This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释30 行1 个版本

อรรถกถาปิณฑปาตสูตร

ปิณฑปาตสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปจฺฉาภตฺตํ ความว่า แม้เวลาภายในเที่ยงวันของภิกษุถือเอกาสนิกังคธุดงค์ และขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ ผู้ฉันอาหารเช้าแล้ว ก็เป็นปัจฉาภัตเหมือนกัน. แต่ในที่นี้ ภายหลังแต่ฉันอาหารตามปกตินั่นแหละ พึงทราบว่า เป็นปัจฉาภัต.

บทว่า ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตานํ ความว่า ผู้กลับจากบิณฑบาต คือแสวงหาบิณฑบาตแล้ว กลับจากบิณฑบาตนั้นโดยทำภัตกิจให้สำเร็จ.

บทว่า กเรริ ในบทว่า กเรริมณฺฑลมาเฬ เป็นชื่อของไม้กุ่ม.

เล่ากันว่า ไม้กุ่มนั้น อยู่ภายในระหว่างมณฑปกับศาลาพระคันธกุฎี ด้วยเหตุนั้น แม้พระคันธกุฎี ท่านเรียกว่า กเรริกุฏิกา.

มณฑปก็ดี ศาลาก็ดี ท่านเรียกว่า กเรริมัณฑลมาฬ โรงกลมใกล้ต้นไม้กุ่ม. เพราะเหตุไร ในโรงกลมกล่าวคือศาลาที่นั่ง ซึ่งสร้างไว้ไม่ไกลต้นกุ่มนั้น. อาจารย์บางพวกกล่าวถึงหลังคาที่มุงด้วยหญ้าและใบไม้ฝนไม่รั่วรดว่า โรงกลม. อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า มณฑปที่มุงด้วยเถาวัลย์มีอติมุตตกเถาวัลย์เป็นต้น ชื่อว่า โรงกลม.

บทว่า กาเลน กาลํ ได้แก่ ในระหว่างเวลาหนึ่งๆ. อธิบายว่า ในสมัยนั้นๆ.

บทว่า มนาปิเก แปลว่า น่าเจริญใจ. อธิบายว่า ปิยรูปที่น่าปรารถนา.

ก็ความเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ พึงถือเอาด้วยอำนาจบุคคล และด้วยอำนาจทวาร.

จริงอยู่ ความเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์นั้น เข้าใจกันว่า เป็นสิ่งน่าปรารถนาของคนบางคน ไม่น่าปรารถนาของคนบางคน สมมติว่าไม่น่าปรารถนาของคนบางคน ไม่น่าปรารถนาของคนบางคน.

อนึ่ง น่าปรารถนาของทวารหนึ่ง ไม่น่าปรารถนาของทวารหนึ่ง. แต่ในที่นี้พึงทราบวินิจฉัยด้วยอำนาจวิบาก จริงอยู่ กุศลวิบากน่าปรารถนาโดยส่วนเดียว อกุศลวิบากไม่น่าปรารถนาเลยแล.

บทว่า จกฺขุนา รูเป ปสฺสิตุํ ความว่า ภิกษุไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาต เมื่อพวกอุบาสกนิมนต์ให้เข้าไปยังเรือน นำอาสนะและเพดานเป็นต้นเข้าไป เพื่อทำการบูชาสักการะ ได้เห็นรูปที่น่ายินดี กล่าวคือ รูปที่รุ่งเรืองด้วยความงดงามต่างๆ และรูปที่มีวิญญาณครองอย่างอื่น ด้วยวิญญาณอันเป็นไปทางจักษุทวาร.

บทว่า สทฺเท ความว่า ภิกษุเข้าไปสู่เรือนอิสรชน ได้ยินเสียงเพลงขับและประโคม ที่เขาบรรเลงเพื่ออิสรชนเหล่านั้น ก็ฉันนั้นเหมือนกัน.

บทว่า คนฺเธ ความว่า เพื่อดมกลิ่นมีกลิ่นดอกไม้และกลิ่นธูปเป็นต้น ที่เขาเหล่านั้นน้อมเข้านำเข้าไป โดยบูชาและสักการะก็เหมือนกัน.

บทว่า รเส ความว่า เพื่อลิ้มรสเลิศต่างๆ ในการบริโภคอาหารที่เขาเหล่านั้นถวาย.

บทว่า โผฏฺฐพฺเพ ความว่า เพื่อถูกต้องโผฏฐัพพารมณ์ เป็นสุขสัมผัส ในกาลนั่งบนอาสนะที่ลาดไว้มีค่ามาก.

ก็แล ครั้นทรงระบุถึงการได้อิฏฐารมณ์ที่เป็นไปทางทวาร ๕ ดังกล่าวมาแล้วนี้ บัดนี้ เพื่อแสดงการได้อิฏฐารมณ์ที่เป็นไปทางมโนทวาร จึงตรัสคำมีอาทิว่า สกฺกโต ดังนี้. คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.

ถามว่า ก็นัยนี้ สำหรับภิกษุผู้ไม่ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ย่อมไม่ได้หรือ?

ตอบว่า ได้. จริงอยู่ ในเวลาที่ภิกษุแม้เหล่านั้น เข้าไปยังบ้าน เพื่อนิมันตภัตและสลากภัตเป็นต้น อุบาสกทั้งหลายผู้มีสมบัติมาก ย่อมกระทำสักการะและสัมมานะเช่นนั้นเหมือนกัน. แต่ข้อนั้น ไม่แน่นอนนัก. ส่วนสำหรับภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร แน่นอนในกาลนั้น. ภิกษุเหล่านั้นเห็นเขากำลังทำการบูชาและสักการะในที่นั้น ดำรงอยู่ในทางไม่เป็นที่สลัดออก (จากทุกข์) เพราะยังหนักในสักการะ จึงกล่าวอย่างนั้นด้วยอโยนิโสมนสิการ.

ด้วยเหตุนั้นนั่นแล จึงกล่าวคำมีอาทิว่า หนฺทาวุโส มยํ ปิณฺฑปาติกา โหม อาวุโส ช่างเถิด พวกเราเป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร.

บรรดาบทเหล่านั้น ศัพท์ว่า หนฺท เป็นนิบาต ใช้ในอรรถว่าสละ.

บทว่า ลจฺฉาม แปลว่า จักได้.

บทว่า เตนุปสงฺกมิ ความว่า พระองค์ประทับนั่งในพระคันธกุฎีมีกลิ่นหอมนั้น ทรงสดับการเจรจาปราศรัยนั้นของภิกษุเหล่านั้น จึงเสด็จเข้าไปยังโรงกลม ด้วยหมายพระทัยว่า ภิกษุเหล่านี้บวชในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้เช่นเรา แม้อยู่ในวิหารเดียวกันกับเรา ก็ยังใช้ถ้อยคำโดยอโยนิโสมนสิการอย่างนี้ ไม่ประพฤติในการขัดเกลา เอาเถิด เราจักห้ามภิกษุเหล่านั้นจากเหตุนั้น แล้วประกอบไว้ในธรรมเป็นเครื่องอยู่ขัดเกลา.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.

บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า ทรงทราบเนื้อความนี้ว่า แม้เทพทั้งหลายย่อมกระหยิ่มต่อท่านผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เพื่อกำจัดกิเลส เพื่อทำตัณหาให้เหือดแห้ง ด้วยธรรมเป็นเครื่องขัดเกลาคือมักน้อยและสันโดษ เกิดความเอื้อเฟื้อในการปฏิบัติประพฤติรักใคร่ต่อท่าน ไม่ประพฤติรักใคร่อย่างอื่นจากนี้ ดังนี้แล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงเนื้อความนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โน เจ สิโลกนิสฺสิโต ความว่า หากไม่อยากได้อาศัยความสรรเสริญ กล่าวคือเสียงที่ชนเหล่าอื่นยกย่อง โดยนัยมีอาทิว่า น่าอัศจรรย์ พระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้มักน้อยสันโดษ มีความประพฤติขัดเกลาอย่างยิ่ง.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อเสียง ได้แก่ การโฆษณาชมเชยคุณเฉพาะหน้า. สรรเสริญ ได้แก่ การชมเชยลับหลัง หรือความเป็นผู้มียศแผ่ไป.

คำที่เหลือ มีนัยที่กล่าวไว้ในสูตรอันเป็นลำดับนั้นแล.

จบอรรถกถาปิณฑปาตสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

๑ 注释