๑
อรรถกถาแปลไทย
๑๖๓. อรรถกถาขัชชกทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระขัชชกทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ติสฺสสฺส โข ภควโต ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าติสสะ ท่านได้เกิดในตระกูลศูทร ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลไม้น้อยใหญ่อันมีรสอร่อยอย่างละ ๑ ผล มีผลมะม่วงและผลชมภู่เป็นต้น มะพร้าวและขนมที่ควรเคี้ยว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยแล้ว ในขณะที่เขามองดูอยู่นั่นแล ก็เพื่อจะเจริญความเลื่อมใสแก่เขา.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยแต่สมบัติในสุคติโลกสวรรค์อย่างเดียว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วเกิดศรัทธา มีความเลื่อมใสและนับถือมาก บวชแล้วทำพระศาสนาให้งดงามด้วยข้อวัตรปฏิบัติ มีศีลเป็นอลังการเครื่องประดับ ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
เมื่อท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนทราบว่า เราได้ทำกุศลอันดีงามไว้ในที่ดีในกาลก่อนดังนี้ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ติสฺสสฺส โข ภควโต ดังนี้.
พึงทราบความหมายในบทนั้นว่า
ชื่อว่าติสสะ ด้วยอำนาจเป็นชื่อที่มารดาบิดาตั้งให้ เพราะตั้งแต่เกิดขึ้นมา มีแต่จะให้สมบัติในภพทั้งสาม.
อีกความหมายหนึ่ง ชื่อว่าติสสะ เพราะทรงเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ทรงยังมหาชนให้สบายใจด้วยไตรสรณคมน์ ทรงโอวาทพร่ำสอนให้หมู่คนผู้สมบูรณ์ด้วยเหตุตั้งอยู่ในสมบัติทั้งสอง คือสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ.
ชื่อว่า ภควา เพราะทรงประกอบไปด้วยภคธรรมทั้งหลายมีสมาบัติคุณเป็นต้น.
อธิบายว่า ในกาลก่อน เราได้ถวายผลมะพร้าวและผลไม้อื่นนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะพระองค์นั้นแล้ว.
บทว่า นาฬิเกรญฺจ ปาทาสึ ความว่า เราได้ถวายผลไม้อันเป็นไปโดยอาการแห่งต้นมะพร้าวชื่อว่านาฬิเกระ นั้น.
บทว่า ขชฺชกํ อภิสมฺมตํ ความว่า เราได้ถวายของที่ควรเคี้ยวที่สมมติกัน รู้กันอย่างดียิ่งกว่าขนมมีรสอร่อยดี ที่สำเร็จแล้วเพราะปรุงผสมกับน้ำผึ้งและน้ำตาลกรวดเป็นต้นอย่างพิเศษ.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียว. จบอรรถกถาขัชชชกทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------