๑
อรรถกถาแปลไทย
๑๗๓. อรรถกถารัตติยปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระรัตติยปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในตระกูลของนายพราน เที่ยวฆ่าเนื้อในป่า ได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ซึ่งเสด็จเที่ยวไปในป่าเพราะความกรุณาแก่เขาแล้ว มีใจเลื่อมใส เก็บเอาดอกไม้ชื่อว่าราตรีซึ่งบานแล้วและดอกอัญชัญพร้อมทั้งขั้วมาบูชา ด้วยจิตอันประกอบไปด้วยโสมนัส.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำอนุโมทนาแล้ว ก็เสด็จหลีกไป.
ด้วยบุญอันนั้นนั่นแล เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองนั้นแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้วเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มองเห็นโทษในกามทั้งหลายแล้วออกบวช ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจว่า เราเป็นนายพราน ได้ทำกุศลกรรมไว้ดีหนอ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ดังนี้.
พึงทราบวิเคราะห์ในคำนั้นว่า
ชื่อว่ามิคลุททะ เพราะเป็นคนโหดร้าย ป่าเถื่อน ฆ่าเนื้อทั้งหลาย.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามิคลุททะ เพราะเป็นพรานมีความโลภในหมู่เนื้อ.
อธิบายว่า ในครั้งก่อน เราได้เป็นนายพราน.
บทว่า รตฺติกํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ความว่า ดอกไม้หลายชนิดมีดอกปทุมเป็นต้น ย่อมบานในเวลากลางวันเพราะต้องแสงพระอาทิตย์ และหุบในเวลาราตรี.
อธิบายว่า ดอกไม้หลายชนิดมีดอกมะลุลีและดอกมะลิซ้อนเป็นต้นเป็นดอกไม้บานในเวลาราตรี ไม่บานในเวลากลางวัน, เพราะฉะนั้น เราจึงเก็บเอาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหลายชนิดอันมีชื่อว่าดอกราตรี เพราะบานในเวลากลางคืน และเก็บดอกอัญชัญมาบูชาแล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถารัตติยปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------