๙. ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ๙. ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร (๑๕๑)
ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิสุตฺตํ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเคยเป็น สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่านพระ สารีบุตรออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรสารีบุตร เธอมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณ บริสุทธิ์ผุดผ่อง เธออยู่ด้วยวิหารธรรมอะไรเป็นส่วนมากในบัดนี้ ฯ ท่านพระสารีบุตรทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์อยู่ด้วยวิหาร ธรรมคือสุญญตสมาบัติแลเป็นส่วนมากในบัดนี้ ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ วิปฺปสนฺนานิ โข เต สารีปุตฺต อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต กตเมน ตฺวํ สารีปุตฺต วิหาเรน เอตรหิ พหุลํ วิหรสีติ ฯ สุญฺญตาวิหาเรน โข อหํ ภนฺเต เอตรหิ พหุลํ วิหรามีติ ฯ
พ. ดูกรสารีบุตร ดีละๆ เป็นอันว่าเธออยู่ด้วยวิหารธรรม ของมหาบุรุษเป็นส่วนมากในบัดนี้ เพราะวิหารธรรมของมหาบุรุษนี้ก็คือสุญญต- *สมาบัติ เพราะฉะนั้นแล สารีบุตร ภิกษุถ้าหวังว่าจะอยู่ด้วยวิหารธรรมคือสุญญต- *สมาบัติเป็นส่วนมาก ภิกษุนั้นพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยวบิณฑบาตไปในประเทศใด และกลับจากบิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทาง และประเทศนั้นๆ เรามีความพอใจ หรือความกำหนัด หรือความขัดเคือง หรือ ความลุ่มหลง หรือแม้ความกระทบกระทั่งทางใจในรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุบ้างไหม ดูกร สารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า เราเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยว บิณฑบาตไปในประเทศใด และกลับจากบิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทางและ ประเทศนั้นๆ เรามีความพอใจ หรือความกำหนัด หรือความขัดเคือง หรือ ความลุ่มหลง หรือแม้ความกระทบกระทั่งทางใจในรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุอยู่ ภิกษุ นั้นพึงพยายามละอกุศลธรรมอันลามกเหล่านั้นเสีย ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุ พิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า เราเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยวบิณฑบาตไปใน ประเทศใด และกลับจากบิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทางและประเทศนั้นๆ เราไม่มีความพอใจ หรือความกำหนัด หรือความขัดเคือง หรือความลุ่มหลง หรือแม้ความกระทบกระทั่งทางใจในรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุ ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษา เนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ได้ด้วยปีติและ ปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
สาธุ สาธุ สารีปุตฺต มหาปุริสวิหาเรน กิร ตฺวํ สารีปุตฺต เอตรหิ พหุลํ วิหรสิ มหาปุริสวิหาโร เหส สารีปุตฺต ยทิทํ สุญฺญตา ฯ ตสฺมาติห สารีปุตฺต ภิกฺขุ สเจ อากงฺเขยฺย สุญฺญตาวิหาเรน พหุลํ วิหเรยฺยนฺติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ อตฺถิ นุ โข เม ตตฺถ จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ อตฺถิ เม ตตฺถ จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตสํเยว ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ นตฺถิ เม ตตฺถ จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เรา เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยวบิณฑบาตไปในประเทศใด และกลับจาก บิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทางและประเทศนั้นๆ เรามีความพอใจ หรือความ กำหนัด หรือความขัดเคือง หรือความลุ่มหลง หรือแม้ความกระทบกระทั่งทางใจ ในเสียงที่รู้ได้ด้วยโสต ... ในกลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะ ... ในรสที่รู้ได้ด้วยชิวหา ... ในโผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกาย ... ในธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนบ้างไหม ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า เราเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยวบิณฑบาต ไปในประเทศใด และกลับจากบิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทางและประเทศนั้นๆ เรามีความพอใจ หรือความกำหนัด หรือความขัดเคือง หรือความลุ่มหลง หรือ แม้ความกระทบกระทั่งทางใจในธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโนอยู่ ภิกษุนั้นพึงพยายาม ละอกุศลธรรมอันลามกเหล่านั้นเสีย ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ ว่า เราเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านทางใด เที่ยวบิณฑบาตไปในประเทศใด และกลับ จากบิณฑบาตแต่บ้านทางใด ในทางและประเทศนั้นๆ เราไม่มีความพอใจ หรือ ความกำหนัด หรือความขัดเคือง หรือความลุ่มหลง หรือแม้ความกระทบกระทั่ง ทางใจในธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโน ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ อตฺถิ นุ โข เม ตตฺถ โสตวิญฺเญยฺเยสุ สทฺเทสุ ... ฆานวิญฺเญยฺเยสุ คนฺเธสุ ... ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ ... กายวิญฺเญยฺเยสุ โผฏฺฐพฺเพสุ ... มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ อตฺถิ เม ตตฺถ มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตสํเยว ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ เยน จาหํ มคฺเคน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ ยสฺมิญฺจ ปเทเส ปิณฺฑาย อจรึ เยน จ มคฺเคน คามโต ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมึ นตฺถิ เม ตตฺถ มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ ฉนฺโท วา ราโค วา โทโส วา โมโห วา ปฏิฆํ วาปิ เจตโสติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เรา ละกามคุณ ๕ ได้แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรา ยังละกามคุณ ๕ ไม่ได้เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามละกามคุณ ๕ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้า ภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า เราละกามคุณ ๕ ได้แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้น นั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ปหีนา นุ โข เม ปญฺจ กามคุณาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อปฺปหีนา โข เม ปญฺจ กามคุณาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ ปหานาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ปหีนา โข เม ปญฺจ กามคุณาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เรา ละนีวรณ์ ๕ ได้แล้วหรือหนอ ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังละนีวรณ์ ๕ ไม่ได้เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามละนีวรณ์ ๕ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราละนีวรณ์ ๕ ได้แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ปหีนา นุ โข เม ปญฺจ นีวรณาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อปฺปหีนา โข เม ปญฺจ นีวรณาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา ปญฺจนฺนํ นีวรณานํ ปหานาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ปหีนา โข เม ปญฺจ นีวรณาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เรากำหนดรู้อุปาทานขันธ์ ๕ ได้แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังกำหนดรู้อุปาทานขันธ์ ๕ ไม่ได้เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามกำหนดรู้ อุปาทานขันธ์ ๕ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรากำหนดรู้ อุปาทานขันธ์ ๕ ได้แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ปริญฺญาตา นุ โข เม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อปริญฺญาตา โข เม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ ปริญฺญาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ปริญฺญาตา โข เม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญสติปัฏฐาน ๔ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญสติปัฏฐาน ๔ ดูกร สารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ภิกษุนั้น พึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วย ปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตา โข เม จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตา โข เม จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญสัมมัปปธาน ๔ แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ ว่า เรายังไม่ได้เจริญสัมมัปปธาน ๔ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญสัมมัปปธาน ๔ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญสัมมัปปธาน ๔ แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตา โข เม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา จตุนฺนํ สมฺมปฺปธานานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตา โข เม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญอิทธิบาท ๔ แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญอิทธิบาท ๔ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญอิทธิบาท ๔ ดูกร สารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญอิทธิบาท ๔ แล้ว ภิกษุนั้น พึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วย ปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม จตฺตาโร อิทฺธิปาทาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตา โข เม จตฺตาโร อิทฺธิปาทาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตา โข เม จตฺตาโร อิทฺธิปาทาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญอินทรีย์ ๕ แล้วหรือหนอแล ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญอินทรีย์ ๕ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญอินทรีย์ ๕ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญอินทรีย์ ๕ แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษา เนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์ นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม ปญฺจินฺทฺริยานีติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตานิ โข เม ปญฺจินฺทฺริยานีติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตานิ โข เม ปญฺจินฺทฺริยานีติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญพละ ๕ แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรา ยังไม่ได้เจริญพละ ๕ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญพละ ๕ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้า ภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญพละ ๕ แล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์ นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตานิ นุ โข เม ปญฺจ พลานีติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตานิ โข เม ปญฺจ พลานีติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา ปญฺจนฺนํ พลานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตานิ โข เม ปญฺจ พลานีติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญโพชฌงค์ ๗ แล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญโพชฌงค์ ๗ เลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญโพชฌงค์ ๗ ดูกร สารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ภิกษุนั้น พึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วย ปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม สตฺต โพชฺฌงฺคาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตา โข เม สตฺต โพชฺฌงฺคาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตา โข เม สตฺต โพชฺฌงฺคาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐแล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุ พิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐเลย ภิกษุนั้น พึงพยายามเจริญอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐ ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐแล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้น นั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิโต นุ โข เม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิโต โข เม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิโต โข เม อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราเจริญสมถะและวิปัสสนาแล้วหรือหนอ ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้เจริญสมถะและวิปัสสนาเลย ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญสมถะ และวิปัสสนา ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเจริญสมถะ และวิปัสสนาแล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ใน กุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ ภาวิตา นุ โข เม สมโถ จ วิปสฺสนา จาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อภาวิตา โข เม สมโถ จ วิปสฺสนา จาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา สมถวิปสฺสนานํ ภาวนาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ ภาวิตา โข เม สมโถ จ วิปสฺสนา จาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า เราทำวิชชาและวิมุตติให้แจ้งแล้วหรือหนอแล ดูกรสารีบุตร ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เรายังไม่ได้ทำวิชชาและวิมุตติให้แจ้งเลย ภิกษุนั้นพึงพยายามทำวิชชา และวิมุตติให้แจ้ง ดูกรสารีบุตร แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า เราทำวิชชา และวิมุตติให้แจ้งแล้ว ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ศึกษาเนืองๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย อยู่ด้วยปีติและปราโมทย์นั้นนั่นแล ฯ
ปุน จปรํ สารีปุตฺต ภิกฺขุนา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตพฺพํ สจฺฉิกตา นุ โข เม วิชฺชา จ วิมุตฺติ จาติ ฯ สเจ สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ อสจฺฉิกตา โข เม วิชฺชา จ วิมุตฺติ จาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา วิชฺชาย จ วิมุตฺติยา จ สจฺฉิกิริยาย วายมิตพฺพํ ฯ สเจ ปน สารีปุตฺต ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ สจฺฉิกตา โข เม วิชฺชา จ วิมุตฺติ จาติ เตน สารีปุตฺต ภิกฺขุนา เตเนว ปีติปามุชฺเชน วิหาตพฺพํ อโหรตฺตานุสิกฺขินา กุสเลสุ ธมฺเมสุ ฯ
ดูกรสารีบุตร ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ผู้ทำ บิณฑบาตให้บริสุทธิ์แล้วในอดีตกาล ทั้งหมดนั้น พิจารณาแล้วๆ อย่างนี้เทียว จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ผู้จักทำ บิณฑบาตให้บริสุทธิ์ในอนาคตกาล ทั้งหมดนั้น ต้องพิจารณาแล้วๆ อย่างนี้เทียว จึงจักทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ผู้กำลังทำ บิณฑบาตให้บริสุทธิ์อยู่ในบัดนี้ ทั้งหมดนั้น ย่อมพิจารณาแล้วๆ อย่างนี้เทียว จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้ เพราะฉะนั้นแล พวกเธอพึงสำเหนียกว่า จักพิจารณา แล้วๆ ทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ ดูกรสารีบุตร พวกเธอพึงสำเหนียกไว้ อย่างนี้แล ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตรจึงชื่นชมยินดี พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล ฯ จบ ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร ที่ ๙ -----------------------------------------------------
เย หิ เกจิ สารีปุตฺต อตีตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธสุํ สพฺเพ เต เอวเมว ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธสุํ ฯ เย หิ เกจิ สารีปุตฺต อนาคตมทฺธานํ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธสฺสนฺติ สพฺเพ เต เอวเมว ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธสฺสนฺติ ฯ เย หิ เกจิ สารีปุตฺต เอตรหิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธนฺติ สพฺเพ เต เอวเมว ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธนฺติ ฯ ตสฺมาติห โว สารีปุตฺต สิกฺขิตพฺพํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ปริโสเธสฺสามาติ เอวญฺหิ โว สารีปุตฺต สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ อิทมโวจ ภควา อตฺตมโน อายสฺมา สารีปุตฺโต ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ ฯ ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ นวมํ ฯ ---------