๘. ปิตุสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๘. ปิตุสูตร
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค ... ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็น อันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคน ในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุบิดา ... ฯ จบสูตรที่ ๘ ๙. ภาตุสูตร ... เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุพี่ชายน้องชาย ... ฯ จบสูตรที่ ๙ ๑๐. ภคินิสูตร ... เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุพี่สาวน้องสาว ... ฯ จบสูตรที่ ๑๐ ๑๑. ปุตตสูตร ... เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่งบุตร ... ฯ จบสูตรที่ ๑๑ ๑๒. ธีตุสูตร ... เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่งธิดา ... ฯ จบสูตรที่ ๑๒ ๑๓. ปชาปติสูตร ... เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่งภรรยา ท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อมา เราเห็นเขา ถูกลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูกรภิกษุ- *ทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตราย แก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่าอย่างนี้ เพราะเหตุ นั้นแล ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภสักการะและชื่อเสียงที่บังเกิดขึ้น แล้ว จักย่ำยีจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ จบสูตรที่ ๑๓ จบจตุตถวรรคที่ ๔ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภินทิสูตร ๒. มูลสูตร ๓. ธรรมสูตรที่ ๑ ๔. ธรรมสูตรที่ ๒ ๕. ปักกันตสูตร ๖. รถสูตร ๗. มาตุสูตร ๘. ปิตุสูตร ๙. ภาตุสูตร ๑๐. ภคินิสูตร ๑๑. ปุตตสูตร ๑๒. ธีตุสูตร ๑๓. ปชาปติสูตร จบลาภสักการสังยุตต์ที่ ๕ -----------------------------------------------------
อิธาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ น วายมายสฺมา ปิตุปิ เหตุ [วิตฺถาเรตพฺพํ] ภาตุปิ เหตุ ... ภคินิยาปิ เหตุ ... ปุตฺตสฺสปิ เหตุ ... ธีตุยาปิ เหตุ ... ปชาปติยาปิ เหตุ สมฺปชานมุสา ภาเสยฺยาติ ตเมนํ ปสฺสามิ อปเรน สมเยน ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตํ ปริยาทินฺนจิตฺตํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺตํ ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตีติ ฯ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ เตรสมํ ฯ จตุตฺถวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺส อุทฺทานํ ภินฺทิ มูลํ ทฺวิธมฺโม จ ปกฺกนฺตํ รถมาตริ ปิตา จ ภาตา ภคินี ปุตฺโต ธีตา ปชาปตีติ ฯ ลาภสกฺการสํยุตฺตํ ปญฺจมํ สมตฺตํ ฯ --------