๘. นันทสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๘. นันทสูตร
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระนันทะผู้เป็นบุตร ของพระเจ้าแม่น้าแห่งพระผู้มีพระภาค ห่มจีวรที่ทุบและกลับทุบแล้ว หยอด นัยน์ตา ถือบาตรมีสีใส เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้า แล้ว ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา นนฺโท ภควโต มาตุจฺฉาปุตฺโต อาโกฏิตปจฺจาโกฏิตานิ จีวรานิ ปารุปิตฺวา อกฺขีนิ อญฺชิตฺวา อจฺฉํ ปตฺตํ คเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
ครั้นท่านพระนันทะนั่งเรียบร้อยแล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ ว่า ดูกรนันทะ ข้อที่เธอห่มจีวรที่ทุบและกลับทุบแล้ว หยอดนัยน์ตา และถือ บาตรมีสีใส ไม่สมควรแก่เธอผู้เป็นกุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา ข้อที่เธอถืออยู่ป่าเป็นวัตร ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และไม่ พึงเป็นผู้เพ่งเล็งในกามทั้งหลายอยู่อย่างนี้ จึงสมควรแก่เธอผู้เป็นกุลบุตรออกบวช เป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา ฯ
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ นนฺทํ ภควา เอตทโวจ น โข เต ตํ นนฺท ปฏิรูปํ กุลปุตฺตสฺส สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตสฺส ยํ ตฺวํ อาโกฏิตปจฺจาโกฏิตานิ จีวรานิ ปารุเปยฺยาสิ อกฺขีนิ จ อญฺเชยฺยาสิ อจฺฉญฺจ ปตฺตํ ธาเรยฺยาสิ เอวํ โข เต นนฺท ปฏิรูปํ กุลปุตฺตสฺส สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตสฺส ยํ ตฺวํ อารญฺญิโก จ อสฺสสิ ปิณฺฑปาติโก จ ปํสุกูลิโก จ กาเมสุ จ อนเปกฺโข วิหเรยฺยาสีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า เมื่อไร เราจะพึงได้เห็นนันทะ ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ถือผ้า บังสุกุลเป็นวัตร ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยโภชนะที่เจือปนกัน ผู้ไม่อาลัยในกามทั้งหลาย ดังนี้ ฯ
อิทมโวจ ฯเปฯ สตฺถา กทาหํ นนฺทํ ปสฺเสยฺยํ อารญฺญํ ปํสุกูลิกํ อญฺญาภุญฺเชน ยาเปนฺตํ กาเมสุ อนเปกฺขินนฺติ ฯ
ลำดับนั้น ท่านพระนันทะ โดยสมัยต่อมา ได้เป็นผู้อยู่ป่า เป็นวัตร ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และไม่อาลัยในกาม ทั้งหลายอยู่ ฯ จบสูตรที่ ๘
อถ โข อายสฺมา นนฺโท อปเรน สมเยน อารญฺญิโก จ อาสิ ปิณฺฑปาติโก จ ปํสุกูลิโก จ กาเมสุ จ อนเปกฺโข วิหาสีติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ