This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๖. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๒

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๓๗–๑๔๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค6 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๖. อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒

๑๓๗

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสว่า ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึง มีวิญญาณ ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการ อย่างนี้ ฯ

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ฯเปฯ อวิชฺชาปจฺจยา ภิกฺขเว สงฺขารา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ ฯ

๑๓๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นไฉน และ ชรามรณะนี้เป็นของใคร หรือพึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นอย่างอื่น และชรามรณะ นี้เป็นของผู้อื่น คำทั้งสองของผู้นั้น มีเนื้อความอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะ เท่านั้น เมื่อมีทิฐิว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น ความอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ย่อมไม่มี หรือเมื่อมีทิฐิว่า ชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ความอยู่ประพฤติ- *พรหมจรรย์ย่อมไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตย่อมแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่ข้องแวะส่วนสุดทั้งสองนั้น ดังนี้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา- *มรณะ ฯลฯ ชาติเป็นไฉน ... ภพเป็นไฉน ... อุปาทานเป็นไฉน ... ตัณหาเป็นไฉน ... เวทนาเป็นไฉน ... ผัสสะเป็นไฉน ... สฬายตนะเป็นไฉน ... นามรูปเป็นไฉน ... วิญญาณเป็นไฉน ... ฯ

กตมํ ชรามรณํ กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณนฺติ อิติ วา ภิกฺขเว โย วเทยฺย อญฺญํ ชรามรณํ อญฺญสฺส จ ปนิทํ ชรามรณนฺติ อิติ วา ภิกฺขเว โย วเทยฺย อุภยเมตํ เอกตฺถํ พฺยญฺชนเมว นานํ ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ วา ภิกฺขเว ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา ภิกฺขเว ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ ฯ เอเต เต ภิกฺขเว อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯเปฯ กตมา ชาติ ... กตโม ภโว ... กตมํ อุปาทานํ ... กตมา ตณฺหา ... กตมา เวทนา ... กตโม ผสฺโส ... กตมํ สฬายตนํ ... กตมํ นามรูปํ ... กตมํ วิญฺญาณํ ... ฯ

๑๓๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงกล่าวว่า สังขารเป็นไฉน และ สังขารนี้เป็นของใคร หรือพึงกล่าวว่า สังขารเป็นอย่างอื่น และสังขารนี้เป็นของ ผู้อื่น คำทั้งสองของผู้นั้น มีเนื้อความอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น เมื่อมีทิฐิว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น ความอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ย่อมไม่มี หรือเมื่อมีทิฐิว่า ชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ความอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ย่อมไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตย่อมแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่ข้องแวะ ส่วนสุดทั้งสองนั้น ดังนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ฯลฯ

กตเม สงฺขารา กสฺส จ ปนิเม สงฺขาราติ อิติ วา ภิกฺขเว โย วเทยฺย อญฺเญ สงฺขารา อญฺญสฺส จ ปนิเม สงฺขาราติ อิติ วา ภิกฺขเว โย วเทยฺย อุภยเมตํ เอกตฺถํ พฺยญฺชนเมว นานํ ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ อิติ วา ภิกฺขเว ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ อิติ วา ภิกฺขเว ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโส น โหติ ฯ เอเต เต ภิกฺขเว อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ฯเปฯ

๑๔๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทิฐิไม่ว่าชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่เป็นข้าศึก อัน บุคคลเสพผิด ส่ายหาไปว่า ชรามรณะเป็นไฉน และชรามรณะเป็นของใคร หรือว่าชรามรณะเป็นอย่างอื่น และชรามรณะนี้เป็นของผู้อื่น ว่าชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ทิฐิเหล่านั้นทั้งสิ้น อัน อริยสาวกนั้นละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ถึงความ ไม่มี มีอันไม่เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา เพราะอวิชชาดับด้วยสำรอกโดยไม่ เหลือ ฯ

อวิชฺชาย เตฺวว ภิกฺขเว อเสสวิราคนิโรธา ยานิสฺส ตานิ วิสูกายิตานิ วิเสวิตานิ วิปฺผนฺทิตานิ กานิจิ กานิจิ กตมํ ชรามรณํ กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณํ อิติ วา อญฺญํ ชรามรณํ อญฺญสฺส จ ปนิทํ ชรามรณํ อิติ วา ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ อิติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ อิติ วา สพฺพานิสฺส ตานิ ปหีนานิ ภวนฺติ อุจฺฉินฺนมูลานิ ตาลาวตฺถุกตานิ อนภาวงฺคตานิ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมานิ ฯ

๑๔๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทิฐิไม่ว่าชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่เป็นข้าศึก อัน บุคคลเสพผิด ส่ายหาไปว่า ชาติเป็นไฉน และชาตินี้เป็นของใคร หรือว่าชาติ เป็นอย่างอื่น และชาตินี้เป็นของผู้อื่น ว่าชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพ อย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ทิฐิเหล่านั้นทั้งสิ้น อันอริยสาวกนั้นละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ถึงความไม่มี มีอันไม่เกิดอีก ต่อไปเป็นธรรมดา เพราะอวิชชาดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ ฯลฯ ภพเป็นไฉน ... อุปาทานเป็นไฉน ... ตัณหาเป็นไฉน ... เวทนาเป็น ไฉน ... ผัสสะเป็นไฉน ... สฬายตนะเป็นไฉน ... นามรูปเป็นไฉน ... นามรูปเป็นไฉน ... วิญญาณ เป็นไฉน ... ฯ

อวิชฺชาย เตฺวว ภิกฺขเว อเสสวิราคนิโรธา ยานิสฺส ตานิ วิสูกายิตานิ วิเสวิตานิ วิปฺผนฺทิตานิ กานิจิ กานิจิ กตมา ชาติ ฯเปฯ กตโม ภโว ... กตมํ อุปาทานํ ... กตมา ตณฺหา ... กตมา เวทนา ... กตโม ผสฺโส ... กตมํ สฬายตนํ ... กตมํ นามรูปํ ... กตมํ วิญฺญาณํ ... ฯ

๑๔๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทิฐิไม่ว่าชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่เป็นข้าศึก อัน บุคคลเสพติด ส่ายหาไปว่า สังขารเป็นไฉน และสังขารนี้เป็นของใคร หรือว่า สังขารเป็นอย่างอื่น และสังขารนี้เป็นของผู้อื่น ว่าชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ทิฐิเหล่านั้นทั้งสิ้น อันอริยสาวกนั้นละ ได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ถึงความไม่มี มีอันไม่ เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา เพราะอวิชชาดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ ฯ จบ สูตรที่ ๖

อวิชฺชาย เตฺวว ภิกฺขเว อเสสวิราคนิโรธา ยานิสฺส ตานิ วิสูกายิตานิ วิเสวิตานิ วิปฺผนฺทิตานิ กานิจิ กานิจิ กตเม สงฺขารา กสฺส จ ปนิเม สงฺขารา อิติ วา อญฺเญ สงฺขารา อญฺญสฺส จ ปนิเม สงฺขารา อิติ วา ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ อิติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ อิติ วา สพฺพานิสฺส ตานิ ปหีนานิ ภวนฺติ อุจฺฉินฺนมูลานิ ตาลาวตฺถุกตานิ อนภาวงฺคตานิ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมานีติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๖. อวิชชาปัจจยสูตร ที่ ๒