经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๗. เจตนาสูตร ว่าด้วยอุปกิเลสแห่งจิต
สาวตฺถี ฯ โย ภิกฺขเว รูปสญฺเจตนาย ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส โย สทฺทสญฺเจตนาย ฯ โย คนฺธสญฺเจตนาย ฯ โย รสสญฺเจตนาย ฯ โย โผฏฺฐพฺพสญฺเจตนาย ฯ โย ธมฺมสญฺเจตนาย ฉนฺทราโค จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ฯเปฯ อภิญฺญา สจฺฉิกรณีเยสุ ธมฺเมสูติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจใน รูปสัญเจตนา นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในสัททสัญเจตนา ฯลฯ ในคันธสัญเจตนา ฯลฯ ในรสสัญเจตนา ฯลฯ ในโผฏฐัพพสัญเจตนา ฯลฯ ในธรรมสัญเจตนา นี้ เป็นอุปกิเลสแห่งจิต. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้ เมื่อนั้น จิตของเธอย่อมเป็นจิตน้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน ปรากฏในธรรมที่พึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา. จบ สูตรที่ ๗.