๘. โสณสูตร ที่ ๒
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๘. โสณสูตรที่ ๒ ว่าด้วยผู้ควรยกย่องและไม่ควรยกย่องเป็นสมณพราหมณ์
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้:- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน ใกล้ พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล คฤหบดีบุตรชื่อโสณะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาค ได้ ตรัสกะคฤหบดีบุตรชื่อโสณะว่า ดูกรโสณะ ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่ทราบ ชัดรูป ไม่ทราบชัดเหตุเกิดแห่งรูป ไม่ทราบชัดความดับแห่งรูป ไม่ทราบชัดข้อปฏิบัติให้ถึงความ ดับแห่งรูป. ไม่ทราบชัดเวทนา ... ไม่ทราบชัดสัญญา ... ไม่ทราบชัดสังขาร ... ไม่ทราบชัดวิญญาณ ไม่ทราบชัดเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ไม่ทราบชัดความดับแห่งวิญญาณ ไม่ทราบชัดข้อปฏิบัติให้ถึง ความดับแห่งวิญญาณ. ดูกรโสณะ สมณะหรือพราหมณ์ เหล่านี้เราไม่ยกย่องว่าเป็นสมณะใน หมู่สมณะ หรือว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้น หาทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ แห่งความเป็นสมณะ หรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ไม่.
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข โสโณ คหปติปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข โสณํ คหปติปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ เย หิ เกจิ โสณ สมณา วา พฺราหฺมณา วา รูปํ นปฺปชานนฺติ รูปสมุทยํ นปฺปชานนฺติ รูปนิโรธํ นปฺปชานนฺติ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ เวทนํ นปฺปชานนฺติ เวทนาสมุทยํ นปฺปชานนฺติ เวทนานิโรธํ นปฺปชานนฺติ เวทนานิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ สญฺญํ นปฺปชานนฺติ ฯเปฯ สงฺขาเร นปฺปชานนฺติ สงฺขารสมุทยํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธํ นปฺปชานนฺติ สงฺขารนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ วิญฺญาณํ นปฺปชานนฺติ วิญฺญาณสมุทยํ นปฺปชานนฺติ วิญฺญาณนิโรธํ นปฺปชานนฺติ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ นเมเต โสณ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺราหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ ฯ
ดูกรโสณะ ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งทราบชัดรูป ทราบชัด เหตุเกิดแห่งรูป ทราบชัดความดับแห่งรูป ทราบชัดข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งรูป. ทราบชัด เวทนา ... ทราบชัดสัญญา ... ทราบชัดสังขาร ... ทราบชัดวิญญาณ ทราบชัดเหตุเกิดแห่งวิญญาณ ทราบชัดความดับแห่งวิญญาณ ทราบชัดข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ. ดูกรโสณะ สมณะหรือพราหมณ์ เหล่านี้แล เรายกย่องว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และว่าเป็นพราหมณ์ใน หมู่พราหมณ์ อนึ่ง ท่านเหล่านั้น ย่อมทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะ และ ประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันรู้ยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่. จบ สูตรที่ ๘.
เย จ โข เกจิ โสณ สมณา วา พฺราหฺมณา วา รูปํ ปชานนฺติ รูปสมุทยํ ปชานนฺติ รูปนิโรธํ ปชานนฺติ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ เวทนํ ปชานนฺติ ฯเปฯ สญฺญํ ปชานนฺติ ฯ สงฺขาเร ปชานนฺติ ฯ วิญฺญาณํ ปชานนฺติ วิญฺญาณสมุทยํ ปชานนฺติ วิญฺญาณนิโรธํ ปชานนฺติ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ เต โขเม โสณ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺราหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ