This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒๗

本册其他条目

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ อปัณณกชาดกเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค วัณณุปถชาดก ว่าด้วยผู้ไม่เกียจคร้านเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค เสรีววาณิชชาดก ว่าด้วยเสรีววาณิชเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค จุลลกเศรษฐีชาดก ว่าด้วยคนฉลาดตั้งตนได้เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค ตัณฑุลนาฬิชาดก ว่าด้วยราคาข้าวสารเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค เทวธรรมชาดก ว่าด้วยธรรมของเทวดาเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค กัฏฐหาริชาดกเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค คามนิชาดก ว่าด้วยไม่ใจเร็วด่วนได้เอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค มฆเทวชาดก ว่าด้วยเทวทูตเอกกนิบาตชาดก อปัณณกวรรค สุขวิหาริชาดก ว่าด้วยการอยู่เป็นสุขเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ลักขณชาดก ว่าด้วยผู้มีศีลเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค นิโครธมิคชาดก ว่าด้วยการเลือกคบเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค กัณฑินชาดก ว่าด้วยผู้ตกอยู่ในอำนาจหญิงเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค วาตมิคชาดก ว่าด้วยอำนาจของรสเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ขราทิยชาดก ว่าด้วยผู้ล่วงเลยโอวาทเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค ติปัลลัตถมิคชาดก ว่าด้วยเล่ห์กลลวงพรานเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค มาลุตชาดก ว่าด้วยความหนาวเกิดแต่ลมเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค มตกภัตตชาดก ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์เอกกนิบาตชาดก สีลวรรค อายาจิตภัตตชาดก ว่าด้วยการเปลื้องตนเอกกนิบาตชาดก สีลวรรค นฬปานชาดก ว่าด้วยการพิจารณาเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๑. กุรุงคมิคชาดก ว่าด้วยกวางกุรุงคะเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๒. กุกกุรชาดก ว่าด้วยสุนัขที่ถูกฆ่าเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๓. โภชาชานียชาดก ว่าด้วยม้าสินธพอาชาไนยเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๔. อาชัญญชาดก ว่าด้วยม้าอาชาไนยกับม้ากระจอกเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๕. ติตถชาดก ว่าด้วยการเบื่อเพราะซ้ำซากเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๖. มหิฬามุขชาดก ว่าด้วยการเสี้ยมสอนเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๗. อภิณหชาดก ว่าด้วยการเห็นกันบ่อยๆเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๘. นันทิวิสาลชาดก ว่าด้วยการพูดดีเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๙. กัณหชาดก ว่าด้วยผู้เอาการเอางานเอกกนิบาตชาดก กุรุงควรรค ๑๐. มุณิกชาดก ว่าด้วยลักษณะของผู้มีอายุยืนเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๑. กุลาวกชาดก ว่าด้วยการเสียสละเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๒. นัจจชาดก ว่าด้วยเหตุที่ยังไม่ให้ลูกสาวเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๓. สัมโมทมานชาดก ว่าด้วยพินาศเพราะทะเลาะกันเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๔. มัจฉชาดก ว่าด้วยความหึงหวงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๕. วัฏฏกชาดก ว่าด้วยความจริงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๖. สกุณชาดก ว่าด้วยที่พึ่งให้โทษเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๗. ติตติรชาดก ว่าด้วยผู้มีความอ่อนน้อมเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๘. พกชาดก ว่าด้วยผู้ฉลาดแกมโกงเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๙. นันทชาดก ว่าด้วยการกล่าวคำหยาบเอกกนิบาตชาดก กุลาวกวรรค ๑๐. ขทิรังคารชาดก ว่าด้วยมีจิตมั่นคงเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๑. โลสกชาดก ว่าด้วยคนที่ต้องเศร้าโศกเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๒. กโปตกชาดก ว่าด้วยคนที่ต้องฉิบหายเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๓. เวฬุกชาดก ว่าด้วยคนที่นอนตายเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๔. มกสชาดก ว่าด้วยมีศัตรูผู้มีปัญญาดีกว่ามีมิตรโง่เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๕. โรหิณีชาดก ว่าด้วยผู้อนุเคราะห์ที่โง่เขลาไม่ดีเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๖. อารามทูสกชาดก ว่าด้วยฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่มีความสุขเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๗. วารุณิทูสกชาดก ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามทำให้เสียประโยชน์เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๘. เวทัพพชาดก ว่าด้วยผู้ปรารถนาประโยชน์โดยไม่แยบคายย่อมเดือดร้อนเอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๙. นักขัตตชาดก ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์เอกกนิบาตชาดก อัตถกามวรรค ๑๐. ทุมเมธชาดก ว่าด้วยคนโง่ถูกบูชายัญเพราะคนอธรรมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๑. มหาสีลวชาดก ว่าด้วยความสำเร็จเกิดจากความพยายามเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๒. จูฬชนกชาดก ว่าด้วยเป็นคนควรพยายามร่ำไปเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๓. ปุณณปาติชาดก ว่าด้วยการกล่าวถ้อยคำไม่จริงเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๔. ผลชาดก ว่าด้วยการรู้จักผลไม้เอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๕. ปัญจาวุธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๖. กัญจนขันธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษมเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๗. วานรินทชาดก ว่าด้วยธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรูเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๘. ตโยธรรมชาดก ว่าด้วยธรรมของผู้ล่วงพ้นศัตรูเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๙. เภริวาทชาดก ว่าด้วยการทำเกินประมาณเอกกนิบาตชาดก อาสิงสวรรค ๑๐. สังขธมนชาดก ว่าด้วยการทำเกินประมาณเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๑. อาสาตมันตชาดก ว่าด้วยหญิงเลวทรามเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๒. อัณฑภูตชาดก ว่าด้วยการวางใจภรรยาเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๓. ตักกชาดก ว่าด้วยธรรมดาหญิงเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๔. ทุราชานชาดก ว่าด้วยภาวะของหญิงรู้ยากเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๕. อนภิรติชาดก ว่าด้วยเปรียบหญิงเหมือนของ ๕ อย่างเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๖. มุทุลักขณชาดก ว่าด้วยความต้องการไม่มีสิ้นสุดเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๗. อุจฉังคชาดก ว่าด้วยหญิงหาลูกหาผัวได้ง่ายเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๘. สาเกตชาดก ว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๙. วิสวันตชาดก ว่าด้วยตายเสียดีกว่าดูดพิษที่คายออกแล้วเอกกนิบาตชาดก อิตถีวรรค ๑๐. กุททาลชาดก ว่าด้วยความชนะที่ดีเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๑. วรุณชาดก ว่าด้วยการทำไม่ถูกขั้นตอนเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๒. สีลวนาคชาดก ว่าด้วยคนอกตัญญูมองคนในแง่ร้ายเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๓. สัจจังกิรชาดก ว่าด้วยไม้ลอยน้ำดีกว่าคนอกตัญญูเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๔. รุกขธรรมชาดก ว่าด้วยต้นไม้โดดเดี่ยวย่อมแพ้ลมเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๕. มัจฉชาดก ว่าด้วยปลาขอฝนเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๖. อสังกิยชาดก ว่าด้วยเมตตากรุณาทำให้ปลอดภัยเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๗. มหาสุบินชาดก ว่าด้วยมหาสุบินเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๘. อิลลีสชาดก ว่าด้วยคนมีรูปร่างเหมือนกันเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๙. ขรัสสรชาดก ว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้งเอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค ๑๐. ภีมเสนชาดก ว่าด้วยคำแรกกับคำหลังไม่สมกันสุราปานชาดก ว่าด้วย โทษของการดื่มสุรามิตตวินทชาดก ว่าด้วย จักรบดศีรษะกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย มิตรอัตถัสสทวารชาดก ว่าด้วย คุณธรรม ๖ ประการกิมปักกชาดก ว่าด้วย โทษของกามสีลวีมังสนชาดก ว่าด้วย ผู้มีศีลมังคลชาดก ว่าด้วย ถือมงคลตื่นข่าวสรัมภชาดก ว่าด้วย การพูดดี-พูดชั่วกุหกชาดก ว่าด้วย พูดดีได้เงินได้ทองอกตัญญูชาดก ว่าด้วย คนอกตัญญูลิตตชาดก ว่าด้วย ลูกสกาอาบยาพิษมหาสารชาดก ว่าด้วย ต้องการคนที่เหมาะกับเหตุการณ์วิสสาสโภชนชาดก ว่าด้วย การไว้วางใจโลมหังสชาดก ว่าด้วย การแสวงหาอย่างประเสริฐมหาสุทัสสนชาดก สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา.เตลปัตตชาดก ว่าด้วย การรักษาจิตนามสิทธิชาดก ว่าด้วย ชื่อไม่เป็นของสำคัญกูฏวาณิชชาดก ว่าด้วย คนผู้เป็นบัณฑิตปโรสหัสสชาดก ว่าด้วย คนผู้มีปัญญาอสาตรูปชาดก ว่าด้วย สิ่งที่ครอบงำคนประมาทปโรสตชาดก ว่าด้วย คนมีปัญญาคนเดียวดีกว่าคนโง่เขลาตั้งร้อยปัณณิกชาดก ว่าด้วย ที่พึ่งให้โทษเวริชาดก ว่าด้วย การอยู่ร่วมกับมีเวรกันมิตตวินทชาดก ว่าด้วย โทษผู้ลุอำนาจความปรารถนาทุพพลกัฏฐชาดก ว่าด้วย ช้างกลัวไม้แห้งอุทัญจนีชาดก ว่าด้วย หญิงโจรสาลิตตกชาดก ว่าด้วย คนมีศิลปะพาหิยชาดก ว่าด้วย เป็นคนควรศึกษาศิลปะกุณฑกปูวชาดก ว่าด้วย มีอย่างไรกินอย่างนั้นสัพพสังหารกปัญหา ว่าด้วย การพูดของหญิง ๒ ประเภทคัทรภปัญหา ว่าด้วย ลากับม้าอัสดรอมราเทวีปัญหา ว่าด้วย บอกใบ้หนทางไปบ้านสิคาลชาดก ว่าด้วย พราหมณ์เชื่อสุนัขมิตจินติชาดก ว่าด้วย ปลาช่วยปลาให้พ้นข่ายอนุสาสิกชาดก ว่าด้วย ดีแต่สอนผู้อื่นทุพพจชาดก ว่าด้วย ได้รับโทษเพราะทำเกินไปติตติรชาดก ว่าด้วย ตายเพราะปากวัฏฏกชาดก ว่าด้วย การใช้ความคิดอกาลราวิชาดก ว่าด้วย ไก่ขันไม่ถูกเวลาพันธนโมกขชาดก ว่าด้วย การหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัดเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๑. กุสนาฬิชาดก ว่าด้วยประโยชน์ของการผูกมิตรเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๒. ทุมเมธชาดก ว่าด้วยคนโง่ได้ยศไม่เป็นประโยชน์เอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๓. นังคลีสชาดก ว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๔. อัมพชาดก ว่าด้วยบัณฑิตควรพยายามร่ำไปเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๕. กฏาหกชาดก ว่าด้วยคนขี้โอ่เอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๖. อสิลักขณชาดก ว่าด้วยเหตุอย่างเดียวคนได้ผลต่างกันเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๗. กลัณฑุกชาดก ว่าด้วยสกุลของนายกลัณฑุกะเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๘. มูสิกชาดก ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้าเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๙. อัคคิกชาดก ว่าด้วยท่านอัคคิกะเอกกนิบาตชาดก กุสนาฬิวรรค ๑๐. โกสิยชาดก ว่าด้วยถ้อยคำกับการกินไม่สมกันอสัมปทานชาดก ว่าด้วย การไม่รับของทำให้เกิดการแตกร้าวปัญจภีรุกชาดก ว่าด้วย ความสวัสดีฆตาสนชาดก ว่าด้วย ภัยเกิดจากที่พึ่งฌานโสธนชาดก ว่าด้วย สุขเกิดจากสมาบัติจันทาภชาดก ว่าด้วย ผู้เข้าถึงอาภัสสรพรหมสุวรรณหังสชาดก ว่าด้วย โลภมากลาภหายพัพพุชาดก ว่าด้วย วิธีให้แมวตายโคธชาดก ว่าด้วย ฤาษีหลอกกินเหี้ยอุภโตภัฏฐชาดก ว่าด้วย ผู้เสียหายหมดทุกอย่างกากชาดก ว่าด้วย กาไม่มีมันเหลวโคธชาดก ว่าด้วย คบคนชั่วไม่มีความสุขสิคาลชาดก ว่าด้วย ทำอุบายนอนตายวิโรจนชาดก ว่าด้วย ผู้ถูกเยาะเย้ยนังคุฏฐชาดก ว่าด้วย บูชาไฟด้วยหางวัวราธชาดก ว่าด้วย พูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลากากชาดก ว่าด้วย กาวิดน้ำด้วยปากบุปผรัตตชาดก ว่าด้วย เป็นทุกข์เพราะภรรยาไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำสิคาลชาดก ว่าด้วย สุนัขเข้าอยู่ในท้องช้างเอกปัณณชาดก ว่าด้วย ต้นไม้ใบเดียวสัญชีวชาดก ว่าด้วย โทษที่ยกย่องอสัตบุรุษราโชวาทชาดก ว่าด้วย วิธีชนะสิคาลชาดก ว่าด้วย การทำโดยไม่พิจารณาสูกรชาดก ว่าด้วย หมูท้าราชสีห์อุรคชาดก ว่าด้วย งูผู้มีคุณธรรมสูงภัคคชาดก ว่าด้วย อายุอลีนจิตตชาดก ว่าด้วย กัลยาณมิตรคุณชาดก ว่าด้วย มิตรธรรมสุหนุชาดก ว่าด้วย การเปรียบเทียบม้า ๒ ม้าโมรชาดก ว่าด้วย นกยูงเจริญพระปริตต์วินีลกชาดก ว่าด้วย การเลือกทำเลผิดอินทสมานโคตตชาดก ว่าด้วย การสมาคมกับสัตบุรุษสันถวชาดก ว่าด้วย ความสนิทสนมสุสีมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุสีมะคิชฌชาดก ว่าด้วย สายตาแร้งนกุลชาดก ว่าด้วย อย่าวางใจมิตรอุปสาฬหกชาดก ว่าด้วย คุณธรรมที่ไม่ตายไปจากโลกสมิทธิชาดก ว่าด้วย การไม่รู้เวลาตายสกุณัคฆิชาดก ว่าด้วย เหยี่ยวนกเขาอรกชาดก ว่าด้วย การแผ่เมตตากกัณฏกชาดก ว่าด้วย กกัณฏกชาดกกัลยาณธรรมชาดก ว่าด้วย ผู้มีกัลยาณธรรมทัททรชาดก ว่าด้วย ราชสีห์กับสุนัขจิ้งจอกมักกฏชาดก ว่าด้วย ลิงทุพภิยมักกฏชาดก ว่าด้วย การคบคนชั่วอาทิจจุปัฏฐานชาดก ว่าด้วย ลิงไหว้พระอาทิตย์กฬายมุฏฐิชาดก ว่าด้วย โลภมากตินทุกชาดก ว่าด้วย อุบายกัจฉปชาดก ว่าด้วย เต่าสตธรรมชาดก ว่าด้วย สตธรรมมาณพทุทททชาดก ว่าด้วย คติของคนดีคนชั่วอสทิสชาดก ว่าด้วย อสทิสกุมารสังคามาวจรชาดก ว่าด้วย ช้างเข้าสงครามวาโลทกชาดก ว่าด้วย น้ำหางคิริทัตตชาดก ว่าด้วย การเอาอย่างอนภิรติชาดก จิตขุ่นมัว-ไม่ขุ่นมัวทธิวาหนชาดก ว่าด้วย พระเจ้าทธิวาหนะจตุมัฏฐชาดก ว่าด้วย ผู้เลวทราม ๔ อย่างสีหโกตถุกชาดก ว่าด้วย ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือนสีหจัมมชาดก ว่าด้วย ลาปลอมเป็นราชสีห์สีลานิสังสชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ศีลรุหกชาดกสิริกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย สิริกับกาฬกรรณีจุลลปทุมชาดก ว่าด้วย การลงโทษหญิงชายทำชู้กันมณิโจรชาดก ว่าด้วย พระเจ้าอธรรมิกราชปัพพตูปัตถรชาดก ว่าด้วย สระที่เชิงเขาลาดวลาหกัสสชาดก ว่าด้วย ความสวัสดีมิตตามิตตชาดก ว่าด้วย อาการของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตรราธชาดก ว่าด้วย เรื่องจริงเก่าไม่ดีไม่ควรพูดคหปติชาดก ว่าด้วย การทวงในเวลายังไม่ถึงกำหนดสาธุสีลชาดก ว่าด้วย เลือกเอาผู้มีศีลพันธนาคารชาดก ว่าด้วย เครื่องผูกเกฬิสีลชาดก ว่าด้วย ปัญญาสำคัญกว่าร่างกายขันธปริตตชาดก ว่าด้วย พระปริตต์ป้องกันสัตว์ร้ายต่างๆวีรกชาดก ว่าด้วย โทษการเอาอย่างผู้อื่นคังเคยยชาดก ว่าด้วย ผู้ชอบโอ้อวดกุรุงคมิคชาดก ว่าด้วย การร่วมมือกันอัสสกชาดก ว่าด้วย ไม่รู้ของจริงเพราะมีสิ่งใหม่ๆ ปิดไว้สุงสุมารชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาไม่สมกับตัวกักกรชาดก ว่าด้วย ผู้ฉลาดเอาตัวรอดได้กันทคลกชาดก ว่าด้วย นกหัวขวานตายเพราะไม้แก่นโสมทัตตชาดก ว่าด้วย อาการของผู้ขออุจฉิฏฐภัตตชาดก ว่าด้วย นางพราหมณีหาชายชู้ภรุราชชาดก ว่าด้วย ประทุษร้ายผู้มีศีลย่อมวิบัติปุณณนทีชาดก ว่าด้วย การไม่ระลึกถึงกัจฉปชาดก ว่าด้วย ตายเพราะปากมัจฉชาดก ว่าด้วย ไฟราคะร้อนกว่าไฟอย่างอื่นเสคคุชาดก ว่าด้วย การได้รับทุกข์จากผู้เป็นที่พึ่งกูฏวาณิชชาดก ว่าด้วย หนามยอกเอาหนามบ่งครหิตชาดก ว่าด้วย คนโง่เขลาย่อมเห็นแก่เงินธัมมัทธชชาดก ว่าด้วย ผู้ถึงธรรมของสัตบุรุษกาสาวชาดก ว่าด้วย ผู้ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะจุลลนันทิยชาดก ว่าด้วย ผลของกรรมดีกรรมชั่วปุฏภัตตชาดก ว่าด้วย การคบกุมภีลชาดก ว่าด้วย คุณธรรมเครื่องให้เจริญขันติวรรณนชาดก ว่าด้วย ต้องอดใจในคนที่หาคุณธรรมยากโกสิยชาดก ว่าด้วย ผู้รู้กาลควรไม่ควรคูถปาณกชาดก ว่าด้วย หนอนท้าช้างสู้กามนีตชาดก ว่าด้วย ผู้ถูกโรครักครอบงำรักษายากปลายิชาดก ว่าด้วย ขับไล่ศัตรูแบบสายฟ้าแลบทุติยปลายิชาดก ว่าด้วย คนถูกความเร่าร้อนเผาจนไม่อาจสู้ข้าศึกได้อุปาหนชาดก ว่าด้วย อนารยชนย่อมใช้ศิลปะในทางผิดวีณาถูณชาดก ว่าด้วย รักคนผิดวิกัณณกชาดก ว่าด้วย คนเห็นแก่อามิสย่อมเดือดร้อนอสิตาภุชาดก ว่าด้วย โลภมากลาภหายวัจฉนขชาดก ว่าด้วย ดาบสผู้มีเล็บงามพกชาดก ว่าด้วย นกเจ้าเล่ห์สาเกตชาดก ว่าด้วย เหตุให้เกิดความรักเอกปทชาดก ว่าด้วย ความเพียรทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่างหริตมาตชาดก ว่าด้วย ผู้มีอิสรภาพมหาปิงคลชาดก ว่าด้วย พระเจ้าปิงคละผู้ร้ายกาจสัพพทาฐิชาดก ว่าด้วย ผู้มีบริวารมากเป็นใหญ่ได้สุนขชาดก ว่าด้วย ผู้ฉลาดย่อมช่วยตัวเองได้คุตติลชาดก ว่าด้วย ลูกศิษย์คิดล้างครูวิคติจฉชาดก ว่าด้วย ความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุดมูลปริยายชาดก ว่าด้วย กาลเวลากินสัตว์พร้อมทั้งตัวเองพาโลวาทชาดก ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภคปาทัญชลิชาดก ว่าด้วย ปาทัญชลีราชกุมารกิงสุโกปมชาดก ว่าด้วย คนไม่รู้ธรรมด้วยญาณย่อมสงสัยในธรรมสาลกชาดก ว่าด้วย สาลกวานรกปิชาดก ว่าด้วย เข้าใจว่าลิงเป็นฤาษีสังกัปปราคชาดก ว่าด้วย ลูกศรคือกิเลสติลมุฏฐิชาดก ว่าด้วย การเฆี่ยนตีเป็นการสั่งสอนมณิกัณฐชาดก ว่าด้วย ขอสิ่งที่ไม่ควรขอกุณฑกกุจฉิสินธวชาดก ว่าด้วย รู้ว่าเขาดีก็ต้องเลี้ยงให้สมดีสุกชาดก ว่าด้วย โทษของการไม่รู้ประมาณชรูทปานชาดก ว่าด้วย ขุดบ่อได้ทรัพย์กลับพินาศเพราะขุดเกินคามณิจันทชาดก ว่าด้วย ลิงเป็นสัตว์ไม่รู้จักเหตุมันธาตุราชชาดก ว่าด้วย กามมีความสุขน้อยมีทุกข์มากติรีติวัจฉชาดก ว่าด้วย ควรบูชาผู้มีพระคุณทูตชาดก ว่าด้วย ทุกชีวิตเป็นทูตของท้องปทุมชาดก ว่าด้วย ไม่ควรพูดให้เกินความจริงมุทุปาณิชาดก ว่าด้วย ความปรารถนาสมประสงค์ในกาลมีของ ๔ อย่างจุลลปโลภนชาดก ว่าด้วย หญิงทำบุรุษให้งงงวยมหาปนาทชาดก ว่าด้วย ปราสาทของพระเจ้ามหาปนาทขุรัปปชาดก ว่าด้วย ถึงคราวกล้าควรกล้าวาตัคคสินธวชาดก ว่าด้วย มิตรสันถวะเกิดแต่แรกพบสุวรรณกักกฏกชาดก ว่าด้วย ปูทองอารามทูสกชาดก ว่าด้วย เหตุที่นายอุยยานบาลจะถูกติสุชาตาชาดก ว่าด้วย ถ้อยคำไพเราะทำให้คนรักอุลูกชาดก ว่าด้วย หน้าตาไม่ดีไม่ควรให้เป็นใหญ่อุทปานทูสกชาดก ว่าด้วย การขี้เยี่ยวลงบ่อน้ำเป็นธรรมดาของหมาจิ้งจอกพยัคฆชาดก ว่าด้วย เรื่องของมิตรกัจฉปชาดก ว่าด้วย ลิงสัปดนโลลชาดก ว่าด้วย โทษของความโลเลรุจิรชาดกกุรุธรรมชาดก ว่าด้วย ให้ช้างแก่ท้าวกาลิงคราชโรมชาดก ว่าด้วย อาชีวกเจ้าเล่ห์มหิสชาดก ว่าด้วย ลิงกับควายสตปัตตชาดก ว่าด้วย ความสำคัญผิดปูฏทูสกชาดก ว่าด้วย ผู้ชอบทำลายอัพภันตรชาดก ว่าด้วย ผลไม้ทิพย์เสยยชาดกวัฑฒกีสูกรชาดก ว่าด้วย หมูสู้เสือได้ด้วยสามัคคีกันสิริชาดก ว่าด้วย โภคะเกิดแก่ผู้มีบุญมณิสูกรชาดก ว่าด้วย ของดีใครทำลายไม่ได้สาลุกชาดก ว่าด้วย อุบายไม่ให้ถูกฆ่าลาภครหิกชาดก ว่าด้วย วิธีการหลอกลวงมัจฉทานชาดก ว่าด้วย บุญที่ให้ทานแก่ปลานานาฉันทชาดก ว่าด้วย ต่างคนต่างใจสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ของศีลภัทรฆฏเภทกชาดก ว่าด้วย คนโง่เขลาเดือดร้อนภายหลังสุปัตตชาดก ว่าด้วย นางกาแพ้ท้องกายนิพพินทชาดก ว่าด้วย ความเบื่อหน่ายร่างกายชัมพุขาทกชาดก ว่าด้วย การสรรเสริญกันและกันอันตชาดก ว่าด้วย ที่สุด ๓ ประเภทสมุททชาดก ว่าด้วย สมุทรสาครกามวิลาปชาดก ว่าด้วย ผู้พิลาปถึงกามอุทุมพรชาดก ว่าด้วย ผู้อ่อนน้อมชื่อว่าเป็นผู้อิ่มโกมาริยปุตตชาดก ว่าด้วย ผู้ไกลจากภูมิฌานพกชาดก ว่าด้วย การทำลายตบะจุลลกาลิงคชาดก ว่าด้วย เทวดากีดกันความพยายามของคนไม่ได้มหาอัสสาโรหชาดก ว่าด้วย การทำความดีไว้ในปางก่อนเอกราชชาดก ว่าด้วย คุณธรรมคือขันติและตบะทัททรชาดก ว่าด้วย ไม่ควรถือตัวในที่ที่เขาไม่รู้จักสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ความลับไม่มีในโลกสุชาตาชาดก ว่าด้วย ได้รับโทษเพราะประมาทปลาสชาดก ว่าด้วย ขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ที่โคนไม้จตุกกนิบาตชาดก กาลิงควรรค ชวสกุณชาดก ว่าด้วยผู้ไม่มีกตัญญูไม่ควรคบฉวชาดก ว่าด้วย การนั่งที่ไม่สมควรสัยหชาดก ว่าด้วย การแสวงหาที่ประเสริฐปุจิมันทชาดก ว่าด้วย ผู้รอบคอบกัสสปมันทิยชาดก ว่าด้วย รู้ตัวว่าผิดแล้วสารภาพผิดขันติวาทิชาดก ว่าด้วย โทษที่ทำร้ายพระสมณะโลหกุมภิชาดก ว่าด้วย สัตว์นรกในโลหกุมภีมังสชาดก ว่าด้วย วาทศิลป์ของคนขอสสปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ผู้สละชีวิตเป็นทานมตโรทนชาดก ว่าด้วย ร้องไห้ถึงคนตายกณเวรชาดก ว่าด้วย หญิงหลายผัวติตติรชาดก ว่าด้วย บาปเกิดจากความจงใจสุจจชชาดก ว่าด้วย ภรรยาที่ดีกุฏิทูสกชาดก ว่าด้วย ลิงกับนกขมิ้นทุททุภายชาดก ว่าด้วย พวกกระต่ายตื่นตูมพรหมทัตตชาดก ว่าด้วย ผู้ขอกับผู้ถูกขอจัมมสาฏกชาดก ว่าด้วย อย่าไว้ใจสัตว์หน้าขนโคธชาดก ว่าด้วย เหี้ยกับฤาษีปลอมกักการุชาดก ว่าด้วย ผู้ควรประดับดอกฟักทิพย์กากาติชาดก ว่าด้วย นางกากีอนนุโสจิยชาดก ว่าด้วย ทุกคนจะต้องตายควรเมตตากันกาฬพาหุชาดก ว่าด้วย ลิงหลอกเจ้าสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ธรรมที่นำความสุขมาให้โกกาลิกชาดก ว่าด้วย พูดในกาลที่ควรพูดรถลัฏฐิชาดก ว่าด้วย ใคร่ครวญก่อนแล้วทำโคธชาดก ว่าด้วย เขารักก็รักมั่ง เขาชังก็ชังตอบราโชวาทชาดก ว่าด้วย คุณสมบัติของผู้นำชัมพุกชาดก ว่าด้วย โทษที่ไม่รู้ประมาณตนพรหาฉัตตชาดก ว่าด้วย เอาของน้อยแลกของมากปีฐชาดก ว่าด้วย ธรรมในสกุลถุสชาดก ว่าด้วย รู้จักแกลบหรือข้าวสารในที่มืดพาเวรุชาดก ว่าด้วย พวกเดียรถีย์เสื่อมลาภสักการะวิสัยหชาดก ว่าด้วย ความยากจนไม่เป็นเหตุให้ทำชั่วกุณฑลิกชาดก ว่าด้วย เปรียบนารีด้วยท่าน้ำวานรชาดก ว่าด้วย ผู้รู้เท่าถึงเหตุการณ์เอาตัวรอดได้กุนตินีชาดก ว่าด้วย การเชื่อมมิตรภาพอัมพชาดก ว่าด้วย หญิงขโมยมะม่วงคชกุมภชาดก ว่าด้วย ช้าๆ จะได้พร้าสองเล่มงามเกสวชาดก ว่าด้วย ความคุ้นเคยเป็นรสอันยอดเยี่ยมอยกูฏชาดก ว่าด้วย ยักษ์ถือกระบองเหล็กใหญ่อรัญญชาดก ว่าด้วย การเลือกคบคนสันธิเภทชาดก ว่าด้วย โทษที่เชื่อถือคำส่อเสียดเทวตาปัญหาชาดก ว่าด้วย ปัญหาของเทวดามณิกุณฑลชาดก ว่าด้วย ผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมสุชาตชาดก ว่าด้วย คำคมของคนฉลาดเวนสาขชาดก ว่าด้วย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอุรคชาดก ว่าด้วย เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบธังกชาดก ว่าด้วย การร้องไห้ไม่มีประโยชน์การันทิยชาดก ว่าด้วย การทำที่เหลือวิสัยลฏุกิกชาดก ว่าด้วย คติของคนมีเวรจุลลธรรมปาลชาดก ว่าด้วย ความรักของแม่ที่มีต่อลูกสุวรรณมิคชาดก ว่าด้วย เนื้อติดบ่วงนายพรานสุสันธีชาดก ว่าด้วย นางผิวหอมวรรณาโรหชาดก ว่าด้วย ผู้มีใจคอหนักแน่นสีลวีมังสชาดก ว่าด้วย ผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นผู้เสมอกันหิริชาดก ว่าด้วย การกระทำที่ส่อให้รู้ว่ามิตรหรือมิใช่มิตรขัชโชปนกชาดก ว่าด้วย เห็นหิ่งห้อยว่าเป็นไฟอหิตุณฑิกชาดก ว่าด้วย ลิงกับหมองูคุมพิยชาดก ว่าด้วย เปรียบวัตถุกามเหมือนยาพิษสาลิยชาดก ว่าด้วย ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวตจสารชาดก ว่าด้วย คนฉลาดย่อมไม่แสดงอาการให้ศัตรูเห็นมิตตวินทุกชาดก ว่าด้วย จักรกรดพัดบนหัวปลาสชาดก ว่าด้วย เหตุที่จะต้องหนีจากไปทีฆีติโกสลชาดก ว่าด้วย เวรย่อมไม่ระงับด้วยเวรมิคโปตกชาดก ว่าด้วย คำพูดที่ทำให้หายเศร้าโศกมูสิกชาดก ว่าด้วย ควรเรียนทุกอย่างแต่ไม่ควรใช้ทุกอย่างจุลลธนุคคหชาดก ว่าด้วย จุลลธนุคคหบัณฑิตกโปตกชาดก ว่าด้วย โภคะของมนุษย์อาวาริยชาดก ว่าด้วย การกระทำที่ไม่เจริญด้วยโภคะเสตเกตุชาดก ว่าด้วย คนที่ได้ชื่อว่าเป็นทิศทรีมุขชาดกที่ ๓ ว่าด้วย โทษของกามเนรุชาดก ว่าด้วย อานุภาพของเนรุบรรพตอาสังกชาดก ว่าด้วย ความหวังมิคาโลปชาดก ว่าด้วย โทษของคนหัวดื้อสิริกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วย สิริกับกาฬกรรณีกุกกุฏชาดก ว่าด้วย ผลของการไม่เชื่อง่ายธัมมัทธชชาดก ว่าด้วย พูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งนันทิยมิคราชชาดก ว่าด้วย พระยาเนื้อนันทิยะขุรปุตตชาดก ว่าด้วย ทำตนให้ไร้ประโยชน์สูจิชาดก ว่าด้วย เข็มตุณฑิลชาดก ว่าด้วย ธรรมเหมือนน้ำ บาปธรรมเหมือนเหงื่อไคลสุวรรณกักกฏกชาดก ว่าด้วย ปูตัวฉลาดมัยหสกุณชาดก ว่าด้วย การใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ปัพพชิตวิเหฐกชาดก ว่าด้วย กราบไหว้ผู้ควรกราบไหว้อุปสิงฆปุปผกชาดก ว่าด้วย คนดีไม่ควรทำชั่วแม้นิดหน่อยวิฆาสาทชาดก ว่าด้วย การกินของที่เป็นเดนวัฏฏกชาดก ว่าด้วย การทำให้เกิดความสุขมณิชาดก ว่าด้วย แก้วมณีกุกกุชาดก ว่าด้วย ปฏิปทาของพระราชาผู้เป็นบัณฑิตมโนชชาดก ว่าด้วย คบคนชั่วไม่ได้ความสุขยั่งยืนสุตนชาดก ว่าด้วย เสียเพื่อได้มาตุโปสกคิชฌชาดก ว่าด้วย เมื่อถึงคราวพินาศความคิดย่อมวิบัติทัพพปุปผกชาดก ว่าด้วย โทษของการโต้เถียงกันทสัณณกชาดกที่ ๖ ว่าด้วย ให้แล้วไม่เดือดร้อนภายหลังทำได้ยากเสนกชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาช่วยคนอื่นได้อัฏฐิเสนชาดก ว่าด้วย การขอกปิชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของผู้บริหารคณะพกพรหมชาดก ว่าด้วย ศีลและพรตของพกพรหมคันธารชาดกมหากปิชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของหัวหน้ากุมภการชาดก ว่าด้วย เหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตรทัฬหธรรมชาดก ว่าด้วย ความกตัญญูโสมทัตตชาดก ว่าด้วย ความเศร้าโศกถึงผู้เป็นที่รักสุสีมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุสีมะออกผนวชโกฏสิมพลิชาดก ว่าด้วย การระวังภัยที่ยังไม่มาถึงธูมการีชาดก ว่าด้วย เศร้าโศกเพราะได้ใหม่ลืมเก่าชาครชาดก ว่าด้วย ผู้หลับและตื่นกุมมาสปิณฑชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ถวายขนมกุมมาสปรันตปชาดก ว่าด้วย ลางบอกความชั่วและภัยที่จะมาถึงกัจจานิชาดก ว่าด้วย ในกาลไหนๆ ธรรมย่อมไม่ตายอัฏฐสัททชาดก ว่าด้วย นิพพานสุลสาชาดก ว่าด้วย ผู้รอบรู้เหตุผลย่อมรอดพ้นศัตรูสุมังคลชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของกษัตริย์คังคมาลชาดก ว่าด้วย กามทั้งหลายเกิดจากความดำริเจติยราชชาดก ว่าด้วย เชฏฐาปจายนธรรมอินทริยชาดก ว่าด้วย ดี ๔ ชั้นอาทิตตชาดก ว่าด้วย การให้ทานกับการรบอัฏฐานชาดก ว่าด้วย สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทีปิชาดก ว่าด้วย คนร้ายไม่ต้องการเหตุผลคิชฌชาดก ว่าด้วย ผู้ไม่ทำตามคำสอนย่อมพินาศโกสัมพิยชาดก ว่าด้วย อยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาลมหาสุวราชชาดก ว่าด้วย สหายย่อมไม่ละทิ้งสหายจุลลสุวกราชชาดก ว่าด้วย ผู้รักษาไมตรีหริตจชาดก ว่าด้วย กิเลสที่มีกำลังกล้าปทกุศลมาณวชาดก ว่าด้วย ภัยที่เกิดแต่ที่พึ่งอาศัยโลมสกัสสปชาดก ว่าด้วย ตบะเป็นคุณธรรมอันประเสริฐจักกวากชาดก ว่าด้วย ความเป็นอยู่ของนกจักรพรากหลิททราคชาดก ว่าด้วย ลักษณะของผู้ที่จะคบสมุคคชาดก ว่าด้วย เปรียบหญิงมีอาการคล้ายก้นเหวปูติมังสชาดก ว่าด้วย โทษของการมองในเวลาที่ไม่ควรมองทัททรชาดก ว่าด้วย คนอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่นจตุทวารชาดก ว่าด้วย จักรกรดพัดบนศีรษะกัณหชาดก ว่าด้วย ขอพรจตุโปสถชาดก ว่าด้วย สมณะสังขชาดก ว่าด้วย อานิสงส์ถวายรองเท้าจุลลโพธิชาดก ว่าด้วย ความโกรธมัณฑัพยชาดก ว่าด้วย ความรักที่มีต่อบุตรนิโครธชาดก ว่าด้วย การคบคนดีตักกลชาดก ว่าด้วย การเลี้ยงดูบิดามารดามหาธรรมปาลชาดก ว่าด้วย เหตุที่ไม่ตายในวัยหนุ่มกุกกุฏชาดก ว่าด้วย พ้นศัตรูเพราะรู้เท่าทันมัฏฐกุณฑลิชาดก ว่าด้วย คนร้องไห้ถึงคนตายเป็นคนโง่เขลาพิลารโกสิยชาดก ว่าด้วย ให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่างจักกวากชาดก ว่าด้วย นกจักรพรากภูริปัญหาชาดก ว่าด้วย คนไม่ดี ๔ จำพวกมหามังคลชาดก ว่าด้วย มงคลฆตปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ความดับความโศกมาตุโปสกชาดก ว่าด้วย พญาช้างผู้เลี้ยงมารดาชุณหชาดก ว่าด้วย การคบบัณฑิตและคบคนพาลธรรมเทวปุตตชาดก ว่าด้วย เรื่องธรรมชนะอธรรมอุทยชาดก ว่าด้วย บารมี ๑๐ ทัศปานียชาดก ว่าด้วย การทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำยุธัญชยชาดก ว่าด้วย การผนวชของเจ้าชายยุธัญชัยและยุธิฏฐิละทสรถชาดก ว่าด้วย ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้วสังวรชาดก ว่าด้วย พระราชาผู้มีศีลาจารวัตรที่ดีงามสุปปารกชาดก ว่าด้วย ทะเล ๖ ประการจุลลกุณาลชาดก ว่าด้วย สิ่ง ๕ อย่างรู้ได้ยากภัททสาลชาดก ว่าด้วย การบำเพ็ญประโยชน์แก่ญาติสมุททวาณิชชาดก ว่าด้วย พ่อค้าทางสมุทรกามชาดก ว่าด้วย กามและโทษของกามชนสันธชาดก ว่าด้วย เหตุที่ทำจิตให้เดือดร้อนมหากัณหชาดก ว่าด้วย คราวที่สุนัขดำกินคนโกสิยชาดก ว่าด้วย โกสิยเศรษฐีขี้ตระหนี่เมณฑกปัญหาชาดก ว่าด้วย เมณฑกปัญหามหาปทุมชาดก ว่าด้วย มหาปทุมกุมารมิตตามิตตชาดก ว่าด้วย อาการ ๑๖ ของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตรอัมพชาดก ว่าด้วย มนต์เสื่อมเพราะลบหลู่ครูอาจารย์ผันทนชาดก ว่าด้วย การผูกเวรของหมีและไม้ตะคร้อชวนหังสชาดก ว่าด้วย รักกันอยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้จุลลนารทกัสสปชาดก ว่าด้วย พิษเหวเปือกตมและอสรพิษทูตชาดก ว่าด้วย การบอกความทุกข์แก่ผู้ที่ควรบอกกาลิงคโพธิชาดก ว่าด้วย การพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิอกิตติชาดก ว่าด้วย อกิตติดาบสขอพรท้าวสักกะตักการิยชาดก ว่าด้วย การพูดดีเป็นศรีแก่ตัวรุรุมิคชาดก ว่าด้วย น้ำใจของพญาเนื้อรุรุสรภชาดก ว่าด้วย ละมั่งทำคุณแก่พระราชาสาลิเกทารชาดก ว่าด้วย นกแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่จันทกินนรชาดก ว่าด้วย นางจันทกินนรีมหาอุกกุสชาดก ว่าด้วย สัตว์ ๔ สหายอุททาลกชาดก ว่าด้วย จรณธรรมภิสชาดก ว่าด้วย ผู้ลักเอาเหง้ามันสุรุจิชาดก ว่าด้วย พระเจ้าสุรุจิปัญจุโปสถิกชาดก ว่าด้วย นกพิราบมหาโมรชาดก ว่าด้วย พญานกยูงพ้นจากบ่วงตัจฉกสูกรชาดก ว่าด้วย หมูพร้อมใจกันสู้เสือมหาวาณิชชาดก ว่าด้วย โลภมากจนตัวตายสาธินราชชาดก ว่าด้วย พระเจ้าวิเทหราชประพาสดาวดึงส์ทสพราหมณชาดก ว่าด้วย ชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติภิกขาปรัมปรชาดก ว่าด้วย การให้ทานในท่านใด มีผลมากมาตังคชาดก ว่าด้วย อานุภาพของมาตังคฤาษีจิตตสัมภูตชาดก ว่าด้วย ผลของกรรมสีวิราชชาดก ว่าด้วย การให้ดวงตาเป็นทานศิริมันทชาดก ว่าด้วย ปัญญาประเสริฐโรหนมิคชาดก ว่าด้วย ความรักในสายเลือดหังสชาดก ว่าด้วย หงส์สุมุขะผู้ภักดีสัตติคุมพชาดก ว่าด้วย พี่น้องก็ยังต่างใจกันภัลลาติยชาดก ว่าด้วย อายุของกินนรโสมนัสสชาดก ว่าด้วย การใคร่ครวญก่อนแล้วทำจัมเปยยชาดก ว่าด้วย บำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์มหาปโลภนชาดก ว่าด้วย หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์ปัญจปัณฑิตชาดก ว่าด้วย ความลับไม่ควรเปิดเผยหัตถิปาลชาดก ว่าด้วย กาลเวลาไม่คอยใครอโยฆรชาดก ว่าด้วย อำนาจของมัจจุราชกิงฉันทชาดก ว่าด้วย โทษที่ฉกฉวยเอาประโยชน์ของคนอื่นกุมภชาดก ว่าด้วย โทษของสุราชัยทิศชาดก ว่าด้วย โปริสาทกับพระเจ้าชัยทิศฉัททันตชาดก ว่าด้วย พญาช้างฉัททันต์สัมภวชาดก ว่าด้วย คนผู้รุ่งโรจน์ได้เพราะปัญญามหากปีชาดก ว่าด้วย ผลบาปของผู้ทำร้ายผู้มีคุณทกรักขสชาดก ว่าด้วย ผีเสื้อน้ำปัณฑรกชาดก ว่าด้วย ไม่ควรบอกความลับแก่คนอื่นสัมพุลาชาดก ว่าด้วย ความซื่อสัตย์ของนางสัมพุลาภัณฑุติณฑุกชาดก ว่าด้วย พระราชาทรงออกสดับฟังข่าวชาวเมืองเตสกุณชาดก ว่าด้วย นกตอบปัญหาพระราชาสรภังคชาดก ว่าด้วย สรภังคดาบสเฉลยปัญหาอลัมพุสาชาดก ว่าด้วย อิสิสิงคดาบสถูกทำลายตบะสังขปาลชาดก ว่าด้วย สังขปาลนาคราชบำเพ็ญตบะจุลลสุตโสมชาดก ว่าด้วย พระเจ้าจุลลสุตโสมออกบวช

经典

ปานียชาดก ว่าด้วย การทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำ

อรรถกถาแปลไทย

77 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระศาสดา เมื่อทรงประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภถึงการข่มกิเลส จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า มิตฺโต มิตฺตสฺส ดังนี้.

ดังจะกล่าวโดยพิสดาร สมัยหนึ่ง คฤหัสถ์ผู้เป็นสหายกันชาวกรุงสาวัตถีประมาณ ๕๐๐ คน ฟังพระธรรมเทศนาของพระตถาคตแล้ว บรรพชาถึงอุปสมบท พากันอยู่ภายในโกฏฐิสัณฐาคาร ถึงเวลาเที่ยงคืน ต่างก็ตรึกถึงกามวิตก.

เรื่องทั้งหมดบัณฑิตพึงให้พิสดาร โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.

แปลกแต่ว่า ครั้นท่านพระอานนท์ให้ภิกษุสงฆ์ประชุมกัน โดยอาณัติของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระศาสดาประทับนั่งเหนืออาสนะที่จัดถวาย ทรงกระทำมิให้เป็นการเจาะจง ไม่ตรัสว่า พวกเธอพากันตรึกถึงกามวิตกแล้ว ตรัสด้วยสามารถเป็นพระดำรัสสงเคราะห์แก่ภิกษุทั้งปวงว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่ากิเลสเป็นของเล็กน้อยไม่มีเลย ธรรมดาว่าภิกษุต้องข่มกิเลสที่เกิดแล้วๆ เสีย บัณฑิตครั้งก่อนเมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ ต่างก็ข่มกิเลสทั้งหลายเสียได้ บรรลุปัจเจกพุทธญาณ ดังนี้แล้ว จึงทรงนำอดีตนิทานมาตรัส ดังต่อไปนี้

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี

สหายสองคนในบ้านน้อยตำบลหนึ่งในแคว้นกาสี พากันถือกระออมน้ำดื่มไปสู่ไร่ในป่า วางไว้ ณ ส่วนข้างหนึ่งแล้วฟันไร่ ในเวลากระหายน้ำก็พากันมาดื่มน้ำ. ในคนสองคนนั้น คนหนึ่งเมื่อมาก็เก็บน้ำดื่มของตนไว้เสีย ดื่มน้ำจากกระออมของอีกคนหนึ่ง

ตอนเย็นออกจากป่าแล้ว ยืนอาบน้ำสำรวจดูว่า วันนี้เราได้ทำบาปอะไรๆ ไว้ ด้วยกายทวารเป็นต้นบ้าง มีหรือไม่ เห็นการที่ขโมยน้ำของเพื่อนกันดื่ม ถึงความสลดใจคิดว่า ตัณหานี้ เมื่อเจริญคงโยน เราเข้าไปในอบายทั้งหลายเป็นแน่แท้ เราจักข่มกิเลสอันนี้เสียให้ได้ กระทำการขโมยน้ำของเพื่อนกันดื่มนั้นให้เป็นอารมณ์ เจริญวิปัสสนา ทำปัจเจกพุทธญาณให้บังเกิดได้แล้ว ยืนนึกถึงคุณที่ตนได้รับอยู่.

ลำดับนั้น อีกคนหนึ่งอาบน้ำแล้วขึ้นมากล่าวกะเขาว่า มาเถิดสหาย เราพากันไปเรือนเถิด.

เขาตอบว่า เธอไปเถิด ฉันไม่มีจิตคิดถึงเรือน เราเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว.

เขากล่าวว่า อันว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไม่เป็นอย่างท่านดอก.

ลำดับนั้น ท่านจึงถามเขาว่าเป็นเช่นไรเล่า. เขาตอบว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายมีผมเพียง ๒ องคุลี ครองผ้าย้อมน้ำฝาด พากันอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลกะ ในป่าหิมพานต์ตอนเหนือ. ท่านลูบศีรษะ ในบัดดลนั้นเอง เพศคฤหัสถ์ของท่านก็อันตรธานหายไป กลับกลายเป็นครองผ้า ๒ ชั้นที่ย้อมแล้ว คาดรัดประคด เช่นกับสายฟ้า มีจีวรเฉวียงบ่า มีสีเพียงดังแผ่นครั่ง ห่มเฉวียงบ่าไว้ข้างหนึ่ง มีผ้าบังสุกุลจีวรสีเมฆ พาดอยู่บนบ่าเบื้องขวา มีบาตรดินสีเหมือนแมลงภู่ คล้องอยู่ที่บ่าเบื้องซ้าย. ท่านสถิตอยู่ในอากาศแสดงธรรมแล้วเหาะไปลงที่เงื้อมเขานันทมูลกะทันที.

ยังมีกุฎุมพีคนหนึ่งในกาสิกคามนั่นเอง นั่งอยู่ที่ตลาด เห็นชายผู้หนึ่งพาภริยาของตนเดินไป ทำลายอินทรีย์เสีย มองดูหญิงผู้เลอโฉมนั้น

หวนคิดไปอีกว่า ความโลภนี้แหละ เมื่อมันเจริญจักโยนเราเข้าไปในอบายทั้งหลายได้ มีใจสลดเจริญวิปัสสนา บรรลุปัจเจกพุทธญาณ สถิตในอากาศแสดงธรรม เหาะไปเงื้อมเขานันทมูลกะเช่นกัน.

ยังมีบิดากับบุตรคู่หนึ่งเป็นชาวกาสิกคามเหมือนกัน เดินทางไปร่วมกัน. พวกโจรป่าพากันซุ่มอยู่ที่ปากดง พวกโจรเหล่านั้นจับบิดากับบุตรได้ ยึดบุตรไว้ปล่อยบิดาไป ด้วยสั่งว่า เจ้าจงไปนำทรัพย์มาไถ่บุตรของท่านเถิด

จับพี่น้องสองคนได้ก็ยึดน้องชายเอาไว้ ปล่อยพี่ชายไป

จับอาจารย์กับอันเตวาสิกได้ ยึดเอาอาจารย์ไว้ ปล่อยอันเตวาสิกไป.

อันเตวาสิกต้องไปนำทรัพย์มาไถ่ตัวอาจารย์ไป ด้วยความโลภในศิลปะ.

ลำดับนั้น บิดาและบุตรนั้นรู้ว่า พวกโจรซุ่มอยู่ที่ตรงนั้น จึงทำกติกากันไว้ว่า เจ้าอย่าเรียกข้าว่าพ่อนะ ถึงข้าก็จะไม่เรียกเองว่าลูก ในเวลาถูกพวกโจรจับได้ ถูกถามว่าแกเป็นอะไรกัน ต่างคนก็ต่างพูดมุสาวาท ทั้งๆ ที่รู้อยู่ แล้วแกล้งตอบว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน.

เมื่อทั้งคู่ออกพ้นจากดง ไปยืนอาบน้ำอยู่ในเวลาเย็น บุตรชายชำระศีลของตน เห็นมุสาวาทนั้น คิดว่า บาปนี้เมื่อเจริญจักโยนเราไปในอบายทั้งหลายได้ เราจักข่มกิเลสนี้ให้ได้ ดังนี้ เจริญวิปัสสนา ทำปัจเจกพุทธญาณให้เกิดขึ้นแล้ว สถิตอยู่ในอากาศแสดงธรรมแก่บิดา เหาะไปสู่เงื้อมเขานันทมูลกะเหมือนกัน.

ยังมีอีกผู้หนึ่งเป็นนายอำเภอคนหนึ่งในกาสิกคามนั่นแล บังคับไม่ให้คนฆ่าสัตว์. ครั้นในเวลากระทำพลีกรรม มหาชนประชุมกันกล่าวกะเขาว่า เจ้านายขอรับ พวกเราต้องฆ่าเนื้อและสุกรเป็นต้น กระทำพลีกรรมแก่หมู่ยักษ์บ้างเถิดขอรับ กาลนี้เป็นกาลแห่งพลีกรรม ก็กล่าวว่า พวกท่านจงกระทำตามแบบอย่างที่เคยกระทำมาในครั้งก่อนนั่นแล. พวกมนุษย์ได้ทำปาณาติบาตมากมาย.

เขามองเห็นปลาและเนื้อเป็นอันมาก รำคาญใจว่า มนุษย์เหล่านี้ที่ฆ่าสัตว์มีประมาณเท่านี้ จักฆ่าตามคำของเราผู้เดียวเท่านั้น ดังนี้แล้ว จึงยืนพิงช่องหน้าต่าง เจริญวิปัสสนา ทำปัจเจกพุทธญาณให้เกิดแล้ว สถิตในอากาศแสดงธรรม เหาะไปเงื้อมเขานันทมูลกะเหมือนกัน.

ยังอีกผู้หนึ่งเป็นนายอำเภอในแคว้นกาสิกะเหมือนกัน ห้ามการซื้อขายน้ำเมาไว้อย่างกวดขัน ถูกมหาชนพากันถามว่า เจ้านายขอรับ เมื่อก่อนเวลานี้เป็นเวลางาน เรียกชื่อว่าสุราฉัณ (สุราที่ดื่มกันในวันมีมหรสพ) พวกกระผมจะทำอย่างไรขอรับ จึงกล่าวว่า พวกท่านจงทำตามแบบอย่างเก่าก่อนนั่นแล. พวกมนุษย์พากันกระทำการมหรสพ ดื่มสุราเมาแล้ว ทะเลาะกันจนมือเท้าแตกหัก ศีรษะแตก หูฉีกขาด ถูกจองจำด้วยสินไหมเป็นอันมาก.

นายอำเภอเห็นพวกคนนั้นแล้วคิดว่า เมื่อเราไม่อนุญาต คนเหล่านี้ก็ไม่ต้องได้ประสบทุกข์กัน. เขาทำความรำคาญใจด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ยืนพิงช่องหน้าต่างอยู่ เจริญวิปัสสนา บรรลุปัจเจกพุทธญาณแล้ว สถิตอยู่ในอากาศแสดงธรรมว่า พวกท่านจงอย่าเป็นผู้ประมาทเถิด แล้วเหาะไปยังเงื้อมเขานันทมูลกะเหมือนกัน.

จำเนียรกาลนานมา พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ต่างเหาะมาลงที่ประตูกรุงพาราณสี เพื่อภิกขาจาร ล้วนนุ่งห่มผ้าเรียบร้อย เที่ยวโปรดสัตว์ด้วยอิริยาบถมีการก้าวไปข้างหน้าเป็นต้น อันน่าเลื่อมใสจนไปถึงประตูวัง.

พระราชาทรงทอดพระเนตรเห็นพระคุณเจ้าเหล่านั้น ทรงมีจิตเลื่อมใส นิมนต์ให้เข้าไปสู่พระราชนิเวศน์ ล้างเท้า ทาด้วยน้ำมันหอม อังคาสด้วยขาทนียและโภชนียะอันประณีต ประทับนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง

ตรัสถามว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย การบรรพชาในปฐมวัยของพระคุณเจ้าทั้งหลาย ดูช่างงดงามจริง เมื่อจะบรรพชาในวัยนี้ พระคุณเจ้าทั้งหลายต่างเห็นโทษในกามทั้งหลาย อย่างไรกันนะ อะไรเป็นอารมณ์ของพระคุณเจ้าเล่า.

เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นจะทูลแด่พระราชานั้น จึงทูลเป็นคาถาองค์ละ ๑ คาถา

ดังต่อไปนี้ :-

อาตมภาพเป็นมิตรของชายคนหนึ่ง ได้ดื่มน้ำของมิตรที่เขามิได้ให้ เพราะเหตุนั้น ภายหลังอาตมภาพจึงรังเกียจว่า เราทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้กระทำบาปต่อไปอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงออกบวช.

ความพอใจบังเกิดขึ้นแก่อาตมภาพ เพราะเห็นภริยาของผู้อื่น เพราะเหตุนั้น ภายหลังอาตมภาพจึงรังเกียจว่า เราได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้กระทำบาปนั้นต่อไปอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงออกบวช.

ขอถวายพระพรมหาบพิตร โจรทั้งหลายจับโยมบิดาของอาตมภาพไว้ในป่า อาตมภาพถูกโจรเหล่านั้นถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ได้แกล้งพูดถึงโยมบิดานั้นเป็นอย่างอื่นไป เพราะเหตุนั้น ภายหลังอาตมภาพจึงรังเกียจว่า เราได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นต่อไปอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงออกบวช.

เมื่อพลีกรรมชื่อว่าโสมยาคะ ปรากฏแล้ว มนุษย์ทั้งหลายก็พากันกระทำปาณาติบาต อาตมภาพได้ยอมอนุญาตให้แก่พวกเขา เพราะเหตุนั้น ภายหลังอาตมภาพจึงรังเกียจว่า เราได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นต่อไปอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงได้ออกบวช.

ในกาลก่อน ชนทั้งหลายในหมู่บ้านของอาตมภาพ สำคัญสุราและเมรัยว่าเป็นน้ำหวาน จึงได้พากันดื่มน้ำเมา เพื่อความฉิบหายแก่ชนเป็นอันมาก อาตมภาพจึงยอมอนุญาตให้แก่พวกเขา เพราะเหตุนั้น ภายหลังอาตมภาพจึงรังเกียจว่า เราได้ทำบาปนั้นไว้แล้ว อย่าได้ทำบาปนั้นต่อไปอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงได้ออกบวช.

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายได้ภาษิตคาถาทั้ง ๕ เหล่านี้ โดยลำดับ.

ฝ่ายพระราชาทรงสดับคำพยากรณ์ของพระปัจเจกพุทธเจ้าแต่ละองค์แล้วได้ทรงสดุดีว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย บรรพชานี้เหมาะสมแก่พระคุณเจ้าทั้งหลายทีเดียว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิตฺโต มิตฺตสฺส ความว่า มหาบพิตร อาตมภาพเป็นเพื่อนคนหนึ่ง บริโภคน้ำดื่มของเพื่อนกัน โดยทำนองนี้.

บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะอาตมภาพไม่กระทำบาปกรรมซ้ำอีก เหมือนอย่างพวกปุถุชนกระทำกันอยู่.

บทว่า ปาปํ ความว่า อาตมภาพกระทำบาปนั้นให้เป็นอารมณ์แล้วบวช.

บทว่า ฉนฺโท ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร เพราะเห็นภริยาของผู้อื่น โดยทำนองนี้ ความพอใจในกามจึงเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว.

บทว่า อคณฺหิ แปลว่า ได้รุมกันจับ.

บทว่า ชานํ ความว่า อาตมภาพถูกพวกโจรนั้น ถามว่าผู้นี้เป็นอะไรของแก ทั้งๆ ที่ทราบอยู่นั่นแหละ จึงตอบไปเสียอย่างอื่นว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน.

บทว่า โสมยาเค ความว่า เมื่องานมหรสพใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว พวกมนุษย์พากันกระทำพลีกรรมแก่ยักษ์ชื่อว่าพิธีโสมยาคะ ครั้นพิธีนั้นปรากฏแล้ว อาตมภาพก็พิจารณาอนุญาต.

บทว่า สุราเมรยมธุกา ความว่า ฝูงชนที่สำคัญอยู่ซึ่งสุรามีสุราเจือด้วยแป้งเป็นต้นและเมรัยมีน้ำดองดอกไม้เป็นต้นว่าเป็นเหมือนน้ำผึ้ง.

บทว่า เย ชนา ปฐมาสุ โน ความว่า ฝูงชนที่เป็นเช่นนี้ มีแล้ว ได้มีก่อนในบ้านของพวกเรา.

บทว่า พหุนฺนํ เต ความว่า พวกเหล่านั้น เมื่อถึงงานมหรสพคราวหนึ่งได้มีการดื่มน้ำเมา เพื่อความฉิบหายแก่ชนเป็นอันมากในวันหนึ่ง.

พระราชาทรงสดับพระธรรมเทศนาของพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ทรงมีจิตเลื่อมใส ทรงถวายผ้าจีวรและเภสัช ทรงส่งพระปัจเจกพุทธเจ้าไปแล้ว.

แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นก็ทำอนุโมทนาแก่ท้าวเธอได้พากันไป ณ ที่นั้นนั่นแล.

ตั้งแต่นั้นมา พระราชาทรงเบื่อหน่าย ไม่ยินดีในวัตถุกามทั้งหลาย ทรงเสวยพระกระยาหารอันมีรสเลิศต่างๆ ก็มิได้ทรงเรียก มิได้ทรงทอดพระเนตรพวกสตรี ทรงมีจิตเบื่อหน่าย เสด็จเข้าห้องอันทรงสิริ ประทับนั่งกระทำกสิณ บริกรรมที่ข้างฝาอันมีสีขาว ทรงทำฌานให้บังเกิดขึ้นแล้ว พระองค์ทรงบรรลุฌานแล้ว.

เมื่อจะทรงติเตียนกามทั้งหลาย จึงตรัสพระคาถาว่า

น่าติเตียนแท้ ซึ่งกามเป็นอันมาก มีกลิ่นเหม็น มีเสี้ยนหนามมาก เราซ่องเสพอยู่ ไม่ได้รับความสุขเช่นนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พหุกณฺฏเก ได้แก่ มีหมู่ปัจจามิตรมากมาย.

บาลีว่า โย จ นั้น ทีจริงก็คือ โย อหํ แปลว่า เราใด. อีกอย่างบาลีก็ว่า โย จ อย่างนี้เหมือนกัน.

บทว่า ตาทิสํ ได้แก่ ความสุขในฌานเช่นนั้น คือเว้นจากกิเลส.

ลำดับนั้น พระอัครมเหสีของพระองค์ทรงดำริว่า พระราชาพระองค์นี้ทรงสดับธรรมกถาของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว ทรงมีท่าทางเบื่อหน่าย มิได้ตรัสกับพวกเราเลย เสด็จเข้าพระตำหนักอันทรงสิริ เราจักคอยจับพระองค์ดูก่อนดังนี้แล้วเสด็จไปสู่พระทวารตำหนักอันทรงสิริ ประทับยืนที่พระทวาร ทรงสดับพระอุทานของพระราชาผู้กำลังทรงติเตียนกามทั้งหลาย จึงตรัสว่า

ข้าแต่พระทูลกระหม่อม พระองค์ทรงติเตียนกาม ความสุขที่เช่นกับกามสุข ไม่มีละหรือ

เมื่อจะทรงพรรณนาถึงความสุขในกาม จึงตรัสพระคาถาต่อไปว่า

กามทั้งหลายมีรสอร่อยมาก สุขอื่นยิ่งไปกว่ากามไม่มี ชนเหล่าใด ซ่องเสพกามทั้งหลาย ชนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงสวรรค์.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มหสฺสาทา ความว่า ข้าแต่พระทูลกระหม่อม ธรรมดาว่ากามเหล่านี้มีความแช่มชื่นมาก ความสุขชนิดอื่นที่ยิ่งไปกว่านี้ ไม่มีเลย เพราะผู้เสพกามเป็นปกติ จะไม่เข้าถึงอบายทั้งหลาย จะพากันไปบังเกิดในสวรรค์แล.

พระโพธิสัตว์เจ้าทรงได้สดับพระราชเสาวนีย์นั้นแล้ว

เมื่อจะทรงติเตียนว่า จงย่อยยับเสียเถิด เจ้าคนถ่อย เจ้าพูดอะไร ขึ้นชื่อว่าความสุขในกามทั้งหลายมีที่ไหนกันเล่า เพราะกามเหล่านี้เป็นวิปริณามทุกข์ทั้งนั้นแหละ

จึงได้ทรงภาษิตพระคาถาที่เหลือว่า

กามทั้งหลาย มีรสอร่อยน้อย ทุกข์อื่นยิ่งไปกว่ากามไม่มี ชนเหล่าใด ซ่องเสพกามทั้งหลาย ชนเหล่านั้น ย่อมเข้าถึงนรก.

เหมือนดาบที่ลับคมดีแล้วเชือด เหมือนกระบี่ที่ขัดดีแล้วแทง เหมือนหอกที่พุ่งไปปักอก กามทั้งหลาย เป็นทุกข์ยิ่งไปกว่านั้น.

หลุมถ่านเพลิงลุกขึ้นโพลงแล้ว ลึกกว่าชั่วบุรุษ ผาลที่เขาเผาร้อนอยู่จนตลอดวัน กามทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งไปกว่านั้น.

เหมือนยาพิษชนิดร้ายแรง น้ำมันที่เดือดพล่าน ทองแดงที่กำลังละลายคว้าง กามทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งไปกว่านั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เนตฺตึโส เท่ากับ เนตฺติโส. คำว่า เนตฺตึโส แม้นี้เป็นชื่อของพระขรรค์ชนิดนั้น.

บทว่า ทุกฺขตรา ความว่า ความทุกข์อันใด ที่จะเกิดขึ้นแก่บุคคล เพราะอาศัยหลุมถ่านเพลิงที่ลุกโพลง หรือตาข่ายเหล็กที่ถูกย่างไว้ตลอดวันอย่างนี้ กามทั้งหลายนั่นแหละ ยังเป็นทุกข์ยิ่งกว่าความทุกข์แม้นั้น.

ในคาถาต่อๆ ไปมีเนื้อความว่า ยาพิษเป็นต้นเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะนำทุกข์มาให้ฉันใด แม้กามทั้งหลายก็เป็นทุกข์ฉันนั้น แต่ความทุกข์นั้น เป็นทุกข์ยิ่งกว่าความทุกข์ที่เหลือ.

พระมหาสัตว์ ทรงแสดงธรรมแก่พระเทวีอย่างนี้แล้ว ได้ทรงให้พวกอำมาตย์ประชุมกัน แล้วตรัสว่า ดูก่อนอำมาตย์ผู้เจริญทั้งหลาย พวกเธอจงรับราชสมบัติไว้เถิด ฉันจักบวช ทั้งๆ ที่มหาชนพากันร้องไห้คร่ำครวญอยู่นั่นแล เสด็จลุกขึ้นไปประทับในอากาศ ประทานพระโอวาท เสด็จไปสู่ป่าหิมพานต์ตอนเหนือทางอากาศนั่นเอง ทรงให้สร้างอาศรม ณ ประเทศที่น่ารื่นรมย์ ผนวชเป็นฤาษี ในที่สุดแห่งพระชนมายุ ได้เสด็จไปสู่พรหมโลกแล้ว.

พระศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่ากิเลสที่เป็นของเล็กน้อยไม่มีเลย ถึงจะมีประมาณน้อย บัณฑิตทั้งหลายก็พากันข่มเสียได้ทั้งนั้น ดังนี้แล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย

(เมื่อจบสัจจะภิกษุ ๕๐๐ รูป ดำรงอยู่ในพระอรหัตผล)

ทรงประชุมชาดกว่า

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายในครั้งนั้น ปรินิพพานแล้ว

พระเทวีได้กลับมาเป็น พระมารดาพระราหุล

ส่วนพระเจ้าพาราณสี ก็คือ เราตถาคต นั่นแล. จบอรรถกถาปานียชาดกที่ ๕ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

ปานียชาดก ว่าด้วย การทำบาปแล้วรังเกียจบาปที่ทำ 注释 · 第27册