๑๐. ฆฏิกรสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ฆฏิกรสูตรที่ ๑๐
ทสมํ ฆฏิกรสุตฺตํ
ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า ภิกษุ ๗ รูปผู้เข้าถึงพรหมโลกชื่อว่าอวิหา เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว มีราคะ โทสะสิ้นแล้ว ข้ามเครื่องเกาะเกี่ยวในโลกได้แล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ก็ภิกษุเหล่านั้นคือผู้ใดบ้าง ผู้ข้ามเครื่องข้องเป็นบ่วงของมารที่ ข้ามได้แสนยาก ละกายของมนุษย์แล้วก้าวล่วงซึ่งทิพย- *โยคะ ฯ ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า คือท่านอุปกะ ๑ ท่านผลคัณฑะ ๑ ท่านปุกกุสาติ ๑ รวม เป็น ๓ ท่าน ท่านภัททิยะ ๑ ท่านขัณฑเทวะ ๑ ท่านพหุ- *ทันตี ๑ ท่านสิงคิยะ ๑ (รวมเป็น ๗ ท่าน) ท่านเหล่านั้น ล้วนแต่ละกายของมนุษย์ ก้าวล่วงทิพยโยคะได้แล้ว ฯ
อวิหํ อุปปนฺนาเส วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีณา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ เย จ เต อตรุํ สงฺคํ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุนฺติ ฯ อุปโก ผลคณฺโฑ จ ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ พหุทนฺตี จ สิงฺคิโย เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านเป็นคนมีความฉลาด กล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ ละบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นตรัสรู้ธรรมของใครเล่า จึง ตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ
กุสลี ภาสสี เตสํ มารปาสปฺปหายินํ กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ
ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า ท่านเหล่านั้น ตรัสรู้ธรรมของผู้ใดจึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ผู้นั้นไม่มีอื่นไปจากพระผู้มีพระภาค และธรรมนั้นไม่มีอื่นไป จากคำสั่งสอนของพระองค์ ฯ นามและรูปดับไม่เหลือในธรรมใด ท่านเหล่านั้นได้รู้ธรรมนั้น ในพระศาสนานี้ จึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ
น อญฺญตฺร ภควตา นาญฺญตฺร ตว สาสนา ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ ตํ เต ธมฺมมิธญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านกล่าววาจาลึกรู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรม ของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฯ
คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย วาจํ ภาสสิ อีทิสนฺติ ฯ
ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา ได้เป็นอุบาสกของพระกัสสป พุทธเจ้า เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่เกี่ยวด้วยอามิส ได้เคยเป็นคนร่วมบ้านกับพระองค์ ทั้งได้ เคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลปางก่อน ข้าพระองค์รู้จัก ภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว มีราคะและโทสะสิ้นแล้ว ผู้ข้ามเครื่องข้องในโลกได้แล้ว ฯ
กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสึ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เต สคาเมยฺโย อหุวา เต ปุเร สขา โสหเมเต ปชานามิ วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีเณ ติณฺเณ โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า แน่ะนายช่างหม้อ ท่านกล่าวเรื่องอย่างใด เรื่องนั้นได้เป็น จริงแล้วอย่างนั้นในกาลนั้น เมื่อก่อนท่านเคยเป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา เป็น อุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่เกี่ยวด้วยอามิส ได้เป็นคน เคยร่วมบ้านกันกับเรา ทั้งได้เคยเป็นสหายของเราในปาง ก่อน ฯ พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า สหายเก่าทั้งสอง ผู้มีตนอันอบรมแล้ว ทรงไว้ซึ่งสรีระมีใน ที่สุด ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ฯ จบ อาทิตตวรรค ที่ ๕ ----------------------------------------------------- สูตรที่กล่าวในอาทิตตวรรคนั้น คือ อาทิตตสูตร กินททสูตร อันนสูตร เอกมูลสูตร อโนมิยสูตร อัจฉรา สูตร วนโรปสูตร เชตวนสูตร มัจฉริสูตร ฆฏิกรสูตร ฉะนี้แล ฯ -----------------------------------------------------
เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภคฺคว กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสิ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เม สคาเมยฺโย อหุวา เม ปุเร สขาติ ฯ เอวเมตํ ปุราณานํ สหายานมหุ สงฺคโม อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ สรีรนฺติมธารินนฺติ ฯ อาทิตฺตวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ อาทิตฺตํ กินฺททํ อนฺนํ เอกมูลํ อโนมิยํ อจฺฉรา วนโรปเชตํ มจฺเฉเรน ฆฏีกโรติ ฯ ---------------