๑
อรรถกถาแปลไทย
๓๘. อรรถกถาวีริยารัมภญาณนิทเทส
[๒๓๗-๒๓๘] พึงทราบวินิจฉัยในวีริยารัมภญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
บทว่า อนุปฺปนฺนานํ - ที่ยังไม่เกิด คือยังไม่เกิดในอัตภาพหนึ่ง หรือในอารมณ์หนึ่ง. เพราะชื่อว่าอกุศลอันไม่เกิดในสงสารอันไม่รู้เบื้องต้นและที่สุด ย่อมไม่มี แต่กุศลมี.
บทว่า ปาปกานํ คือ ลามก.
บทว่า อกุสลานํ ธมฺมานํ คือ ธรรมอันเป็นความไม่ดี.
บทว่า อนุปฺปาทาย - เพื่อมิให้เกิดขึ้น คือเพื่อความที่จะไม่ให้เกิดขึ้น.
บทว่า อุปฺปนฺนานํ คือ ที่เกิดแล้วในอัตภาพนี้.
บทว่า ปหานาย คือ เพื่อต้องการละ.
บทว่า อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ - กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด คือธรรมอันเป็นความดีที่ยังไม่เคยเกิดในอัตภาพนี้.
บทว่า อุปฺปาทาย คือ เพื่อต้องการให้เกิด.
บทว่า อุปฺปนฺนานํ - ที่เกิดขึ้นแล้ว คือที่เกิดแล้วในอัตภาพนี้.
บทว่า ฐิติยา คือ เพื่อความตั้งมั่น.
บทว่า อสมฺโมสาย - เพื่อความไม่เลอะเลือน คือเพื่อความไม่สูญหาย.
บทว่า ภิยฺโยภาวาย - เพื่อความเจริญยิ่ง คือเพื่อเกิดบ่อยๆ.
บทว่า เวปุลฺลาย คือ เพื่อความไพบูลย์.
บทว่า ภาวนาย คือ เพื่อความเจริญ.
บทว่า ปาริปูริยา คือ เพื่อความบริบูรณ์.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ เพื่อแสดงถึงกามฉันทะในอกุศลและเนกขัมมะในกุศลให้แปลกออกไป จึงกล่าวบทมีอาทิว่า อนุปฺปนฺนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส - กามฉันทะที่ยังไม่เกิด.
ในบทเหล่านั้น บทว่า กามจฺฉนฺโท ได้แก่ กามราคะอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสมาธิ.
บทว่า เนกฺขมฺมํ ได้แก่ ปฐมฌานสมาธิ หรือปฐมฌาน หรือกุศลธรรมทั้งหมดนั่นแหละ เป็นเนกขัมมะ.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเพื่อแสดงประกอบ ด้วยสามารถแห่งกิเลสทั้งปวง และอรหัตมรรคอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสทั้งปวง จึงกล่าวบทมีอาทิว่า อนุปฺปนฺนานํ สพฺพกิเลสานํ - ยังกิเลสทั้งปวงที่ยังไม่เกิดขึ้น.
ในบทเหล่านั้น บทมีอาทิว่า อุปฺปนฺนสฺส อรหตฺตมคฺคสฺส ฐิติยา - เพื่อความตั้งมั่นแห่งอรหัตมรรคที่เกิดขึ้นแล้ว พึงทราบการประกอบบทมีอาทิว่า ฐิติยา ด้วยสามารถแห่งฐิติขณะและภังคขณะของอรหัตมรรคที่เกิดขึ้นแล้วในอุปาทขณะ.
แม้ในอรรถกถาแห่งวิภังค์ ท่านก็กล่าวว่า ความเป็นไปแห่งอรหัตมรรค ชื่อว่าฐิติ คือความตั้งมั่น. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า พึงเห็นมรรคอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งอรหัตมรรค.
จบอรรถกถาวีริยารัมภญาณนิทเทส -----------------------------------------------------