๑๐. สูจิมุขีสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๑๐. สูจิมุขีสูตร ว่าด้วยความแตกต่างการเลี้ยงชีวิตของสมณพราหมณ์
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน ใกล้ พระนครราชคฤห์. ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไป บิณฑบาตยังพระนครราชคฤห์ เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอกในพระนครราชคฤห์แล้ว อาศัยเชิง ฝาแห่งหนึ่งฉันบิณฑบาตนั้น. ครั้งนั้น นางปริพาชิกาชื่อสูจิมุขี เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่ อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรสมณะ ท่านก้มหน้าฉันหรือ? ท่านพระสารี- *บุตรตอบว่า ดูกรน้องหญิง เรามิได้ก้มหน้าฉัน. สู. ถ้าอย่างนั้น ท่านแหงนหน้าฉันหรือสมณะ? สา. เรามิได้แหงนหน้าฉันหรอกน้องหญิง. สู. ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือสมณะ? สา. เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉันหรอกน้องหญิง. สู. ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือสมณะ? สา. เรามิได้มองดูทิศน้อยฉันหรอกน้องหญิง. สู. ดิฉันถามว่า ดูกรสมณะ ท่านก้มหน้าฉันหรือ ท่านก็ตอบว่า เรามิได้ก้มหน้าฉัน หรอกน้องหญิง ดิฉันถามว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านแหงนหน้าฉันหรือสมณะ ท่านก็ตอบว่า เรามิได้ แหงนหน้าฉันหรอกน้องหญิง ดิฉันถามว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือสมณะ ท่านก็ตอบว่า เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉันหรอกน้องหญิง ดิฉันถามว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดู ทิศน้อยฉันหรือสมณะ ท่านก็ตอบว่า เรามิได้มองดูทิศน้อยฉันหรอกน้องหญิง ก็บัดนี้ ท่านฉัน อย่างไรเล่าสมณะ? สา. ดูกรน้องหญิง ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุ ดิรัจฉานวิชา คือ วิชาดูพื้นที่ สมณพราหมณ์เหล่านี้เรียกว่า ก้มหน้าฉัน. ดูกรน้องหญิง สมณ พราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุดิรัจฉานวิชา คือ วิชาดูดาวนักษัตร สมณพราหมณ์เหล่านี้เรียกว่า แหงนหน้าฉัน. ดูกรน้องหญิง สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยง ชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุประกอบการรับส่งข่าวสาส์น สมณพราหมณ์เหล่านี้เรียกว่า มองดูทิศใหญ่ ฉัน. ดูกรน้องหญิง สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุดิรัจฉานวิชา คือ วิชาทายองค์อวัยวะ สมณพราหมณ์เหล่านี้เรียกว่า มองดูทิศน้อยฉัน. ดูกรน้องหญิง ส่วน เรานั้นมิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพ เหตุดิรัจฉานวิชา คือ วิชาตรวจพื้นที่ มิได้เลี้ยงชีพด้วย มิจฉาชีพเหตุดิรัจฉานวิชา คือวิชาดูดาวนักษัตร มิได้เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุประกอบการ รับส่งข่าวสาส์น มิได้เลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพ เหตุดิรัจฉานวิชา คือ วิชาทายองค์อวัยวะ (แต่) เราแสวงหาภิกษาโดยชอบธรรม ครั้นแล้วจึงฉัน. ครั้งนั้น นางสูจิมุขีปริพาชิกาเข้าไปในนครราชคฤห์ จากถนนหนึ่งไปอีกถนนหนึ่ง จาก ตรอกหนึ่งไปอีกตรอกหนึ่งแล้ว ประกาศอย่างนี้ว่า ท่านสมณศากยบุตรทั้งหลายย่อมฉันอาหาร อันประกอบด้วยธรรม สมณศากยบุตรทั้งหลายย่อมฉันอาหารอันหาโทษมิได้. ขอเชิญท่านทั้งหลาย ถวายบิณฑบาตแก่สมณศากยบุตรทั้งหลายเถิด. จบ สูตรที่ ๑๐. จบ สารีปุตตสังยุต. ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. วิเวกสูตร ๖. วิญญาณสูตร ๒. อวิตักกสูตร ๗. อากิญจัญญายตนสูตร ๓. ปีติสูตร ๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร ๔. อุเปกขาสูตร ๙. นิโรธสูตร ๕. อากาสสูตร ๑๐. สูจิมุขีสูตร -----------------------------------------------------
เอกํ สมยํ อายสฺมา สารีปุตฺโต ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ราชคเห สปทานํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ตํ ปิณฺฑปาตํ อญฺญตรํ กุฑฺฑมูลํ นิสฺสาย ภุญฺชติ ฯ อถ โข สูจิมุขี ปริพฺพาชิกา เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข สมณ อโธมุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ อโธมุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ อุพฺภมุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ อุพฺภมุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ ทิสามุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ ทิสามุโข ภุญฺชามีติ ฯ เตนหิ สมณ วิทิสามุโข ภุญฺชสีติ ฯ น ขฺวาหํ ภคินิ วิทิสามุโข ภุญฺชามีติ ฯ {๕๑๗.๑} กึ นุ สมณ อโธมุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ อโธมุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ อุพฺภมุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ อุพฺภมุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ ทิสามุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ ทิสามุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ เตนหิ สมณ วิทิสามุโข ภุญฺชสีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน น ขฺวาหํ ภคินิ วิทิสามุโข ภุญฺชามีติ วเทสิ {๕๑๗.๒} กถญฺจรหิ สมณ ภุญฺชสีติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา อโธมุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา นกฺขตฺตวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา อุพฺภมุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา ทิสามุขา ภุญฺชนฺติ ฯ เย หิ เกจิ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา องฺควิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปนฺติ อิเม วุจฺจนฺติ ภคินิ สมณพฺราหฺมณา วิทิสามุขา ภุญฺชนฺติ ฯ {๕๑๗.๓} โส ขฺวาหํ ภคินิ น วตฺถุวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น นกฺขตฺตวิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ น องฺควิชฺชาติรจฺฉานวิชฺชาย มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ ธมฺเมน ภิกฺขํ ปริเยสามิ ธมฺเมน ภิกฺขํ ปริเยสิตฺวา ภุญฺชามีติ ฯ อถ โข สูจิมุขี ปริพฺพาชิกา ราชคเห รถิยาย รถิยํ สิงฺฆาฏเกน สิงฺฆาฏกํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาโรเจสิ ธมฺมิกํ สมณา สกฺยปุตฺติยา อาหารํ อาหาเรนฺติ อนวชฺชํ สมณา สกฺยปุตฺติยา อาหารํ อาหาเรนฺติ เทถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ปิณฺฑนฺติ ฯ สารีปุตฺตสํยุตฺตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ วิเวกํ อวิตกฺกํ จ ปีติ อุเปกฺขาจตุตฺถกํ อากาสญฺเจว วิญฺญาณํ อากิญฺจเนวสญฺญินา นิโรโธ นวโม วุตฺโต ทสมํ สูจิมุขิ จาติ ฯ ----------