๒. มัจฉริสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. มัจฉริสูตร ว่าด้วยคนตระหนี่
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป พวกเทวดาสตุลล- ปกายิกาจำนวนมากมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร เทวดาองค์หนึ่งยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มี- พระภาคว่า เพราะความตระหนี่และความประมาท บุคคลจึงให้ทานอย่างนี้ไม่ได้ บุคคลผู้หวังบุญรู้แจ้งอยู่จึงให้ทานได้ ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า คนตระหนี่กลัวสิ่งใดแล้วไม่ให้ทาน สิ่งนั้นนั่นเองเป็นภัยแก่เขาผู้ไม่ให้ ความหิวและความกระหายที่คนตระหนี่กลัว ย่อมถูกต้องเขานั่นเองซึ่งเป็นคนเขลา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๔. สตุลลปกายิกวรรค ๒. มัจฉริสูตร ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า ฉะนั้น บุคคลควรกำจัดความตระหนี่ ครอบงำมลทินแล้วให้ทานเถิด เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า คนเหล่าใดเมื่อของมีน้อยก็แบ่งให้ เหมือนคนเดินทางไกลแบ่งของให้เพื่อนร่วมทาง เมื่อคนเหล่าอื่นตาย คนเหล่านั้นชื่อว่าไม่ตาย ธรรมนี้เป็นธรรมเก่าแก่ คนพวกหนึ่งเมื่อมีของน้อยก็แบ่งให้ได้ พวกหนึ่งมีของมากกลับแบ่งให้ไม่ได้ ทักษิณาที่ให้จากของน้อย นับว่าเท่ากับของเป็นพัน ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า พวกคนพาลเมื่อจะให้ทานก็ให้ยาก เมื่อจะทำงานก็ทำยาก พวกอสัตบุรุษย่อมไม่ทำตามธรรมของสัตบุรุษ เพราะธรรมของสัตบุรุษดำเนินตามได้แสนยาก ฉะนั้น การไปจากโลกนี้ของพวกสัตบุรุษ และอสัตบุรุษจึงแตกต่างกัน พวกอสัตบุรุษพากันลงนรก ส่วนพวกสัตบุรุษพากันขึ้นสวรรค์ ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระ- ผู้มีพระภาค คำของใครหนอเป็นสุภาษิต” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๔. สตุลลปกายิกวรรค ๒. มัจฉริสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “คำของพวกท่านทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยอ้อม แต่ขอ พวกท่านจงฟังคำของเราบ้าง แม้บุคคลใดประพฤติตนให้ยุ่งยากเลี้ยงดูภรรยา และเมื่อของมีน้อยก็ให้ได้ บุคคลนั้นชื่อว่าประพฤติธรรม เมื่อบุรุษ ๑๐๐,๐๐๐ คน บูชาภิกษุ ๑,๐๐๐ รูป การบูชาของบุรุษเหล่านั้น จึงมีค่าไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งของบุคคลเช่นนั้น ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า เพราะเหตุไร การบูชาอันใหญ่หลวงนี้ จึงมีค่าไม่เท่าส่วนแห่งทานที่บุคคลให้ด้วยความเหมาะสม เมื่อบุรุษ ๑๐๐,๐๐๐ คน บูชาภิกษุ ๑,๐๐๐ รูป การบูชาของบุรุษเหล่านั้น จึงมีค่าไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งของบุคคลเช่นนั้น ได้อย่างไร ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเทวดานั้นด้วยคาถาว่า บุคคลพวกหนึ่งดำรงอยู่ในความไม่เหมาะสม ทำร้ายเขา ฆ่าเขา หรือทำให้เขาเศร้าโศกแล้วจึงให้ทาน ทักษิณานั้นจัดเป็นทักษิณาอันมีหน้านองด้วยน้ำตา เป็นไปกับด้วยอาชญา จึงมีค่าไม่เท่าส่วนแห่งทาน ที่ให้ด้วยความเหมาะสม เมื่อบุรุษ ๑๐๐,๐๐๐ คน บูชาภิกษุ ๑,๐๐๐ รูป การบูชาของบุรุษเหล่านั้น จึงมีค่าไม่เท่าเสี้ยวหนึ่งของบุคคลเช่นนั้น ได้อย่างนี้ มัจฉริสูตรที่ ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๙}