This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๖

本册其他条目

๑. ปฏิจจสมุปปาทสูตร๒. วิภังคสูตร๓. ปฏิปทาสูตร๔. วิปัสสีสูตร๕. สิขีสูตร - ๙. กัสสปสูตร๑๐. โคตมสูตร๑. อาหารสูตร๒. โมลิยผัคคุนสูตร๓. สมณพราหมณสูตร๔. ทุติยสมณพราหมณสูตร๕. กัจจานโคตตสูตร๖. ธัมมกถิกสูตร๗. อเจลกัสสปสูตร๘. ติมพรุกขสูตร๙. พาลปัณฑิตสูตร๑๐. ปัจจยสูตร๑. ทสพลสูตร๒. ทุติยทสพลสูตร๓. อุปนิสสูตร๔. อัญญติตถิยสูตร๕. ภูมิชสูตร๖. อุปวาณสูตร๗. ปัจจยสูตร๘. ภิกขุสูตร๙. สมณพราหมณสูตร๑๐. ทุติยสมณพราหมณสูตร๑. ภูตสูตร๒. กฬารสูตร๓. ญาณวัตถุสูตร๔. ทุติยญาณวัตถุสูตร๕. อวิชชาปัจจยสูตร๖. ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร๗. นตุมหสูตร๘. เจตนาสูตร๙. ทุติยเจตนาสูตร๑๐. ตติยเจตนาสูตร๑. ปัญจเวรภยสูตร๒. ทุติยปัญจเวรภยสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. ญาติกสูตร๖. อัญญตรพราหมณสูตร๗. ชาณุสโสณิสูตร๘. โลกายติกสูตร๙. อริยสาวกสูตร๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร๑. ปริวีมังสนสูตร๒. อุปาทานสูตร๓. สังโยชนสูตร๔. ทุติยสังโยชนสูตร๕. มหารุกขสูตร๖. ทุติยมหารุกขสูตร๗. ตรุณรุกขสูตร๘. นามรูปสูตร๙. วิญญาณสูตร๑๐. นิทานสูตร๑. อัสสุตวาสูตร๒. ทุติยอัสสุตวาสูตร๓. ปุตตมังสสูตร๔. อัตถิราคสูตร๕. นครสูตร๖. สัมมสสูตร๗. นฬกลาปิสูตร๘. โกสัมพิสูตร๙. อุปยันติสูตร๑๐. สุสิมปริพพาชกสูตร๘. สมณพราหมณวรรค๙. อันตรเปยยาล๑. นขสิขาสูตร๒. โปกขรณีสูตร๓. สัมเภชชอุทกสูตร๔. ทุติยสัมเภชชอุทกสูตร๕. ปฐวีสูตร๖. ทุติยปฐวีสูตร๗. สมุททสูตร๘. ทุติยสมุททสูตร๙. ปัพพตสูตร๑๐. ทุติยปัพพตสูตร๑๑. ตติยปัพพตสูตร๑. ธาตุนานัตตสูตร๒. ผัสสนานัตตสูตร๓. โนผัสสนานัตตสูตร๔. เวทนานานัตตสูตร๕. ทุติยเวทนานานัตตสูตร๖. พาหิรธาตุนานัตตสูตร๗. สัญญานานัตตสูตร๘. โนปริเยสนานานัตตสูตร๙. พาหิรผัสสนานัตตสูตร๑๐. ทุติยพาหิรผัสสนานัตตสูตร๑. สัตตธาตุสูตร๒. สนิทานสูตร๓. คิญชกาวสถสูตร๔. หีนาธิมุตติกสูตร๕. จังกมสูตร๖. สคาถาสูตร๗. อัสสัทธสังสันทนสูตร๘. อัสสัทธมูลกสูตร๙. อหิริกมูลกสูตร๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร๑๑. อัปปัสสุตมูลกสูตร๑๒. กุสีตมูลกสูตร๑. อสมาหิตสูตร๒. ทุสสีลสูตร๓. ปัญจสิกขาปทสูตร๔. สัตตกัมมปถสูตร๕. ทสกัมมปถสูตร๖. อัฏฐังคิกสูตร๗. ทสังคสูตร๑. จตุธาตุสูตร๒. ปุพเพสัมโพธสูตร๓. อจริงสูตร๔. โนเจทังสูตร๕. เอกันตทุกขสูตร๖. อภินันทสูตร๗. อุปปาทสูตร๘. สมณพราหมณสูตร๙. ทุติยสมณพราหมณสูตร๑๐. ตติยสมณพราหมณสูตร๑. ติณกัฏฐสูตร๒. ปฐวีสูตร๓. อัสสุสูตร๔. ขีรสูตร๕. ปัพพตสูตร๖. สาสปสูตร๗. สาวกสูตร๘. คังคาสูตร๙. ทัณฑสูตร๑๐. ปุคคลสูตร๑. ทุคคตสูตร๒. สุขิตสูตร๓. ติงสมัตตสูตร๔. มาตุสูตร๕. ปิตุสูตร๖. ภาตุสูตร๗. ภคินิสูตร๘. ปุตตสูตร๙. ธีตุสูตร๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร๑. สันตุฏฐสูตร๒. อโนตตัปปีสูตร๓. จันทูปมาสูตร๔. กุลูปกสูตร๕. ชิณณสูตร๖. โอวาทสูตร๗. ทุติยโอวาทสูตร๘. ตติยโอวาทสูตร๙. ฌานาภิญญสูตร๑๐. อุปัสสยสูตร๑๑. จีวรสูตร๑๒. ปรัมมรณสูตร๑๓. สัทธัมมัปปฏิรูปกสูตร๑. ทารุณสูตร๒. พฬิสสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทีฆโลมิกสูตร๕. มีฬหกสูตร๖. อสนิสูตร๗. ทิทธสูตร๘. สิคาลสูตร๙. เวรัมภสูตร๑๐. สคาถกสูตร๑. สุวัณณปาติสูตร๒. รูปิยปาติสูตร๓-๑๐. สุวัณณนิกขสุตตาทิอัฏฐกะ ๓. สุวัณณนิกขสูตร ๔. สุวัณณนิกขสตสูตร ๕. สิงคินิกขสูตร ๖. สิงคินิกขสตสูตร ๗. ปฐวิสูตร ๘. อามิสกิญจิกขสูตร ๙. ชีวิตสูตร ๑๐. ชนปทกัลยาณีสูตร๑. มาตุคามสูตร๒. กัลยาณิสูตร๓. เอกปุตตกสูตร๔. เอกธีตุสูตร๕. สมณพราหมณสูตร๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร๗. ตติยสมณพราหมณสูตร๘. ฉวิสูตร๙. รัชชุสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. ภินทิสูตร๒. กุสลมูลสูตร๓. กุสลธัมมสูตร๔. สุกกธัมมสูตร๕. อจิรปักกันตสูตร๖. ปัญจรถสตสูตร๗. มาตุสูตร๘-๑๓. ปิตุสุตตาทิฉักกะ ๘. ปิตุสูตร ๙. ภาตุสูตร ๑๐. ภคินิสูตร ๑๑. ปุตตสูตร ๑๒. ธีตุสูตร ๑๓. ปชาปติสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. สัญเจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร ๒-๑๐. รูปาทิสุตตนวกะ ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร ๔. สัมผัสสสูตร ๕. เวทนาสูตร ๖. สัญญาสูตร ๗. สัญเจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร ๙. ธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร๑๑. อนุสยสูตร๑๒. อปคตสูตร๑. อัฏฐิสูตร๒. เปสิสูตร๓. ปิณฑสูตร๔. นิจฉวิสูตร๕. อสิโลมสูตร๖. สัตติสูตร๗. อุสุโลมสูตร๘. สูจิโลมสูตร๙. ทุติยสูจิโลมสูตร๑๐. กุมภัณฑสูตร๑. สสีสกสูตร๒. คูถขาทสูตร๓. นิจฉวิตถีสูตร๔. มังคุลิตถีสูตร๕. โอกิลินีสูตร๖. อสีสกสูตร๗. ปาปภิกขุสูตร๘. ปาปภิกขุนีสูตร๙. ปาปสิกขมานาสูตร๑๐. ปาปสามเณรสูตร๑๑. ปาปสามเณรีสูตร๑. กูฏสูตร๒. นขสิขสูตร๓. กุลสูตร๔. โอกขาสูตร๕. สัตติสูตร๖. ธนุคคหสูตร๗. อาณิสูตร๘. กลิงครสูตร๙. นาคสูตร๑๐. พิฬารสูตร๑๑. สิคาลสูตร๑๒. ทุติยสิคาลสูตร๑. โกลิตสูตร๒. อุปติสสสูตร๓. ฆฏสูตร๔. นวสูตร๕. สุชาตสูตร๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร๗. วิสาขสูตร๘. นันทสูตร๙. ติสสสูตร๑๐. เถรนามกสูตร๑๑. มหากัปปินสูตร๑๒. สหายกสูตร

经典

๓. ญาณวัตถุสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

仅原文 · 不作诠释1 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค ๓. ญาณวัตถุสูตร ๓. ญาณวัตถุสูตร ว่าด้วยญาณวัตถุ

๓๓

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงญาณวัตถุ ๔๔ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มี พระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า “ญาณวัตถุ ๔๔ อะไรบ้าง คือ ๑. ความรู้ในชราและมรณะ ๒. ความรู้ในความเกิดแห่งชราและมรณะ ๓. ความรู้ในความดับแห่งชราและมรณะ ๔. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ ๕. ความรู้ในชาติ ๖. ความรู้ในความเกิดแห่งชาติ ๗. ความรู้ในความดับแห่งชาติ ๘. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชาติ ๙. ความรู้ในภพ ๑๐. ความรู้ในความเกิดแห่งภพ ๑๑. ความรู้ในความดับแห่งภพ ๑๒. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งภพ ๑๓. ความรู้ในอุปาทาน ๑๔. ความรู้ในความเกิดแห่งอุปาทาน ๑๕. ความรู้ในความดับแห่งอุปาทาน ๑๖. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งอุปาทาน ๑๗. ความรู้ในตัณหา ๑๘. ความรู้ในความเกิดแห่งตัณหา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๖๙} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค ๓. ญาณวัตถุสูตร ๑๙. ความรู้ในความดับแห่งตัณหา ๒๐. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งตัณหา ๒๑. ความรู้ในเวทนา ๒๒. ความรู้ในความเกิดแห่งเวทนา ๒๓. ความรู้ในความดับแห่งเวทนา ๒๔. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งเวทนา ๒๕. ความรู้ในผัสสะ ... (๒๖-๒๘) ๒๙. ความรู้ในสฬายตนะ ... (๓๐-๓๒) ๓๓. ความรู้ในนามรูป ... (๓๔-๓๖) ๓๗. ความรู้ในวิญญาณ ... (๓๘-๔๐) ๔๑. ความรู้ในสังขารทั้งหลาย ๔๒. ความรู้ในความเกิดแห่งสังขาร ๔๓. ความรู้ในความดับแห่งสังขาร ๔๔. ความรู้ในปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร เหล่านี้เรียกว่า ญาณวัตถุ ๔๔ ชราและมรณะ เป็นอย่างไร คือ ความแก่ ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนัง เหี่ยวย่น ความเสื่อมอายุ ความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์ในหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่า สัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่า ชรา ความจุติ ความเคลื่อนไป ความทำลายไป ความหายไป ความตายกล่าวคือ มฤตยู การทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งร่างกาย ความขาดแห่ง ชีวิตินทรีย์ของเหล่าสัตว์นั้นๆ จากหมู่สัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่า มรณะ ชราและมรณะ ดังพรรณนามาฉะนี้ นี้เรียกว่า ชราและมรณะ เพราะชาติเกิด ชราและมรณะจึงเกิด เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๗๐} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค ๓. ญาณวัตถุสูตร อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เท่านั้น คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. สัมมาสมาธิ ชื่อว่าปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งชราและมรณะ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด อริยสาวกรู้ชัดชราและมรณะอย่างนี้ รู้ชัดความเกิด แห่งชราและมรณะอย่างนี้ รู้ชัดความดับแห่งชราและมรณะอย่างนี้ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ ถึงความดับแห่งชราและมรณะอย่างนี้ นี้ชื่อว่าธัมมญาณของอริยสาวกนั้น เมื่อนั้น อริยสาวกนั้นพิจารณานัยในอดีตและอนาคตด้วยธรรมนี้ ซึ่งตนเห็นแล้ว รู้แล้ว ไม่ประกอบด้วยกาล อันตนได้บรรลุแล้ว อันตนหยั่งรู้แล้ว สมณะหรือพราหมณ์ในอดีตเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ก็ได้รู้ชราและมรณะ ได้รู้ความเกิด แห่งชราและมรณะ ได้รู้ความดับแห่งชราและมรณะ ได้รู้ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่ง ชราและมรณะ เหมือนอย่างที่เรารู้ในบัดนี้เหมือนกันทั้งนั้น สมณะหรือพราหมณ์ในอนาคตเหล่าใดเหล่าหนึ่งก็จักรู้ชราและมรณะ จักรู้ ความเกิดแห่งชราและมรณะ จักรู้ความดับชราและมรณะ จักรู้ปฏิปทาที่ให้ถึง ความดับแห่งชราและมรณะ เหมือนอย่างที่เรารู้ในบัดนี้เหมือนกันทั้งนั้น นี้ชื่อว่า อันวยญาณของอริยสาวกนั้น ญาณ ๒ ประการนี้ คือ (๑) ธัมมญาณ (๒) อันวยญาณ ของอริยสาวก เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ผุดผ่อง อริยสาวกนี้เราเรียกว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิบ้าง @เชิงอรรถ : @ ธัมมญาณ ในที่นี้หมายถึงมัคคญาณ คือ ญาณในอริยมรรค คือความหยั่งรู้ที่ให้สำเร็จภาวะอริยบุคคล @แต่ละชั้น อรรถกถากล่าวว่า เป็นเสขภูมิของพระขีณาสพ เป็นญาณอันดับที่ ๑๔ ในญาณ ๑๖ @(สํ.นิ.อ. ๒/๓๓/๗๗, ขุ.ป. (แปล) ๓๑/๖๑-๖๒/๙๙-๑๐๒, วิสุทฺธิ. ๒/๘๐๖-๘๑๕/๓๕๓-๓๕๙) @ อันวยญาณ ในที่นี้หมายถึงปัจจเวกขณญาณ คือ ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณาทบทวนคือสำรวจรู้ @มรรคผล กิเลสที่ละได้แล้ว กิเลสที่ยังเหลืออยู่ และนิพพาน เว้นพระอรหันต์ไม่มีการพิจารณากิเลสที่ยัง @เหลืออยู่ ญาณนี้เป็นญาณอันดับที่ ๑๖ ในญาณ ๑๖ (สํ.นิ.อ. ๒/๓๓/๗๗, ขุ.ป. (แปล) ๓๑/๖๕/๑๐๖-๑๐๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๗๑} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค ๓. ญาณวัตถุสูตร ผู้ถึงพร้อมด้วยทัศนะบ้าง ผู้ถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง ประกอบด้วย ญาณอันเป็นเสขะบ้าง ประกอบด้วยวิชชาอันเป็นเสขะบ้าง บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นพระอริยะผู้มีปัญญาเพิกถอนกิเลสบ้าง ดำรงอยู่ใกล้ประตูอมตนิพพานบ้าง ชาติเป็นอย่างไร ฯลฯ ภพเป็นอย่างไร ... อุปาทานเป็นอย่างไร ... ตัณหาเป็น อย่างไร ... เวทนาเป็นอย่างไร ...ผัสสะเป็นอย่างไร ... สฬายตนะเป็นอย่างไร ... นามรูปเป็นอย่างไร ... วิญญาณเป็นอย่างไร ... สังขารทั้งหลาย มีเท่าไร สังขารมี ๓ ประการนี้ คือ ๑. กายสังขาร ๒. วจีสังขาร ๓. จิตตสังขาร นี้เรียกว่าสังขารทั้งหลาย เพราะอวิชชาเกิด สังขารจึงเกิด เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เท่านั้น คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. สัมมาสมาธิ ชื่อว่าปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร เมื่อใดอริยสาวกรู้ชัดสังขารทั้งหลายอย่างนี้ รู้ชัดความเกิดแห่งสังขารอย่างนี้ รู้ชัดความดับแห่งสังขารอย่างนี้ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขารอย่างนี้ นี้ชื่อว่าธัมมญาณของอริยสาวกนั้น เมื่อนั้นอริยสาวกนั้นพิจารณานัยในอดีตและ อนาคตด้วยธรรมนี้ ซึ่งตนเห็นแล้ว รู้แล้ว ไม่ประกอบด้วยกาล อันตนได้บรรลุแล้ว อันตนหยั่งรู้แล้ว สมณะหรือพราหมณ์ในอดีตเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ก็ได้รู้สังขารทั้งหลาย ได้รู้ความ เกิดแห่งสังขาร ได้รู้ความดับแห่งสังขาร ได้รู้ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งสังขาร เหมือนอย่างที่เรารู้ในบัดนี้เหมือนกันทั้งนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๗๒} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๑. นิทานสังยุต] ๔. กฬารขัตติยวรรค ๔. ทุติยญาณวัตถุสูตร สมณะหรือพราหมณ์ในอนาคตเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ก็จักรู้สังขารทั้งหลาย จักรู้ ความเกิดแห่งสังขาร จักรู้ความดับแห่งสังขาร จักรู้ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่ง สังขาร เหมือนอย่างที่เรารู้ในบัดนี้เหมือนกันทั้งนั้น นี้ชื่อว่าอันวยญาณของอริยสาวกนั้น ภิกษุทั้งหลาย ญาณ ๒ ประการนี้ คือ (๑) ธัมมญาณ (๒) อันวยญาณ ของอริยสาวก เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ผุดผ่อง อริยสาวกนี้เราเรียกว่า เป็นผู้ถึงพร้อม ด้วยทิฏฐิบ้าง ผู้ถึงพร้อมด้วยทัศนะบ้าง ผู้ถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง ประกอบด้วยญาณอันเป็นเสขะบ้าง ประกอบด้วยวิชชาอันเป็นเสขะบ้าง บรรลุ กระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นพระอริยะผู้มีปัญญาเพิกถอนกิเลสบ้าง ดำรงอยู่ใกล้ประตู อมตนิพพานบ้าง” ญาณวัตถุสูตรที่ ๓ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้