This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๗ · สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

本册其他条目

๑. นกุลปิตาสูตร๒. เทวทหสูตร๓. หลิททิกานิสูตร ที่ ๑๔. หลิททิกานิสูตร ที่ ๒๕. สมาธิสูตร๖. ปฏิสัลลานสูตร๗. อุปาทานปริตัสสนาสูตร ที่ ๑๘. อุปาทานปริตัสสนาสูตร ที่ ๒๙. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๑๐. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๑๑. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๑. อนิจจสูตร๒. ทุกขสูตร ที่ ๑๓. อนัตตสูตร ที่ ๑๔. อนิจจสูตร ที่ ๒๕. ทุกขสูตร ที่ ๒๖. อนัตตสูตร ที่ ๒๗. อนิจจเหตุสูตร๘. ทุกขเหตุสูตร๙. อนัตตเหตุสูตร๑๐. อานันทสูตร๑. ภารสูตร๒. ปริญญาสูตร๓. ปริชานสูตร๔. ฉันทราคสูตร๕. อัสสาทสูตร ที่ ๑๖. อัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อัสสาทสูตร ที่ ๓๘. อภินันทนสูตร๙. อุปปาทสูตร๑๐. อฆมูลสูตร๑๑. ปภังคสูตร๑. นตุมหากสูตร ที่ ๑๒. นตุมหากสูตร ที่ ๒๓. ภิกขุสูตร ที่ ๑๔. ภิกขุสูตร ที่ ๒๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. อนุธัมมสูตร ที่ ๑๘. อนุธัมมสูตร ที่ ๒๙. อนุธัมมสูตร ที่ ๓๑๐. อนุธัมมสูตร ที่ ๔๑. อัตตทีปสูตร๒. ปฏิปทาสูตร๓. อนิจจสูตร ที่ ๑๔. อนิจจสูตร ที่ ๒๕. สมนุปัสสนาสูตร๖. ปัญจขันธสูตร๗. โสณสูตร ที่ ๑๘. โสณสูตร ที่ ๒๙. นันทิขยสูตร ที่ ๑๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒๑. อุปายสูตร๒. พีชสูตร๓. อุทานสูตร๔. ปริวัฏฏสูตร๕. สัตตัฏฐานสูตร๖. พุทธสูตร๗. ปัญจวัคคิยสูตร๘. มหาลิสูตร๙. อาทิตตสูตร๑๐. นิรุตติปถสูตร๑. อุปาทิยสูตร๒. มัญญมานสูตร๓. อภินันทมานสูตร๔. อนิจจสูตร๕. ทุกขสูตร๖. อนัตตสูตร๗. อนัตตนิยสูตร๘. รชนิยสัณฐิตสูตร๙. ราธสูตร๑๐. สุราธสูตร๑. อัสสาทสูตร๒. สมุทยสูตร ที่ ๑๓. สมุทยสูตร ที่ ๒๔. อรหันตสูตร ที่ ๑๕. อรหันตสูตร ที่ ๒๖. สีหสูตร๗. ขัชชนิยสูตร๘. ปิณโฑลยสูตร๙. ปาลิเลยยสูตร๑๐. ปุณณมสูตร๑. อานันทสูตร๒. ติสสสูตร๓. ยมกสูตร๔. อนุราธสูตร๕. วักกลิสูตร๖. อัสสชิสูตร๗. เขมกสูตร๘. ฉันนสูตร๙. ราหุลสูตร ที่ ๑๑๐. ราหุลสูตร ที่ ๒๑. นทีสูตร๒. ปุปผสูตร๓. เผณปิณฑสูตร๔. โคมยสูตร๕. นขสิขสูตร๖. สามุททกสูตร๗. คัททูลสูตร ที่ ๑๘. คัททูลสูตร ที่ ๒๙. นาวาสูตร๑๐. สัญญาสูตร๑. อันตสูตร๒. ทุกขสูตร๓. สักกายสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณสูตร ที่ ๑๖. สมณสูตร ที่ ๒๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทปหีนสูตร ที่ ๑๑๐. ฉันทปหีนสูตร ที่ ๒๑. อวิชชาสูตร๒. วิชชาสูตร๓. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๑๔. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๒๕. พันธนสูตร๖. ปริมุจจิตสูตร ที่ ๑๗. ปริมุจจิตสูตร ที่ ๒๘. สังโยชนสูตร๙. อุปาทานสูตร๑๐. สีลสูตร๑๑. สุตวาสูตร๑๒. กัปปสูตร ที่ ๑๑๓. กัปปสูตร ที่ ๒๑. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๑๒. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๒๓. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๓๔. อัสสาทสูตร ที่ ๑๕. อัสสาทสูตร ที่ ๒๖. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๑๗. สมุทยธัมมสูตร ที่ ๒๘. โกฏฐิตสูตร ที่ ๑๙. โกฏฐิตสูตร ที่ ๒๑๐. โกฏฐิตสูตร ที่ ๓๑. กุกกุฬสูตร๒. อนิจจสูตร ที่ ๑๓. อนิจจสูตร ที่ ๒๔. อนิจจสูตร ที่ ๓๕. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๖. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๗. ทุกขสูตร ที่ ๓๘. อนัตตสูตร ที่ ๑๙. อนัตตสูตร ที่ ๒๑๐. อนัตตสูตร ที่ ๓๑๑. กุลปุตตสูตร ที่ ๑๑๒. กุลปุตตสูตร ที่ ๒๑๓. กุลปุตตสูตร ที่ ๓๑๔. กุลปุตตสูตร ที่ ๔๑. อัชฌัตติกสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. เอโสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. มิจฉาทิฏฐิสูตร๖. สักกายทิฏฐิสูตร๗. อัตตานุทิฏฐิสูตร๘. อภินิเวสสูตร ที่ ๑๙. อภินิเวสสูตร ที่ ๒๑๐. อานันทสูตร๑. มารสูตร๒. สัตตสูตร๓. ภวเนตติสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๖. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๑๐. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตาสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. นวาตสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. โสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. นัตถิทินนสูตร๖. กโรโตสูตร๗. เหตุสูตร๘. มหาทิฏฐิสูตร๙. สัสสตทิฏฐิสูตร๑๐. อสัสสตทิฏฐิสูตร๑๑. อันตวาสูตร๑๒. อนันตวาสูตร๑๓. ตังชีวังตังสรีรังสูตร๑๔. อัญญังชีวังอัญญังสรีรังสูตร๑๕. โหติตถาคตสูตร๑๖. นโหติตถาคตสูตร๑๗. โหติจนโหติตถาคตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติตถาคตสูตร๑. นวาตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติตถาคตสูตร๑๙. รูปีอัตตาสูตร๒๐. อรูปีอัตตาสูตร๒๑. รูปีจอรูปีจอัตตาสูตร๒๒. เนวรูปีนารูปีอัตตาสูตร๒๓. เอกันตสุขีอัตตาสูตร๒๔. เอกันตทุกขีอัตตาสูตร๒๕. สุขทุกขีอัตตาสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีอัตตาสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. ผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. ผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. วิเวกสูตร๒. อวิตักกสูตร๓. ปีติสูตร๔. อุเปกขาสูตร๕. อากาสสูตร๖. วิญญาณสูตร๗. อากิญจัญญายตนสูตร๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร๙. นิโรธสูตร๑๐. สูจิมุขีสูตร๑. สุทธกสูตร๒. ปณีตตรสูตร๓. อุโปสถสูตร ที่ ๑๔. อุโปสถสูตร ที่ ๒๕. อุโปสถสูตร ที่ ๓๖. อุโปสถสูตร ที่ ๔๗. สุตสูตร ที่ ๑๘. สุตสูตร ที่ ๒๙. สุตสูตร ที่ ๓๑๐. สุตสูตร ที่ ๔๑๑-๒๐. อัณฑชทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๒๑-๕๐. ชลาพุชาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๓๐๑. สุทธกสูตร๒. หรติสูตร๓. ทวยการีสูตร ที่ ๑๔-๖. ทวยการีสูตร ที่ ๒-๔๗-๑๖. อัณฑชทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๑๗-๔๖. ชลาพุชาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๓๐๑. สุทธกสูตร๒. สุจริตสูตร๓. มูลคันธทาตาสูตร๔-๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ที่ ๑-๙๑๓-๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ที่ ๑-๙๐๑. เทสนาสูตร๒. สุจริตสูตร๓-๑๒. สีตวลาหกทานูปการสูตร ที่ ๑-๑๐๑๓-๕๒. อุณหวลาหกทานูปการาทิสูตร ที่ ๑-๕๐๕๓. สีตวลาหกสูตร๕๔. อุณหวลาหกสูตร๕๕. อัพภวลาหกสูตร๕๖. วาตวลาหกสูตร๕๗. วัสสวลาหกสูตร๑. รูปอัญญาณสูตร๒. เวทนาอัญญาณสูตร๓. สัญญาณอัญญาณสูตร๔. สังขารอัญญาณสูตร๕. วิญญาณอัญญาณสูตร๖-๑๐. รูป-วิญญาณ อทัสสนาทิสูตร๑๑-๑๕. รูป-วิญญาณ อนภิสมยาทิสูตร๑๖-๒๐. รูป-วิญญาณ อนนุโพธาทิสูตร๒๑-๒๕. รูป-วิญญาณ อัปปฏิเวธาทิสูตร๒๖-๓๐. รูป-วิญญาณ อสัลลักขณาทิสูตร๓๑-๓๕. รูป-วิญญาณ อนุปลักขณาทิสูตร๓๖-๔๐. รูป-วิญญาณ อสมเปกขณาทิสูตร๔๑-๔๕. รูป-วิญญาณ อัปปัจจเวกขณาทิสูตร๔๖-๕๐. รูป-วิญญาณ อัปปัจจุปลักขณาทิสูตร๕๑-๕๔. รูป-สังขาร อัปปัจจักขกัมมาทิสูตร๕๕. วิญญาณอัปปัจจักขกัมมสูตร๑. สมาธิสมาปัตติสูตร๒. ฐิติสูตร๓. วุฏฐานสูตร๔. กัลลิตสูตร๕. อารัมมณสูตร๖. โคจรสูตร๗. อภินีหารสูตร๘. สักกัจจการีสูตร๙. สาตัจจการีสูตร๑๐. สัปปายการีสูตร

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. สัปปายการีสูตร

ข้อ ๕๙๔–๖๑๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค18 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๑๐. สัปปายการีสูตร ผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นและกระทำความสบายในสมาธิ นับเป็นผู้เลิศ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ แต่ไม่กระทำความ สบายในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความสบายในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และไม่กระทำความสบายในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดใน การตั้งจิตมั่นในสมาธิ และกระทำความสบายในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาด ในการตั้งจิตมั่นในสมาธิ และกระทำความสบายในสมาธิ. นับว่าเป็นเลิศ ประเสริฐที่สุด เป็น ประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ ผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิและฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิเป็นต้น นับเป็นผู้เลิศ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และไม่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในการตั้งอยู่ใน สมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และที่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ. นับว่าเป็นเลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌาน ทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการออกจาก สมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการออกจากสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาด ในการเข้าสมาธิ และไม่ฉลาดในการออกจากสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาด ในการออกจากสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในการ ออกจากสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในความเป็น ผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และไม่ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดใน การเข้าสมาธิ และฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาด ในการเข้าสมาธิและฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็น ประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในอารมณ์ใน สมาธิ ๑. บางคนฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาด ในการเข้าสมาธิ และไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาด ในอารมณ์ในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในอารมณ์ ในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในโคจรในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และ ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในโคจรในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสด เกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการน้อมจิตไปใน สมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ ฉลาดในการเข้าสมาธิ และไม่ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และ ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุดและ ดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่กระทำความเคารพใน สมาธิ ๑. บางคนกระทำความเคารพในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาด ในการเข้าสมาธิ และไม่กระทำความเคารพในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และกระทำ ความเคารพในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และกระทำความ เคารพในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่กระทำความเพียรเป็น ไปติดต่อในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้า สมาธิ ๑ บางคนไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสด เกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ แต่ไม่กระทำความสบายใน สมาธิ ๑. บางคนกระทำความสบายในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาด ในการเข้าสมาธิ และไม่กระทำความสบายในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการเข้าสมาธิ และ กระทำความสบายในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการเข้าสมาธิ และกระทำ ความสบายในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการออก จากสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการออกสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดใน การตั้งอยู่ในสมาธิ และไม่ฉลาดในการออกจากสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ และ ไม่ฉลาดในการออกจากสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการตั้งอยู่ในสมาธิ และ ฉลาดในการออกจากสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่า ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถีฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในความ เป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการออกจาก สมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการออกจากสมาธิ และไม่ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการออกจากสมาธิ และฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการออกจากสมาธิ และฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือน นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในความเป็นฉลาดในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดใน อารมณ์ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ และไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาด ในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ และฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ และฉลาดในอารมณ์สมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจร ในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในโคจรในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาด ในอารมณ์ในสมาธิ และไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ และฉลาด ในโคจรในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ และฉลาดในโคจร ในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในโคจรในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการน้อมจิต ไปในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑. บางคน ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ และไม่ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในโคจรใน สมาธิ และฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในโคจรใน สมาธิ และฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจาก นมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ แต่ไม่กระทำ ความเคารพในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความเคารพในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการน้อมจิตไปใน สมาธิ ๑. บางคนไม่ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ และไม่กระทำความเคารพในสมาธิ ๑. บางคนฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ และกระทำความเคารพในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ และกระทำความเคารพในสมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสด เกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำความเคารพในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเพียร เป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ แต่ไม่กระทำความ เคารพในสมาธิ ๑. บางคนไม่กระทำความเคารพในสมาธิ และไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อ ในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความเคารพในสมาธิ และกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่กระทำความเคารพในสมาธิ และกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อใน สมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวก นั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ

พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้. ๔ จำพวกเป็น ไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ แต่ไม่ กระทำความสบายในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความสบายในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเพียรเป็นไป ติดต่อในสมาธิ ๑. บางคนไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และไม่กระทำความสบาย ในสมาธิ ๑. บางคนกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำความสบายในสมาธิ ๑. ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำความสบายใน สมาธิ. นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวก นั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใส เกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส หัวเนยใสเขากล่าวว่าเป็นเลิศ ฉันใด ผู้ได้ฌานที่ กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำความสบายในสมาธิ. ก็นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นดีใจชื่นชมภาษิตของ พระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล. (สูตรอีก ๕๐ สูตร พึงให้พิสดารโดยนัยนี้) จบ สูตรที่ ๑๐. จบ สมาธิสังยุต. ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. สมาธิสมาปัตติสูตร ๖. โคจรสูตร ๒. ฐิติสูตร ๗. อภินีหารสูตร ๓. วุฏฐานสูตร ๘. สักกัจจการีสูตร ๔. กัลลิตสูตร ๙. สาตัจจการีสูตร ๕. อารัมมณสูตร ๑๐. สัปปายการีสูตร. จบ ขันธวารวรรคสังยุต. ----------------------------------------------------- รวมวรรคที่มีในขันธวารวัคคสังยุต นี้ คือ ๑. นกุลปิตวรรค ๒. อนิจจวรรค ๓. ภารวรรค ๔. นตุมหากวรรค ๕. อัตตทีปวรรค รวม ๕ วรรคนี้ ท่านเรียกว่า ปฐมปัณณาสก์. ๖. อุปายวรรค ๗. อรหันตวรรค ๘. ขัชชนียวรรค ๙. เถรวรรค ๑๐. ปุปผวรรค รวม ๕ วรรคนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ฉลาดทรงประกาศว่า เป็นมัชฌิมปัณณาสก์. ๑๑. อันตวรรค ๑๒. ธัมมกถิกวรรค ๑๓. อวิชชาวรรค ๑๔. กุกกุฬวรรค ๑๕. ทิฏฐิวรรค รวม ๕ วรรคนี้ ท่านเรียกว่า ปัจฉิมปัณณาสก์ และเรียกว่าเป็นนิบาต. ในขันธวารวรรคมี ๑๓ สังยุต คือ ๑. ขันธสังยุต ๘. นาคสังยุต ๒. ราธสังยุต ๙. สุปัณณสังยุต ๓. ทิฏฐิสังยุต ๑๐. คันธัพพกายสังยุต ๔. โอกกันตสังยุต ๑๑. วลาหกสังยุต ๕. อุปปาทสังยุต ๑๒. วัจฉโคตตสังยุต ๖. กิเลสสังยุต ๑๓. สมาธิสังยุต ฉะนี้แล ฯลฯ ๗. สาริปุตตสังยุต -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย