This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๕๖–๔๖๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค6 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร

๔๕๖

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขต พระนครราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังนี้ ฯ

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

๔๕๗

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้ กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มี ตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้ได้ชื่อว่า ปาจีนวังสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์ได้ชื่อว่า ติวรา หมู่มนุษย์ชื่อติวรา มีอายุประมาณสี่หมื่นปี หมู่มนุษย์ชื่อติวราขึ้นปาจีนวังสบรรพตเป็นเวลา ๔ วัน ลงก็เป็นเวลา ๔ วัน สมัย พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กกุสันธ เสด็จอุบัติขึ้น ในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากกุสันธ มีพระสาวก คู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าวิธูระ และสัญชีวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแล อันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นกระทำ กาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุ เพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ภควา เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส ปาจีนวํโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ ติวราเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ ติวรานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ จตฺตาฬีสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ ติวรา ภิกฺขเว มนุสฺสา ปาจีนวํสํ ปพฺพตํ จตูเหน อาโรหนฺติ จตูเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กกุสนฺโธ ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กกุสนฺธสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วิธูรสญฺชีวนฺนาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

๔๕๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อว่า วงกฏ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีชื่อว่า โรหิตัสสะ มีอายุประมาณสามหมื่นปี มนุษย์ชื่อว่าโรหิตัสสะขึ้นวงกฏบรรพตเป็นเวลา ๓ วัน ลงก็เป็นเวลา ๓ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโกนาคมนะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โกนา- *คมนะ มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าภิยโยสและอุตตระ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้ว มนุษย์ เหล่านั้นทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพานแล้ว สังขาร ทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส วงฺกโตเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ โรหิตสฺสาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ โรหิตสฺสานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ ตึสวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ โรหิตสฺสา ภิกฺขเว มนุสฺสา วงฺกตํ ปพฺพตํ ตีเหน อาโรหนฺติ ตีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน โกนาคมโน ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ โกนาคมนสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ภิยฺโยสุตฺตรํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

๔๕๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว เวปุลลบรรพตนี้มีชื่อว่า สุปัสสะ สมัยนั้นแล หมู่มนุษย์มีชื่อว่าสุปปิยา หมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยามีอายุประมาณ สองหมื่นปี หมู่มนุษย์ที่ชื่อว่าสุปปิยาขึ้นสุปัสสบรรพต เป็นเวลา ๒ วัน ลงก็เป็น เวลา ๒ วัน สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า กัสสป เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนาม ว่ากัสสป ได้มีพระสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อว่าติสสและภารทวาชะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูเถิด ชื่อแห่งภูเขานี้นั้นแลอันตรธานไปแล้ว มนุษย์เหล่านั้นกระทำกาละไปแล้ว และพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็ปรินิพพาน แล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส สุปสฺโสเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน มนุสฺสานํ สุปฺปิยาเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ สุปฺปิยานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ วีสติวสฺสสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ อโหสิ ฯ สุปฺปิยา ภิกฺขเว มนุสฺสา สุปสฺสํ ปพฺพตํ ทฺวีเหน อาโรหนฺติ ทฺวีเหน โอโรหนฺติ ฯ เตน โข ปน ภิกฺขเว สมเยน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน โหติ ฯ กสฺสปสฺส ภิกฺขเว ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ติสฺส ภารทฺวาชํ นาม สาวกยุคํ อโหสิ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ปสฺสถ ภิกฺขเว สา เจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรหิตา เต จ มนุสฺสา กาลกตา โส จ ภควา ปรินิพฺพุโต ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุํ ฯ

๔๖๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บัดนี้แล ภูเขาเวปุลละนี้มีชื่อเวปุลละทีเดียว ก็บัดนี้หมู่มนุษย์เหล่านี้มีชื่อว่ามาคธ หมู่มนุษย์ที่ชื่อมาคธมีอายุน้อย นิดหน่อย ผู้ใด มีชีวิตอยู่นาน ผู้นั้นมีอายุเพียงร้อยปี น้อยกว่าก็มี เกินกว่าก็มี หมู่มนุษย์ชื่อมาคธ ขึ้นเวปุลลบรรพตเพียงครู่เดียว ลงก็เพียงครู่เดียว และบัดนี้ พระอรหันตสัมมา- *สัมพุทธเจ้าพระองค์นี้ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ก็เราแลมีสาวกคู่หนึ่ง เป็นคู่ เลิศ เป็นคู่เจริญ ชื่อสารีบุตรและโมคคัลลานะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้นก็ จักมี และชื่อแห่งบรรพตนี้จักอันตรธาน หมู่มนุษย์เหล่านี้จักทำกาละ และเราก็ จักปรินิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้ ไม่ยั่งยืนอย่างนี้ ไม่น่าชื่นใจอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อ หน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิมสฺส เวปุลฺลสฺส ปพฺพตสฺส เวปุลฺโลเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ เอตรหิ โข ปน ภิกฺขเว อิเมสํ มนุสฺสานํ มาคธกาตฺเวว สมญฺญา อุทปาทิ ฯ มาคธกานํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ อปฺปกํ อายุปฺปมาณํ ปริตฺตกํ ลหุกํ โย จิรํ ชีวติ โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย วา ฯ มาคธกา ภิกฺขเว มนุสฺสา เวปุลฺลํ ปพฺพตํ มุหุตฺเตเนว อาโรหนฺติ มุหุตฺเตน โอโรหนฺติ ฯ เอตรหิ โข ปนายํ ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน ฯ มยฺหํ โข ปน ภิกฺขเว สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานํ นาม สาวกยุคํ อคฺคํ ภทฺทยุคํ ฯ ภวิสฺสติ ภิกฺขเว โส สมโย ยา อยญฺเจวิมสฺส ปพฺพตสฺส สมญฺญา อนฺตรธายิสฺสติ อิเม จ มนุสฺสา กาลํ กริสฺสนฺติ อหญฺจ ปรินิพฺพายิสฺสามิ ฯ เอวํ อนิจฺจา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อทฺธุวา ภิกฺขเว สงฺขารา เอวํ อนสฺสาสิกา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ

๔๖๑

พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ปาจีนวังสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อติวระ วงกฏบรรพตของหมู่ มนุษย์ชื่อโรหิตัสสะ สุปัสสบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อสุปปิยา และเวปุลลบรรพตของหมู่มนุษย์ชื่อมาคธ สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นแลเสื่อมไปเป็นธรรมดา ครั้นเกิด ขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับไป เป็นสุข ดังนี้ ฯ จบสูตรที่ ๑๐ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทุคคตสูตร ๒. สุขิตสูตร ๓. ติงสมัตตาสูตร ๔. มาตุสูตร ๕. ปิตุสูตร ๖. ภาตุสูตร ๗. ภคินีสูตร ๘. ปุตตสูตร ๙. ธีตุสูตร ๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร จบอนมตัคคสังยุตต์ที่ ๓ -----------------------------------------------------

อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา ปาจีนวํโส ติวรานํ โรหิตสฺสาน วงฺกโต สุปฺปิยานํ สุปสฺโสปิ มาคธานญฺจ เวปุโล อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโขติ ฯ ทสมํ ฯ ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ทุคฺคตํ สุขิตญฺเจว ตึสมาตา ปิเตน จ ภาตา ภคินี ปุตฺโต จ ธีตา เวปุลฺลปพฺพตํ ฯ อนมตคฺคสํยุตฺตํ ตติยํ สมตฺตํ ฯ ---------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร