๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาวิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนก วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น วิปปโยคะของบทเหล่าใดที่มิได้ยกขึ้นมา (ในที่นี้) บทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงถือเอาในวาระนี้.
ถามว่า ก็บทเหล่านั้น เป็นบทอะไร.
ตอบว่า เป็นบทธัมมายตนะเป็นต้น เพราะว่าวิปปโยคะ ย่อมไม่มีในธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้นของธัมมายตนะ แม้สักบทเดียว. แม้ในธัมมธาตุเป็นต้น ก็นัยนี้นั่นแหละ.
บัณฑิตพึงทราบอุทานแห่งบทเหล่านั้นดังนี้.
"ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ ชีวิตินฺทฺริยเมว จ นามรูปปทญฺเจว สฬายตนเมว จ. ชาติอาทิตฺตยํ เอกํ ปทํ วีสติเม ติเก ติกาวสานิกํ เอกํ สตฺต จูฬนฺตเร ปทา. ทเสว โคจฺฉเก โหนฺติ มหนฺตรมฺหิ จุทฺทส ฉ ปทานิ ตโต อุทฺธํ สพฺพานิปิ สมาสโต. ปทานิ จ ลพฺภนฺติ จตฺตาฬีสญฺจ สตฺตธา". แปลว่า
ธัมมายตนะ ธัมมธาตุ ชีวิตินทรีย์ นามรูป
สฬายตนะ ธรรมทั้ง ๓ มีชาติเป็นต้น (คือชาติ ชรา
มรณะ) ในติกะที่ ๒๐ บทหนึ่ง (คืออัชฌัตตพหิทธบท)
บทสุดท้ายของติกะ ๑ บท (คืออนิทัสสนอัปปฏิฆบท)
ในจูฬันตรทุกะ ๗ บท ในโคจฉกะ ๑๐ บท ในมหันตร
ทุกะ ๑๔ บท ต่อจากนั้นอีก ๖ บท (คือปิฏฐิทุกะ ๖)
บทเหล่านี้ แม้ทั้งหมดท่านแสดงไว้โดยย่อ รวม ๔๗ บท
เหล่านี้ ย่อมประกอบไม่ได้ (หมายความว่าเป็นวิปปยุต).
แม้คาถาสุดท้าย มีคำว่า "ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ" เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อแสดงอรรถนี้นั่นแหละ. ก็แต่ว่า เว้นบทเหล่านี้แล้ว บทที่เหลือแม้ทั้งหมด ย่อมได้ (คือหมายความว่า สงเคราะห์เข้ากันได้). การจำแนกโดยความเป็นขันธ์เป็นต้นในบทเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองแห่งนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละดังนี้แล. จบอรรถกถาวิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
คำนิคม
ก็ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ พระตถาคตอรหันต-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ฉลาดในการจำแนกธาตุ ตรัสคัมภีร์
ธาตุกถาอันใดไว้ บัดนี้ การประกาศส่วนนยมุข คือ
หัวข้อที่เป็นประธานของคัมภีร์นั้นจบลงแล้ว. ก็แล นัย
แม้ทั้งหมดนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้เป็นเพียงสังเขปกถา
บุคคลผู้ฉลาดอาจเพื่อรู้ส่วนนยมุข คือหัวข้อที่พระองค์
ทรงแสดงนี้ได้. ก็ถ้าว่า ข้าพเจ้าจะพึงกล่าวเนื้อความ
พิสดารแห่งคัมภีร์นี้ทุกๆ บทไซร้ ก็จะพึงกล่าวถ้อยคำ
นั้นมากเหลือเกิน ทั้งเนื้อความนั้น ก็มิได้แปลกกันเลย.
บุญกุศลใด อันข้าพเจ้า ผู้กระทำคัมภีร์นี้ เพื่อ
แบบแผน มีประมาณ ๒ ภาณวารหย่อนสำเร็จลงแล้ว
ด้วยประการฉะนี้ ขอกุศลผลบุญนั้น จงถึงแก่สัตวโลก
ทั้งหลาย เพื่อความสุขเกษมสำราญตลอดกาลนิรันดร์
เทอญ.
จบอรรถกถาแห่งธาตุกถาปกรณ์. -----------------------------------------------------