั้งหลาย ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาว่า ผู้ถูกสักการะครอบงำ มีจิตอันสักการะหุ้มห่อแล้ว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อภิภูตา ความว่า ถูกสักการะทับถมแล้ว.

บทว่า ปริยาทินฺนจิตฺตา ความว่า มีจิตอันสักการะให้ส่ายไปแล้ว คือเป็นผู้มีกุศลจิต ถูกอิจฉาจารและอกุศลมีมานะและมทะเป็นต้นให้ถึงความสิ้นไป.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปริยาทินฺนจิตฺตา ความว่า มีจิตอันสักการะยึดเหนี่ยวไว้รอบด้าน. อธิบายว่า เป็นผู้มีจิตสันดาน ถูกฝ่ายอกุศลธรรมมีประการดังกล่าวแล้วยึดไว้แล้วรอบด้าน โดยไม่มีวาระแห่งกุศลจิตเกิดขึ้น.

บทว่า อสกฺกาเรน ความว่า อันเหตุ คืออสักการะที่ผู้อื่นให้เป็นไปแล้วในตน โดยมุ่งให้ละอาย โดยเย้ยหยัน หรือถูกอกุศลธรรมมีมานะเป็นต้น ที่มีสักการะเป็นเหตุ (ครอบงำแล้ว).

บทว่า สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ความว่า ถูกทั้งสักการะที่ใครๆ ให้เป็นไปแล้ว ทั้งอสักการะที่ใครๆ ให้เป็นไปแล้ว. อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาบุคคลเช่นนั้นที่ตอนต้นชนเหล่าใดสักการะแล้ว ภายหลังชนเหล่านั้นนั่นแหละไม่สักการะ เพราะรู้ว่าไม่มีสารธรรม จึงตรัสว่า สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ดังนี้.

ในเรื่องนี้ควรนำเรื่องพระเทวทัตเป็นต้นที่ถูกสักการะครอบงำมาแสดง (เป็นตัวอย่าง).

สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

ผลกล้วยแลฆ่าต้นกล้วย ขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่

สักการะฆ่าคนชั่ว เหมือนลูกม้า ฆ่าแม่ม้าอัสดร

ดังนี้.

____________________________

วิ. จุล. เล่ม ๗/ข้อ ๓๖๐ สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๖๑๐ องฺ. จตุกฺก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๖๘

ควรนำเรื่องพระเจ้ากรุงทัณฑกี พระเจ้ากรุงกาลิงคะและพระเจ้ากรุงเมชฌะเป็นต้นมาแสดง (เป็นตัวอย่าง).

สมดังคำที่สังกัจจฤาษีกล่าวไว้ว่า

เพราะพระเจ้าทัณฑกีทรงโปรยธุลีใส่กีสวัจฉฤาษี

(ผู้หาธุลีมิได้) พระองค์พร้อมด้วยประชาชนและแว่นแคว้น

(จึงถึงความพินาศ) เหมือนไม้ที่รากขาดแล้ว หมกไหม้อยู่

ในกุกกุฬนรก ประกายไฟตกถูกต้องพระกายของพระองค์.

อนึ่ง พระเจ้ากาลิงคะได้ล่วงเกินบรรพชิตผู้สำรวมแล้ว

ผู้สอนธรรม ผู้เป็นสมณะ ผู้ไม่ประทุษร้าย สุนัขทั้งหลาย

จึงรุมกัดพระเจ้ากาลิงคะนั้นผู้ทรงกลิ้งไปมาอยู่ เหมือนผล

มะพร้าว.

พระเจ้าเมชฌะคิดประทุษร้ายในมาตังคฤาษี

ผู้เรืองยศ รัฐมณฑลของพระเจ้าเมชฌะพร้อมด้วยบริษัท

ก็ได้สูญสิ้นไปในครั้งนั้น ดังนี้.

____________________________

ขุ. ชา. ๒๗/๒๔๖๔

ขุ. ชา. ๒๘/๙๒

อัญญเดียรดีย์ทั้งหลายมีนิครนถนาฏบุตรเป็นต้นผู้ถูกทั้งสักการะและอสักการะครอบงำ ก็ควรนำมาแสดงด้วย.

พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไปนี้.

บทว่า อุภยํ ได้แก่ ทั้งสักการะและอสักการะทั้งสองอย่าง.

บทว่า สมาธิ น วิกมฺปติ ความว่า สมาธิย่อมไม่หวั่นไหว คือมีสภาพเป็นเอกนั่นแหละตั้งอยู่.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท (เพื่อจะทรงแก้คำถาม) ว่า ก็สมาธิของใครเล่าไม่หวั่นไหว?

อธิบายว่า ของผู้ชื่อว่ามีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท คือเป็นพระอรหันต์ เพราะละธรรมที่เป็นเหตุแห่งความประมาทมีราคะเป็นต้นได้ด้วยดี ด้วยว่า ท่านไม่หวั่นไหว เพราะโลกธรรมทั้งหลาย.

บทว่า สุขุมทิฏฺฐิวิปสฺสกํ ความว่า ผู้ชื่อว่าเห็นแจ้งด้วยทิฏฐิอันสุขุม เพราะมีความเห็นแจ้งที่เป็นไปแล้วเนืองๆ ด้วยทิฏฐิ คือปัญญาอันสุขุม เหตุได้บรรลุผลสมาบัติ.

บทว่า อุปาทานกฺขยารามํ ความว่า ผู้ชื่อว่ามีความสิ้นอุปาทานเป็นที่มายินดี เพราะมีอรหัตผลอันเป็นที่สิ้นไป คือเป็นที่สิ้นสุดแห่งอุปาทานทั้ง ๔ ที่ตนจะต้องยินดี.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วทั้งนั้น.

จบอรรถกถาสักการสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

๑ 注释