๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาสัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนกบท สัมปยุตเตน สัมปยุตตะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "เวทนากฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น บทใดสัมปยุตด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำปุจฉาวิสัชนาสัมปโยคะบทนั้นนั่นแหละด้วยขันธ์เป็นต้นอีก.
บท (สัมปยุตเตน สัมปยุตตะ) นั้น ย่อมไม่ประกอบด้วยรูปหรือด้วยบททั้งหลายอันเจือด้วยรูป หรือด้วยบทอันสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์ทั้งหมด เพราะว่า สัมปโยคะของธรรมเหล่าอื่นด้วยรูป หรือด้วยธรรมอันเจือด้วยรูป ไม่มี, บทอื่นก็ไม่มีนั่นแหละ เพราะความที่ขันธ์เป็นต้น อันควรแก่สัมปโยคะทั้งหมด ท่านถือเอาด้วยธรรมอันสงเคราะห์กับด้วยอรูปขันธ์ทั้งปวง.
บทใดพึงถึงการประกอบกับบทนั้น ฉะนั้นบทเช่นนั้น ท่านไม่ถือเอาในที่นี้. แต่บทเหล่าใด ย่อมส่องถึงเอกเทศแห่งอรูปอันไม่เจือด้วยรูป บทเหล่านั้น ทรงถือเอาในนิทเทสนี้.
พึงทราบอุทานของบทเหล่านั้น ดังนี้
"อรูปกฺขนฺธา จตฺตาโร มนายตนเมว จ วิญฺญาณธาตุโย สตฺต เทฺว สจฺจา จุทฺทสินฺทฺริยา. ปจฺจเย ทฺวาทส ปทา ตโต อุปริ โสฬส ติเกสุ อฏฺฐ โคจฺฉเก เตจตฺตาฬีสเมว จ. มหนฺตรทุเก สตฺตา ปทาปิฏฺฐิทุเกสุ ฉ นวมสฺส ปทสฺเสเต นิทฺเทเส สงฺคหํ คตา". แปลว่า นามขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ สัจจะ ๒ (คือสมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ) อินทรีย์ ๑๔ (คือมนินทรีย์เป็นต้น ถึงอัญญาตาวินทรีย์เป็นที่สุด) ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ (คืออวิชชา สังขาร วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ตัณหาอุปาทาน กัมมภวะ โสกะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาสะ) ต่อจากนั้น ปฏิจจสมุปบาท ๑๖ บท (คือสติปัฏฐานเป็นต้น จนถึงมนสิการเป็นที่สุด) ในติกะ ๘ บท (คือเวทนาติกะ ๓ บท วิตักกติกะ ๒ บท ได้แก่ปฐมบทและทุติยบท และปีติติกะ ๓ บท) ในโคจฉกะ ๔๓ บท (คือเหตุโคจฉกะ ๖ บท อาสวโคจฉกะ ๔ บท สัญโญชนโคจฉกะ ๔ บท คันถโคจฉกะ ๔ บท โอฆโคจฉกะ ๔ บท โยคโคจฉกะ ๔ บท นีวรณโคจฉกะ ๔ บท ปรามาสโคจฉกะ ๓ บท อุปาทานโคจฉกะ ๔ บท กิเลสโคจฉกะ ๖ บท) ในมหันตรทุกะ ๗ บท (คือจิตตบท เจตสิกบท จิตตสัมปยุตตบท จิตตสังสัฏฐบท จิตตสัฏฐสมุฏฐานบท จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูบท จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติบท) ในปิฏฐิทุกะ ๖ บท (คือสวิตักกบท สวิจารบท สัปปีติกบท ปีติสหคตบท สุขสหคตบท อุเปกขาสหคตบท) ธรรมทั้งหลาย (๑๒๐ บท) ถึงการสงเคราะห์แห่งบทที่ ๙.
ก็ในปัญหาทั้งปวง ธรรมเหล่าใดทรงยกขึ้นเพื่อปุจฉา ธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยธรรมเหล่าใด มีอยู่ บัณฑิตพึงทราบประเภทแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. เพราะว่า นามขันธ์ ๓ นอกนี้ สัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ก็สัมปยุตด้วยขันธ์เหล่านั้นอีก คือเวทนาขันธ์นั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีสัญญาขันธ์เป็นต้นเหล่านั้น ด้วยมนายตนะ ๑ ด้วยวิญญาณธาตุ ๗ และด้วยสัญญา สังขารทั้งหลายบางอย่างนั่นแหละในธัมมายตนะและธัมมธาตุ.
ในปัญหาทั้งปวง ก็นัยนี้นั่นแหละ ดังนี้แล.
จบอรรถกถาสัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------