๗. อัปปฏิวิทิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. อัปปฏิวิทิตสูตร ว่าด้วยผู้ไม่รู้แจ้งธรรม
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลเหล่าใดยังไม่รู้แจ้งธรรม ย่อมถูกชักนำไปในวาทะของคนเหล่าอื่น @เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงอริยสัจ ๔ (สํ.ส.อ. ๑/๗/๒๕) @ วาทะของคนเหล่าอื่น หมายถึงลัทธิของเดียรถีย์ หรือทิฏฐิ ๖๒ (สํ.ส.อ. ๑/๗/๒๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๑. นฬวรรค ๘. สุสัมมุฏฐสูตร บุคคลเหล่านั้นหลับอยู่ยังไม่ตื่น บัดนี้เป็นกาลที่บุคคลเหล่านั้นควรจะตื่น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลเหล่าใดรู้แจ้งธรรมแล้ว ย่อมไม่ถูกชักนำไปในวาทะของคนเหล่าอื่น บุคคลเหล่านั้นผู้รู้ดี รู้ชอบ ย่อมดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอในที่ที่ไม่สม่ำเสมอ อัปปฏิวิทิตสูตรที่ ๗ จบ ๘. สุสัมมุฏฐสูตร ว่าด้วยผู้ลืมเลือนธรรม
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลผู้ลืมเลือนธรรม ย่อมถูกชักนำไปในวาทะของคนเหล่าอื่น บุคคลเหล่านั้นหลับอยู่ยังไม่ตื่น บัดนี้เป็นกาลที่บุคคลเหล่านั้นควรจะตื่น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลผู้ไม่ลืมเลือนธรรม ย่อมไม่ถูกชักนำไปในวาทะของคนเหล่าอื่น บุคคลเหล่านั้นผู้รู้ดี รู้ชอบ ย่อมดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอในที่ที่ไม่สม่ำเสมอ สุสัมมุฏฐสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ที่ที่ไม่สม่ำเสมอ หมายถึงโลกสันนิวาส หมู่สัตว์ หรือกิเลสที่ไม่สม่ำเสมอ (สํ.ส.อ. ๑/๗/๒๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๘}