经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 · พระสุตตันตปิฎก · เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๔-๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ที่ ๑-๙ ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้
สาวตฺถี ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สารคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯเปฯ เผคฺคุคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ตจคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปปฏิกคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปตฺตคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปุปฺผคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ผลคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ รสคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ อิธ ภิกฺขุ เอกจฺโจ กาเยน สุจริตํ จรติ วาจาย สุจริตํ จรติ มนสา สุจริตํ จรติ ตสฺส สุตํ โหติ สารคนฺเธ อธิวตฺถา เทวา ทีฆายุกา วณฺณวนฺโต สุขพหุลาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สารคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ เผคฺคุคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ตจคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปปฏิกคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปตฺตคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ปุปฺผคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ ผลคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ รสคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ ฯ คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ ฯ โส ทาตา โหติ สารคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ เผคฺคุคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ ตจคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ ปปฏิกคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ ปตฺตคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ ปุปฺผคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ ผลคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ รสคนฺธานํ ฯ โส ทาตา โหติ คนฺธคนฺธานํ ฯ โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ ฯ อยํ โข ภิกฺขุ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา คนฺธคนฺเธ อธิวตฺถานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ ฯ
พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... ของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กระพี้ ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก ... ของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ ... ของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล ... ของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น? พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ กระพี้ ... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก ... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล ... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส ... ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ กลิ่น มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อ ตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... ของพวก เทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กระพี้ ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก ... ของ พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ ... ของ พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล ... ของ พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส ... ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น. เขาจึง ให้สิ่งของอันมีกลิ่นที่แก่น ... มีกลิ่นที่กระพี้ ... มีกลิ่นที่เปลือก ... มีกลิ่นที่กะเทาะ ... มีกลิ่นที่ ใบ ... มีกลิ่นที่ดอก ... มีกลิ่นที่ผล ... มีกลิ่นที่รส ... มีกลิ่นที่กลิ่น. เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึง ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็น ปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น ... จบ สูตรที่ ๔-๑๒.