๒. ปุปผสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ๒. ปุปผสูตร ว่าด้วยพระพุทธองค์ไม่ขัดแย้งกับโลก
พระนครสาวัตถี ฯลฯ สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย มาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่ขัดแย้งกับโลก. แต่โลกย่อมขัดแย้งกับเรา. ผู้ กล่าวเป็นธรรมย่อมไม่ขัดแย้งกับใครๆ ในโลก สิ่งใดที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี แม้เรา ก็กล่าวสิ่งนั้นว่า ไม่มี. สิ่งใดที่บัณฑิตในโลก สมมติว่า มี แม้เราก็กล่าวสิ่งนั้นว่า มี ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี ซึ่งเราก็กล่าวว่าไม่มีนั้น คืออะไร? คือ รูปที่ เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา บัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี แม้เรา ก็กล่าวรูปนั้นว่า ไม่มี. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีความไม่ แปรปรวนเป็นธรรมดา โลกสมมติว่า ไม่มี แม้เราก็กล่าววิญญาณนั้นว่า ไม่มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แหละที่เป็นบัณฑิตในโลกสมมติว่า ไม่มี ซึ่งเราก็กล่าวว่า ไม่มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี ซึ่งเราก็กล่าวว่ามีนั้น คืออะไร. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ที่บัณฑิตในโลกสมมติว่า มี แม้เราก็กล่าวรูปนั้นว่า มี. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ที่บัณฑิต ในโลกสมมุติว่า มี แม้เราก็กล่าววิญญาณนั้นว่า มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แหละที่บัณฑิตใน โลกสมมุติว่า มี ซึ่งเราก็กล่าวว่า มี.
สาวตฺถี ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ นาหํ ภิกฺขเว โลเกน วิวทามิ ฯ โลโก จ โข ภิกฺขเว มยา วิวทติ ฯ น ภิกฺขเว ธมฺมวาที เกนจิ โลกสฺมึ วิวทติ ฯ ยํ ภิกฺขเว นตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหํปิ ตํ นตฺถีติ วทามิ ฯ ยํ ภิกฺขเว อตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหํปิ ตํ อตฺถีติ วทามิ ฯ กิญฺจิ ภิกฺขเว นตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ ยมหํ นตฺถีติ วทามิ ฯ รูปํ ภิกฺขเว นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมํ นตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหํปิ ตํ นตฺถีติ วทามิ ฯ เวทนา ฯ สญฺญา ฯ สงฺขารา ฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมํ นตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหมฺปิ ตํ นตฺถีติ วทามิ ฯ อิทํ โข ภิกฺขเว นตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ ยมหํ นตฺถีติ วทามิ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว อตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ ยมหํ อตฺถีติ วทามิ ฯ รูปํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ อตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหํปิ ตํ อตฺถีติ วทามิ ฯ เวทนา ฯ สญฺญา ฯ สงฺขารา ฯ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ อตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ อหํปิ ตํ อตฺถีติ วทามิ ฯ อิทํ โข ภิกฺขเว อตฺถิสมฺมตํ โลเก ปณฺฑิตานํ ยมหํ อตฺถีติ วทามิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โลกธรรมมีอยู่ในโลก พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัด โลกธรรมนั้น ครั้นแล้วย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้น. ก็โลกธรรมในโลก พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรม ครั้นแล้ว ย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นนั้น คืออะไร? ดูกรภิกษุทั้งหลาย คือ รูป เป็นโลกธรรมในโลก พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรมนั้น ฯลฯ กระทำให้ตื้น. ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลใด เมื่อพระตถาคตบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่รู้ ไม่เห็น เราจะกระทำอะไรได้กะบุคคลนั้น ผู้เป็นปุถุชนคนพาล บอด ไม่มีจักษุ ไม่รู้ ไม่เห็น. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นโลกธรรมในโลก พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทราบชัดโลกธรรมนั้น ครั้นแล้ว ย่อมบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้น. บุคคลใด เมื่อพระตถาคตบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้นอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่รู้ ไม่เห็น เราจะกระทำอะไรได้กะบุคคลนั้น ผู้เป็นปุถุชนคนพาล บอด ไม่มีจักษุ ไม่รู้ ไม่เห็น.
อตฺถิ ภิกฺขเว โลเก โลกธมฺโม ตํ ตถาคโต อภิสมฺพุชฺฌติ อภิสเมติ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา อภิสเมตฺวา อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว โลเก โลกธมฺโม ตํ ตถาคโต อภิสมฺพุชฺฌติ อภิสเมติ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา อภิสเมตฺวา อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ ฯ รูปํ ภิกฺขเว โลเก โลกธมฺโม ตํ ตถาคโต อภิสมฺพุชฺฌติ ฯเปฯ อุตฺตานีกโรติ ฯ {๒๔๐.๑} โย ภิกฺขเว ตถาคเตน เอวํ อาจิกฺขิยมาเน เทสิยมาเน ปญฺญปิยมาเน ปฏฺฐปิยมาเน วิวริยมาเน วิภชิยมาเน อุตฺตานีกริยมาเน น ชานาติ น ปสฺสติ ตมหํ ภิกฺขเว พาลํ ปุถุชฺชนํ อนฺธํ อจกฺขุกํ อชานนฺตํ อปสฺสนฺตํ กินฺติ กโรมิ ฯ เวทนา ภิกฺขเว ฯ สญฺญา ภิกฺขเว ฯ สงฺขารา ภิกฺขเว ฯ วิญฺญาณํ ภิกฺขเว โลเก โลกธมฺโม ตํ ตถาคโต อภิสมฺพุชฺฌติ อภิสเมติ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา อภิสเมตฺวา อาจิกฺขติ เทเสติ ปญฺญเปติ ปฏฺฐเปติ วิวรติ วิภชติ อุตฺตานีกโรติ ฯ {๒๔๐.๒} โย ภิกฺขเว ตถาคเตน เอวํ อาจิกฺขิยมาเน เทสิยมาเน ปญฺญปิยมาเน ปฏฺฐปิยมาเน วิวริยมาเน วิภชิยมาเน อุตฺตานีกริยมาเน น ชานาติ น ปสฺสติ ตมหํ ภิกฺขเว พาลํ ปุถุชฺชนํ อนฺธํ อจกฺขุกํ อชานนฺตํ อปสฺสนฺตํ กินฺติ กโรมิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบลก็ดี ปทุมก็ดี บุณฑริกก็ดี เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้ว ในน้ำ ขึ้นพ้นจากน้ำตั้งอยู่ แต่น้ำไม่ติด แม้ฉันใด. พระตถาคตเกิดแล้วในโลก เจริญแล้วใน โลก ย่อมครอบงำโลกอยู่ แต่โลกฉาบทาไม่ได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล. จบ สูตรที่ ๒.
เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อุปฺปลํ วา ปทุมํ วา ปุณฺฑรีกํ วา อุทเก ชาตํ อุทเก สํวฑฺฒํ อุทกา อจฺจุคฺคมฺม ฐาติ อนุปลิตฺตํ อุทเกน ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ตถาคโต โลเก ชาโต โลเก สํวฑฺโฒ โลกํ อภิภุยฺย วิหรติ อนุปลิตฺโต โลเกนาติ ฯ