๘. กัฏฐหารสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค กัฏฐหารสูตรที่ ๘
อฏฺฐมํ กฏฺฐหารสุตฺตํ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งหนึ่ง ในแคว้นโกศลโน้น ฯ ก็สมัยนั้น พวกมาณพหลายคน ซึ่งเป็นอันเตวาสิกของพราหมณ์ภารทวาช โคตรคนหนึ่ง เที่ยวหาฟืนพากันเข้าไปยังไพรสณฑ์นั้น แล้วได้เห็นพระผู้มีพระภาค ประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงพระสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในไพรสณฑ์ นั้น จึงเข้าไปหาพราหมณ์ภารทวาชโคตรถึงที่อยู่ แล้วบอกพราหมณ์ภารทวาชโคตร ว่า ขอท่านพึงทราบ พระสมณโคดมประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรง พระสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในไพรสณฑ์ ฯ
เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภารทฺวาชโคตฺตสฺส พฺราหฺมณสฺส สมฺพหุลา อนฺเตวาสิกา กฏฺฐหารกา มาณวกา เยน โส วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อทฺทสํสุ ภควนฺตํ ตสฺมึ วนสณฺเฑ นิสินฺนํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ทิสฺวาน เยน ภารทฺวาชโคตฺโต พฺราหฺมโณ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภารทฺวาชโคตฺตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจุํ ยคฺเฆ ภวํ ชาเนยฺย อสุกสฺมึ วนสณฺเฑ สมโณ โคตโม นิสินฺโน ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ ฯ
ลำดับนั้น พราหมณ์ภารทวาชโคตรพร้อมด้วยมาณพเหล่านั้น เข้าไปยังไพรสณฑ์นั้นแล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกาย ตรง ดำรงพระสติไว้เฉพาะหน้า ครั้นเห็นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ ที่นั้น แล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ภิกษุ ท่านเข้าไปสู่ป่าที่ว่างเปล่าปราศจากคนในป่าหนาทึบ น่า หวาดเสียวนัก มีกายไม่หวั่นเป็นประโยชน์ งาม เพ่งพินิจ อย่างดีหนอ ท่านเป็นมุนีอาศัยป่า อยู่ในป่าผู้เดียว ซึ่งไม่มี การขับร้อง และการบรรเลง การที่ท่านมีจิตยินดี อยู่ในป่า แต่ผู้เดียวนี้ ปรากฏเป็นข้อน่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ปรารถนาไตรทิพย์อันสูงสุด จึงมุ่งหมายความเป็นสหายกับ ท้าวมหาพรหมผู้เป็นอธิบดีของโลก เหตุไร ท่านจึงชอบใจ ป่าที่ปราศจากคน ท่านทำความเพียรในที่นี้เพื่อบังเกิดเป็น พรหมหรือ ฯ
อถ โข ภารทฺวาชโคตฺโต พฺราหฺมโณ เตหิ มาณวเกหิ สทฺธึ เยน โส วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อทฺทส ภควนฺตํ ตสฺมึ วนสณฺเฑ นิสินฺนํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ คมฺภีรรูเป พหุเภรเว วเน สุญฺญํ อรญฺญํ วิชนํ วิคาหิย อนิญฺชมาเนน หิเตน วคฺคุนา สุจารุรูปํ วต ภิกฺขุ ฌายสิ น ยตฺถ คีตํ นปิ ยตฺถ วาทิตํ เอโก อรญฺเญ วนวสฺสิโต มุนิ อจฺเฉรรูปํ ปฏิภาติ มํ อิทํ ยเทกโก ปีติมโน วเน วเส มญฺญามหํ โลกาธิปติสหพฺยตํ อากงฺขมาโน ติทิวํ อนุตฺตรํ กสฺมา ภวํ วิชนมรญฺญมสฺสิโต ตโป อิธ กุพฺพติ พฺรหฺมปตฺติยาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความมุ่งหวังหรือความเพลิดเพลินอย่างใดๆ ในอารมณ์หลาย ชนิด ซึ่งมีประจำอยู่ทุกเมื่อ นานาประการ หรือตัณหาอัน เป็นเหตุให้กระชับแน่น ซึ่งมีอวิชชาเป็นมูลราก ก่อให้เกิด ทั้งหมด เราทำให้สิ้นสุดพร้อมทั้งรากแล้ว เราจึงไม่มีความ มุ่งหวัง ไม่มีตัณหาประจำ ไม่มีตัณหาเข้ามาใกล้ มีปรกติ เห็นหมดจดในธรรมทั้งปวง บรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุด ประเสริฐ เราควรเป็นพรหม แกล้วกล้าเพ่งอยู่ ฯ
ยากาจิ กงฺขา อภินนฺทนา วา อเนกธาตูสุ ปุถู สทา สิตา อญฺญาณมูลปฺปภวา ปชปฺปิตา สพฺพา มยา พฺยนฺตีกตา สมูลิกา สฺวาหํ อกงฺโข อสิโต อนุปโย สพฺเพสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธทสฺสโน ปปฺปุยฺย สมฺโพธิมนุตฺตรํ สิวํ ฌายามหํ พฺรหฺมรโห วิสารโหติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว พราหมณ์ภารทวาชโคตร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดย อเนกปริยาย ดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจะมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอ พระองค์จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
เอวํ วุตฺเต ภารทฺวาชโคตฺโต พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ