This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典

อรรถกถาแปลไทย

仅原文 · 不作诠释20 行1 个版本

ปัญจสติกักขันธกวรรณนา

วินิจฉัยในปัญจสติกักขันธกะ พึงทราบดังนี้ :-

สองบทว่า ปญฺจ นิกาเย ปุจฺฉิ มีความว่า ท่านพระมหากัสสปะถามนิกาย ๕ คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย อังคุตตรนิกาย สังยุตตนิกาย ขุททกนิกาย.

คำอย่างนี้ว่า เว้นปาราชิก ๔ เสีย สิกขาบทที่เหลือ เป็นสิกขาบทเล็กและเล็กน้อย เป็นอาทิ พระสังคาหกเถระทั้งหลายกล่าวแล้วโดยปริยาย เพื่อแสดงความที่สิกขาบททั้งปวง อันท่านฟังรวบรวมเอาไว้ ไม่ละทิ้งแม้สิกขาบทเดียว.

หลายบทว่า อิทํ โว สมณานํ มีความว่า นี้ สมควรแก่สมณะทั้งหลาย.

โว อักษร ใช้ในอรรถสักว่ายังบทให้เต็ม.

บทว่า ธูมกาลิกํ มีความว่า ควันแห่งจิตกาธารเป็นที่ปรินิพพานของพระสมณะ ยังปรากฏอยู่เพียงใด, กาลเพียงนั้น เป็นกาลแห่งสิกขาบทที่พระสมณะทรงบัญญัติแล้วแก่สาวกทั้งหลาย.

คำว่า อิทํปิ เต อาวุโส อานนฺท ทุกฺกฏํ นี้ อันพระเถระทั้งหลายเพียงแต่จะติว่า กรรมนี้อันทำไม่ดีแล้ว จึงกล่าวแล้ว, หาได้กล่าวหมายถึงอาบัติไม่. อันพระเถระเหล่านั้นจะไม่รู้จักอาบัติ และมิใช่อาบัติหามิได้.

จริงอยู่ ในบัดนี้เอง ท่านพระมหากัสสปะได้ประกาศคำนี้ว่า สงฆ์ไม่บัญญัติสิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงบัญญัติไว้, ไม่เลิกถอนสิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติแล้ว.

อนึ่ง แม้คำว่า เทเสหิ ตํ อาวุโส ทุกฺกฏํ นี้ อันพระเถระทั้งหลายกล่าวหมายถึงความประสงค์นี้ว่า ท่านจงปฏิญญาการไม่ทูลถามนั้นว่า เป็นการทำเสีย อย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทำไม่ดีจริง จะกล่าวหมายถึงการแสดงอาบัติ หามิได้.

ฝ่ายพระเถระไม่ทูลถามแล้ว เพราะระลึกไม่ได้ หาใช่เพราะไม่เอื้อเฟื้อไม่ ; เพราะฉะนั้น ท่านเมื่อกำหนดไม่ได้ แม้ซึ่งความเป็นการทำเสีย เพราะไม่ทูลถามนั้นๆ จึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่เห็นความทำเสียนั้น เมื่อจะแสดงความเคารพในพระเถระทั้งหลาย จึงกล่าวว่า แต่ข้าพเจ้าเชื่อ ท่านทั้งหลายขอแสดงความทำเสียนั้น.

มีคำอธิบายว่า ท่านทั้งหลายกล่าวอย่างใด, ข้าพเจ้ายอมปฏิญญาอย่างนั้น. ในสถานทั้ง ๔ แม้ที่เหลือมีนัยเหมือนกัน.

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า มา ยิมา วิกาเลอเหสุ โดยอธิบายว่า การไปในเวลาวิกาลของสตรี อย่าได้มีแล้ว.

สองบทว่า รโชหรณํ กริสฺสาม มีความว่า อาตมภาพทั้งหลายจักชุบน้ำบิดแล้วเช็ดพื้นที่ทำบริกรรม.

สองบทว่า น กุลวํ คเมนฺติ มีอธิบายว่า สมณศากยบุตรเหล่านี้ไม่เก็บงำไว้ในคลัง.

สองบทว่า ยทคฺเคน ตยา มีความว่า ถ้าว่า พระอรหัตอันท่านทำให้แจ้งแล้ว ในกาลเริ่มแรกทีเดียว ฉะนี้แล.

คำใดที่จะพึงกล่าว ซึ่งยังเหลือ จะพึงมีในปัญจสติกักขันธกะนี้ คำนั้นข้าพเจ้าได้กล่าวในนิทานวรรณนาเสร็จแล้ว

____________________________

ในโยชนาเป็น สทฺธาย.

ปัญจสติกักขันธกวรรณนา จบ. -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

๑ 注释