This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๗

本册其他条目

๑. นกุลปิตุสูตร๒. เทวทหสูตร๓. หลิททิกานิสูตร๔. ทุติยหลิททิกานิสูตร๕. สมาธิสูตร๖. ปฏิสัลลานสูตร๗. อุปาทาปริตัสสนาสูตร๘. ทุติยอุปาทาปริตัสสนาสูตร๙. กาลัตตยอนิจจสูตร๑๐. กาลัตตยทุกขสูตร๑๑. กาลัตตยอนัตตสูตร๑. อนิจจสูตร๒. ทุกขสูตร๓. อนัตตสูตร๔. ยทนิจจสูตร๕. ยังทุกขสูตร๖. ยทนัตตาสูตร๗. สเหตุอนิจจสูตร๘. สเหตุทุกขสูตร๙. สเหตุอนัตตสูตร๑๐. อานันทสูตร๑. ภารสูตร๒. ปริญญาสูตร๓. อภิชานสูตร๔. ฉันทราคสูตร๕. อัสสาทสูตร๖. ทุติยอัสสาทสูตร๗. ตติยอัสสาทสูตร๘. อภินันทนสูตร๙. อุปปาทสูตร๑๐. อฆมูลสูตร๑๑. ปภังคุสูตร๑. นตุมหากสูตร๒. ทุติยนตุมหากสูตร๓. อัญญตรภิกขุสูตร๔. ทุติยอัญญตรภิกขุสูตร๕. อานันทสูตร๖. ทุติยอานันทสูตร๗. อนุธัมมสูตร๘. ทุติยอนุธัมมสูตร๙. ตติยอนุธัมมสูตร๑๐. จตุตถอนุธัมมสูตร๑. อัตตทีปสูตร๒. ปฏิปทาสูตร๓. อนิจจสูตร๔. ทุติยอนิจจสูตร๕. สมนุปัสสนาสูตร๖. ขันธสูตร๗. โสณสูตร๘. ทุติยโสณสูตร๙. นันทิกขยสูตร๑๐. ทุติยนันทิกขยสูตร๑. อุปยสูตร๒. พีชสูตร๓. อุทานสูตร๔. อุปาทานปริปวัตตนสูตร๕. สัตตัฏฐานสูตร๖. สัมมาสัมพุทธสูตร๗. อนัตตลักขณสูตร๘. มหาลิสูตร๙. อาทิตตสูตร๑๐. นิรุตติปถสูตร๑. อุปาทิยมานสูตร๒. มัญญมานสูตร๓. อภินันทมานสูตร๔. อนิจจสูตร๕. ทุกขสูตร๖. อนัตตสูตร๗. อนัตตนิยสูตร๘. รชนียสัณฐิตสูตร๙. ราธสูตร๑๐. สุราธสูตร๑. อัสสาทสูตร๒. สมุทยสูตร๓. ทุติยสมุทยสูตร๔. อรหันตสูตร๕. ทุติยอรหันตสูตร๖. สีหสูตร๗. ขัชชนียสูตร๘. ปิณโฑลยสูตร๙. ปาลิเลยยสูตร๑๐. ปุณณมสูตร๑. อานันทสูตร๒. ติสสสูตร๓. ยมกสูตร๔. อนุราธสูตร๕. วักกลิสูตร๖. อัสสชิสูตร๗. เขมกสูตร๘. ฉันนสูตร๙. ราหุลสูตร๑๐. ทุติยราหุลสูตร๑. นทีสูตร๒. ปุปผสูตร๓. เผณปิณฑูปมสูตร๔. โคมยปิณฑสูตร๕. นขสิขาสูตร๖. สุทธิกสูตร๗. คัททูลพัทธสูตร๘. ทุติยคัททูลพัทธสูตร๙. วาสิชฏสูตร๑๐. อนิจจสัญญาสูตร๑. อันตสูตร๒. ทุกขสูตร๓. สักกายสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณสูตร๖. ทุติยสมณสูตร๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทปหานสูตร๑๐. ทุติยฉันทปหานสูตร๑. อวิชชาสูตร๒. วิชชาสูตร๓. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๑๔. ธัมมกถิกสูตร ที่ ๒๕. พันธนสูตร๖. ปริปุจฉิตสูตร๗. ทุติยปริปุจฉิตสูตร๘. สัญโญชนิยสูตร๙. อุปาทานิยสูตร๑๐. สีลวันตสูตร๑๑. สุตวันตสูตร๑๒. กัปปสูตร๑๓. ทุติยกัปปสูตร๑. สมุทยธัมมสูตร๒. ทุติยสมุทยธัมมสูตร๓. ตติยสมุทยธัมมสูตร๔. อัสสาทสูตร๕. ทุติยอัสสาทสูตร๖. สมุทยสูตร๗. ทุติยสมุทยสูตร๘. โกฏฐิตสูตร๙. ทุติยโกฏฐิตสูตร๑๐. ตติยโกฏฐิตสูตร๑. กุกกุฬสูตร๒. อนิจจสูตร๓. ทุติยอนิจจสูตร๔. ตติยอนิจจสูตร๕. ทุกขสูตร ๖. ทุติยทุกขสูตร ๗. ตติยทุกขสูตร๘. อนัตตสูตร๙. ทุติยอนัตตสูตร๑๐. ตติยอนัตตสูตร๑๑. นิพพิทาพหุลสูตร๑๒. อนิจจานุปัสสีสูตร๑๓. ทุกขานุปัสสีสูตร๑๔. อนัตตานุปัสสีสูตร๑. อัชฌัตตสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. โสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. มิจฉาทิฏฐิสูตร๖. สักกายทิฏฐิสูตร๗. อัตตานุทิฏฐิสูตร๘. อภินิเวสสูตร๙. ทุติยอภินิเวสสูตร๑๐. อานันทสูตร๑. มารสูตร๒. สัตตสูตร๓. ภวเนตติสูตร๔. ปริญเญยยสูตร๕. สมณสูตร๖. ทุติยสมณสูตร๗. โสตาปันนสูตร๘. อรหันตสูตร๙. ฉันทราคสูตร๑๐. ทุติยฉันทราคสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. มารสูตร๒. มารธัมมสูตร๓. อนิจจสูตร๔. อนิจจธัมมสูตร๕. ทุกขสูตร๖. ทุกขธัมมสูตร๗. อนัตตสูตร๘. อนัตตธัมมสูตร๙. ขยธัมมสูตร๑๐. วยธัมมสูตร๑๑. สมุทยธัมมสูตร๑๒. นิโรธธัมมสูตร๑. วาตสูตร๒. เอตังมมสูตร๓. โสอัตตาสูตร๔. โนจเมสิยาสูตร๕. นัตถิทินนสูตร๖. กโรโตสูตร๗. เหตุสูตร๘. มหาทิฏฐิสูตร๙. สัสสตทิฏฐิสูตร๑๐. อสัสสตทิฏฐิสูตร๑๑. อันตวาสูตร๑๒. อนันตวาสูตร๑๓. ตังชีวังตังสรีรังสูตร๑๔. อัญญังชีวังอัญญังสรีรังสูตร๑๕. โหติตถาคโตสูตร๑๖. นโหติตถาคโตสูตร๑๗. โหติจนจโหติตถาคโตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติตถาคโตสูตร๑. วาตสูตร๑๘. เนวโหตินนโหติสูตร๑๙. รูปีอัตตาสูตร๒๐. อรูปีอัตตาสูตร๒๑. รูปีจอรูปีจอัตตาสูตร๒๒. เนวรูปีนารูปีอัตตาสูตร๒๓. เอกันตสุขีสูตร๒๔. เอกันตทุกขีสูตร๒๕. สุขทุกขีสูตร๒๖. อทุกขมสุขีสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีสูตร๑. นวาตสูตร๒๖. อทุกขมสุขีสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. สัมผัสสชาสูตร๖. รูปสัญญาสูตร๗. รูปสัญเจตนาสูตร๘. รูปตัณหาสูตร๙. ปฐวีธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. สัมผัสสชาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. สัญเจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร ๔. สัมผัสสสูตร๕. สัมผัสสชาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. สัญเจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. วิเวกชสูตร๒. อวิตักกสูตร๓. ปีติสูตร๔. อุเปกขาสูตร๕. อากาสานัญจายตนสูตร๖. วิญญาณัญจายตนสูตร๗. อากิญจัญญายตนสูตร๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร๙. นิโรธสมาปัตติสูตร๑๐. สุจิมุขีสูตร๑. สุทธิกสูตร๒. ปณีตตรสูตร๓. อุโปสถสูตร๔. ทุติยอุโปสถสูตร๕. ตติยอุโปสถสูตร๖. จตุตถอุโปสถสูตร๗. สุตสูตร๘. ทุติยสุตสูตร๙. ตติยสุตสูตร๑๐. จตุตถสุตสูตร๑๑-๒๐. อัณฑชทานูปการสุตตทสกะ๒๑-๕๐. ชลาพุชาทิทานูปการสุตตติงสกะ๑. สุทธิกสูตร๒. หรันติสูตร๓. ทวยการีสูตร๔-๖. ทุติยาทิทวยการีสุตตัตติกะ๗-๑๖. อัณฑชทานูปการสุตตทสกะ๑๗-๔๖. ชลาพุชทานูปการสูตร๑. สุทธิกสูตร๒. สุจริตสูตร๓. มูลคันธทาตาสูตร๔-๑๒. สารคันธาทิทาตาสุตตนวกะ๑๓-๒๒. มูลคันธทานูปการสุตตทสกะ๒๓-๑๑๒. สารคันธาทิทานูปการสุตตนวุติกะ๑. เทสนาสูตร๒. สุจริตสูตร๓-๑๒ สีตวลาหกทานูปการสุตตทสกะ๑๓-๕๒. อุณหวลาหกทานูปการสูตร๕๓. สีตวลาหกสูตร๕๔. อุณหวลาหกสูตร๕๕. อัพภวลาหกสูตร๕๖. วาตวลาหกสูตร๕๗. วัสสวลาหกสูตร๑. รูปอัญญาณสูตร๒. เวทนาอัญญาณสูตร๓. สัญญาอัญญาณสูตร๔. สังขารอัญญาณสูตร๕. วิญญาณอัญญาณสูตร๖-๑๐. รูปอทัสสนาทิสุตตปัญจกะ๑๑-๑๕. รูปอนภิสมยาทิสุตตปัญจกะ๑๖-๒๐. รูปอนนุโพธาทิสุตตปัญจกะ๒๑-๒๕. รูปอัปปฏิเวธาทิสุตตปัญจกะ๒๖-๓๐. รูปอสัลลักขณาทิสุตตปัญจกะ๓๑-๓๕. รูปอนุปลักขณาทิสุตตปัญจกะ๓๖-๔๐. รูปอัปปัจจุปลักขณาทิสุตตปัญจกะ๔๑-๔๕. รูปอสมเปกขณาทิสุตตปัญจกะ๔๖-๕๐. รูปอัปปัจจุเปกขณาทิสุตตปัญจกะ๕๑-๕๔. รูปอัปปัจจักขกัมมาทิสุตตจตุกกะ๕๕. วิญญาณอัปปัจจักขกัมมสูตร๑. สมาธิมูลกสมาปัตติสูตร๒. สมาธิมูลกฐิติสูตร๓. สมาธิมูลกวุฏฐานสูตร๔. สมาธิมูลกกัลลิตสูตร๕. สมาธิมูลกอารัมมณสูตร๖. สมาธิมูลกโคจรสูตร๗. สมาธิมูลกอภินีหารสูตร๘. สมาธิมูลกสักกัจจการีสูตร๙. สมาธิมูลกสาตัจจการีสูตร๑๐. สมาธิมูลกสัปปายการีสูตร ๑๑. สมาปัตติมูลกฐิติสูตร ๑๒. สมาปัตติมูลกวุฏฐานสูตร ๑๓. สมาปัตติมูลกกัลลิตสูตร ๑๔. สมาปัตติมูลกอารัมมณสูตร ๑๕. สมาปัตติมูลกโคจรสูตร ๑๖. สมาปัตติมูลกอภินีหารสูตร ๑๗. สมาปัตติมูลกสักกัจจสูตร ๑๘. สมาปัตติมูลกสาตัจจสูตร ๑๙. สมาปัตติมูลกสัปปายการีสูตร ๒๐-๒๗. ฐิติมูลกวุฏฐานสุตตาทิอัฏฐกะ ๒๘-๓๔. วุฏฐานมูลกกัลลิตสุตตาทิสัตตกะ ๓๕-๔๐. กัลลิตมูลกอารัมมณสุตตาทิฉักกะ ๔๑-๔๕. อารัมมณมูลกโคจรสุตตาทิปัญจกะ ๔๖-๔๙. โคจรมูลกอภินีหารสุตตาทิจตุกกะ ๕๐-๕๒. อภินีหารมูลกสักกัจจสุตตาทิติกะ ๕๓-๕๔. สักกัจจมูลกสาตัจจการีสุตตาทิทุกะ ๕๕. สาตัจจมูลกสัปปายการีสูตร

注释

经典

๖. ทุติยอานันทสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

1 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๖. ทุติยอานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์ สูตรที่ ๒

๓๘

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระอานนท์ผู้นั่ง ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “อานนท์ ถ้าภิกษุทั้งหลายพึงถามเธออย่างนี้ว่า ‘ท่านอานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่า ไหนปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่าไหน ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหน จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๒} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ อานนท์ เธอถูกถามอย่างนี้ จะพึงตอบอย่างไร” ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าภิกษุทั้งหลายพึง ถามข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ‘ท่านอานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปร ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหน จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่าไหนปรากฏ เมื่อธรรมเหล่าไหนตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้ว่า ‘ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้น แห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว เวทนาใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งเวทนานั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งเวทนานั้นปรากฏแล้ว เมื่อเวทนานั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว สัญญาใดล่วงไป ... สังขารเหล่าใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้น ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏแล้ว เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว วิญญาณใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้น ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๓} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว ความเสื่อม ไปแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้น จักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นจักปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ เวทนาใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งเวทนานั้นจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งเวทนานั้นจักปรากฏ เมื่อเวทนานั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ สัญญาใดยังไม่เกิด ... สังขารเหล่าใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้นจัก ปรากฏ เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ วิญญาณใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ ความเสื่อม ไปแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รูปใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้น ปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ เวทนาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ... สัญญาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ... สังขารเหล่าใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งสังขารเหล่านั้นปรากฏ เมื่อสังขารเหล่านั้นตั้งอยู่ ความแปร ปรากฏ วิญญาณใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ ความเสื่อมไป แห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๔} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๖.ทุติยอานันทสูตร “ดีละ ดีละ อานนท์ รูปใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้น แห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นปรากฏแล้ว เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว เวทนาใด ... สัญญาใด ... สังขารเหล่าใด ... วิญญาณใดล่วงไป ดับไป แปรผันไปแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ แล้ว ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏแล้ว เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปร ปรากฏแล้ว อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏแล้ว ความเสื่อมไปแห่งธรรม เหล่านี้ปรากฏแล้ว เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏแล้ว อานนท์ รูปใดยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งรูปนั้นจักปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด ยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นจักปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้จักปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรม เหล่านี้จักปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรจักปรากฏ อานนท์ รูปใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งรูปนั้นปรากฏ ความ เสื่อมไปแห่งรูปปรากฏ เมื่อรูปนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ เวทนาใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๕๕} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๔. นตุมหากวรรค ๗. อนุธัมมสูตร สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใดเกิดแล้ว ปรากฏแล้ว ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งวิญญาณนั้นปรากฏ เมื่อวิญญาณนั้นตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ อานนท์ ความเกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านี้ปรากฏ ความเสื่อมไปแห่งธรรมเหล่านี้ ปรากฏ เมื่อธรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ ความแปรปรากฏ อานนท์ เธอถูกถามอย่างนี้ พึงตอบอย่างนี้” ทุติยอานันทสูตรที่ ๖ จบ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้