This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. สังขารูปปัตติสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๓๑๘–๓๓๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์15 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ๑๐. สังขารูปปัตติสูตร (๑๒๐)

สงฺขารูปปตฺติสุตฺตํ

๓๑๘

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงเหตุสำเร็จ ความปรารถนา แก่เธอทั้งหลาย พวกเธอจงฟังเหตุสำเร็จความปรารถนานั้น จง ใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวต่อไป ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ชอบแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ฯ

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ สงฺขารูปปตฺตึ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

๓๑๙

พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอมีความ ปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่ง กษัตริย์มหาศาลเถิด ดังนี้ก็มี เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้ว อย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งกษัตริย์มหาศาล ฯ

ภควา เอตทโวจ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา ขตฺติยมหาสาลานํ วา สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เรา เมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งพราหมณ์มหาศาลเถิด ดังนี้ก็มี... ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งคฤหบดีมหาศาล เถิด ดังนี้ก็มี เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและ วิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไป @ จากศัพท์ว่า สงฺขารูปปตฺติ คำว่าสังขารในที่นี้หมายถึงความปรารถนา. เพื่อความสำเร็จในภาวะนั้นๆ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไป เพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งคฤหบดีมหาศาล ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา พฺราหฺมณมหาสาลานํ วา ... คหปติมหาสาลานํ วา สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบ ด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นดาวดึงส์ มีอายุ ยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เรา เมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นดาวดึงส์เถิด เธอจึงตั้งจิต นั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อัน เธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะ นั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็น สหายแห่งเทวดาชั้นดาวดึงส์ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นยามา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นดุสิต... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นนิมมานรดี... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดี มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตาย ไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดีเถิด เธอจึงตั้งจิต นั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อัน เธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะ นั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็น สหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัสดี ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ จาตุมฺมหาราชิกา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ตสฺส สุตํ โหติ ตาวตึสา เทวา ฯเปฯ ยามา เทวา ... ตุสิตา เทวา ... นิมฺมานรตี เทวา ... ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบ ด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า สหัสสพรหม มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย สหัสสพรหมย่อมน้อมจิตแผ่ไป ตลอดโลกธาตุพันหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในสหัสสพรหมนั้น ก็น้อม จิตแผ่ไปอยู่ได้ เปรียบเหมือนบุรุษมีนัยน์ตาดี วางมะขามป้อมผลหนึ่งในมือแล้ว พิจารณาดูได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สหัสสพรหมก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมน้อมจิตแผ่ไปตลอดโลกธาตุพันหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในสหัสส- *พรหมนั้น ก็น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อ ตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งสหัสสพรหมเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอ เจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหาย แห่งสหัสสพรหม ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ สหสฺโส พฺรหฺมา ทีฆายุโก วณฺณวา สุขพหุโลติ ฯ สหสฺโส ภิกฺขเว พฺรหฺมา สหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว จกฺขุมา ปุริโส เอกํ อามณฺฑํ หตฺเถ กริตฺวา ปจฺจเวกฺเขยฺย เอวเมว โข ภิกฺขเว สหสฺโส พฺรหฺมา สหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สหสฺสพฺรหฺมุโน สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า ทวิสหัสสพรหม... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า ติสหัสสพรหม... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า จตุสหัสสพรหม ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า ปัญจสหัสสพรหม มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัญจสหัสสพรหมย่อมน้อมจิตแผ่ไปตลอด โลกธาตุห้าพันอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในปัญจสหัสสพรหมนั้น ก็น้อมจิต แผ่ไปอยู่ได้ เปรียบเหมือนบุรุษมีนัยน์ตาดี วางผลมะขามป้อม ๕ ผลในมือแล้ว พิจารณาดูได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัญจสหัสสพรหมก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมน้อมจิตแผ่ไปสู่โลกธาตุห้าพันอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในปัญจสหัสส- *พรหม ก็น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อ ตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งปัญจสหัสสพรหมเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอ เจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไป เพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหาย แห่งปัญจสหัสสพรหม ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ ทฺวิสหสฺโส พฺรหฺมา ฯเปฯ ติสหสฺโส พฺรหฺมา ... จตุสหสฺโส พฺรหฺมา ... ปญฺจสหสฺโส พฺรหฺมา ทีฆายุโก วณฺณวา สุขพหุโลติ ฯ ปญฺจสหสฺโส ภิกฺขเว พฺรหฺมา ปญฺจสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว จกฺขุมา ปุริโส ปญฺจ อามณฺฑานิ หตฺเถ กริตฺวา ปจฺจเวกฺเขยฺย เอวเมว โข ภิกฺขเว ปญฺจสหสฺโส พฺรหฺมา ปญฺจสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา ปญฺจสหสฺสพฺรหฺมุโน สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า ทสสหัสสพรหม มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทสสหัสสพรหมย่อมน้อมจิตแผ่ไป ตลอดโลกธาตุหมื่นหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในทสสหัสสพรหมนั้น ก็ น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เปรียบเหมือนแก้ว ไพฑูรย์ งามโชติช่วง แปดเหลี่ยม อันเขาเจียระไนดีแล้ว วางไว้บนผ้ากัมพลเหลือง ย่อมส่องแสงเรือง ไพโรจน์ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทสสหัสสพรหมก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมน้อมจิต แผ่ไปตลอดโลกธาตุหมื่นหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในทสสหัสสพรหม นั้น ก็น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตาย ไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งทสสหัสสพรหมเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอ เจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหาย แห่งทสสหัสสพรหม ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ ทสสหสฺโส พฺรหฺมา ทีฆายุโก วณฺณวา สุขพหุโลติ ฯ ทสสหสฺโส ภิกฺขเว พฺรหฺมา ทสสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว มณิ เวฬุริโย สุโภ โชติมา อฏฺฐํโส สุปริกมฺมกโต ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโต ภาสติ จ ตปติ จ วิโรจติ จ เอวเมว โข ภิกฺขเว ทสสหสฺโส พฺรหฺมา ทสสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา ทสสหสฺสพฺรหฺมุโน สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่าสตสหัสสพรหม มีอายุยืน มี วรรณะ มากด้วยความสุข ดูกรภิกษุทั้งหลาย สตสหัสสพรหมย่อมน้อมจิตแผ่ไป ตลอดโลกธาตุแสนหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วในสตสหัสสพรหมนั้น ก็ น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เปรียบเหมือนแท่งทองชมพูนุท ที่เขาหลอมด้วยความชำนาญ ดี ในเบ้าของช่างทองผู้ฉลาดแล้ว วางไว้บนผ้ากัมพลสีเหลือง ย่อมส่องแสง เรือง ไพโรจน์ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย สตสหัสสพรหมก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมน้อมจิตแผ่ไปตลอดโลกธาตุแสนหนึ่งอยู่ แม้สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้วใน สตสหัสสพรหมนั้นก็น้อมจิตแผ่ไปอยู่ได้ เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งสตสหัสสพรหมเถิด เธอจึงตั้ง จิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จใน ภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความเป็นสหายแห่ง สตสหัสสพรหม ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ สตสหสฺโส พฺรหฺมา ทีฆายุโก วณฺณวา สุขพหุโลติ ฯ สตสหสฺโส ภิกฺขเว พฺรหฺมา สตสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เนกฺขํ ชมฺโพนทํ ทกฺขกมฺมารปุตฺตอุกฺกามุเข สุกุสลสฺมฺปหฏฺฐํ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตํ ภาสติ จ ตปติ จ วิโรจติ จ เอวเมว โข ภิกฺขเว สตสหสฺโส พฺรหฺมา สตสหสฺสีโลกธาตุํ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปฺปนฺนา เตปิ ผริตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สตสหสฺสพฺรหฺมุโน สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอาภา มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นอาภาเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นอาภา ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นปริตตาภา ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอัปปมาณาภา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอาภัสสรา มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นอาภัสสราเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐาน จิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้ว อย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดา ชั้นอาภัสสรา ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ อาภา เทวา ฯเปฯ ปริตฺตาภา เทวา ... อปฺปมาณาภา เทวา ... อาภสฺสรา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อาภสฺสรานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นสุภา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นปริตตสุภา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอัปปมาณสุภา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นสุภกิณหา มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นสุภกิณหาเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐาน- *จิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้ว อย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดา ชั้นสุภกิณหา ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ สุภา เทวา ฯเปฯ ปริตฺตสุภา เทวา ... อปฺปมาณสุภา เทวา ... สุภกิณฺหา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต ฯเปฯ ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นเวหัปปผลา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอวิหา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอตัปปา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นสุทัสสา... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นสุทัสสี... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาชั้นอกนิฏฐา มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อเราตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นอกนิฏฐาเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิต นั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นอกนิฏ- *ฐา ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ เวหปฺผลา เทวา ... อวิหา เทวา ... อตปฺปา เทวา ... สุทสฺสา เทวา ... สุทสฺสี เทวา ... อกนิฏฺฐา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อกนิฏฺฐานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๒๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ มีอายุยืน ดำรงอยู่นาน มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อเราตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตน- *ภพเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและ วิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไป เพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อ ความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ อากาสานญฺจายตนูปคา เทวา ทีฆายุกา จิรฏฺฐิติกา สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯเปฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๓๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ มีอายุยืน ดำรงอยู่นาน มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ เถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนาและวิหารธรรม เหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความ สำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อความสำเร็จ ในความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ วิญฺญาณญฺจายตนูปคา เทวา ทีฆายุกา จิรฏฺฐิติกา สุขพหุลาติ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา วิญฺญาณญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯเปฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๓๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอได้ฟังว่า เทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ มีอายุยืน ดำรงอยู่นาน มากด้วยความสุข เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราเมื่อตายไปแล้ว พึงเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานา- *สัญญายตนภพเถิด เธอจึงตั้งจิตนั้น อธิษฐานจิตนั้น เจริญจิตนั้น ความปรารถนา และวิหารธรรมเหล่านั้น อันเธอเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็น ไปเพื่อความสำเร็จในภาวะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรค นี้ปฏิปทา เป็นไปเพื่อ ความสำเร็จในความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ ฯ

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส สุตํ โหติ อากิญฺจญฺญายตนูปคา เทวา ... เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคา เทวา ทีฆายุกา จิรฏฺฐิติกา สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ตํ จิตฺตํ ปทหติ ตํ จิตฺตํ อธิฏฺฐาติ ตํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ ตสฺส เต สงฺขารา จ วิหารา จ เอวํ ภาวิตา เอวํ พหุลีกตา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตนฺติ ฯ อยํ ภิกฺขเว มคฺโค อยํ ปฏิปทา ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ ฯ

๓๓๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเป็นผู้ประกอบด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เธอมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึง เข้าถึงเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ทำให้แจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง ในปัจจุบันอยู่ เธอจึงเข้าถึงเจโตวิมุตติ ปัญญา วิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ทำให้แจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในปัจจุบันอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้ย่อมไม่เกิดในที่ไหนๆ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นต่างชื่นชมยินดี พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล ฯ จบ สังขารูปปัตติสูตร ที่ ๑๐ จบ อนุปทวรรค ที่ ๒ ----------------------------------------------------- หัวข้อเรื่องของอนุปทวรรคนั้น ดังนี้ เรื่องบทโดยลำดับ ๑ เรื่องความบริสุทธิ์ ๑ เรื่องธรรมของคนดี ๑ เรื่องธรรมที่ควรเสพ ๑ เรื่องแจกธาตุมากอย่าง ๑ เรื่อง ประกาศชื่อพระพุทธ ๑ กับเรื่องจัตตารีสะ ๑ เรื่องลมหายใจ ๑ เรื่องกายคตาสติ ๑ เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องความสำเร็จเกิดขึ้น ในวันเพ็ญ ๒ เพ็ญ คราวที่พระจันทร์บริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน และพระผู้มีพระภาคทรงปรารภเป็นธรรมมิใช่กิจของพระองค์ รวมเป็นวรรคสำคัญชื่ออนุปทวรรคที่ ๒ มีธรรมอันประเสริฐที่ ชนจำนวนมากเสพแล้ว ฯ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อนุปทสูตร ๒. ฉวิโสธนสูตร ๓. สัปปุริสสูตร ๔. เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร ๕. พหุธาตุกสูตร ๖. อิสิคิลิสูตร ๗. มหาจัตตารีสกสูตร ๘. อานาปานสติสูตร ๙. กายคตาสติสูตร ๑๐. สังขารูปปัตติสูตร -----------------------------------------------------

ปุน จปรํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สทฺธาย สมนฺนาคโต โหติ สีเลน สมนฺนาคโต โหติ สุเตน สมนฺนาคโต โหติ จาเคน สมนฺนาคโต โหติ ปญฺญาย สมนฺนาคโต โหติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยนฺติ ฯ โส อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯ อยํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ น กตฺถจิ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อิทมโวจ ภควา อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ ฯ สงฺขารูปปตฺติสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ทสมํ ฯ อนุปทวคฺโค ทุติโย ฯ -------- ตสฺสุทฺทานํ อนุปทโสธนโปริสธมฺโม เสวิตพฺพพหุธาตุวิภตฺติ พุทฺธสฺส กิตฺติ นาม จตฺตารีเสน อานาปาโน กายคโต จ ตโตปปตฺติ จนฺทเก วิมเล ปริสุทฺเธ ปุณฺณสํปุณฺณสมุทนี นิรสมตฺตโน รทฺธา พหุชนเสวิตธมฺมวรํ ยํ อนุปทํ วคฺควรํ ทุติยํ ฯ --------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑๐. สังขารูปปัตติสูตร