๕. โนอัสสาทสูตร ที่ ๑
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค โนอัสสาทสูตรที่ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในจักษุ แต่เพราะคุณในจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงกำหนัด ในจักษุ ถ้าโทษแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในจักษุ แต่เพราะโทษแห่งจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในจักษุ ถ้าความ สลัดออกแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากจักษุ แต่ เพราะความสลัดออกแห่งจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากจักษุ ฯลฯ แห่งหู ฯลฯ แห่งจมูก ฯลฯ แห่งลิ้น ฯลฯ แห่งกาย ฯลฯ ถ้าคุณแห่งใจจักไม่มี แล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงกำหนัดในใจ แต่เพราะคุณแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงกำหนัดในใจ ถ้าโทษแห่งใจจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะ ไม่พึงเบื่อหน่ายในใจ แต่เพราะโทษแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อ หน่ายในใจ ถ้าความสลัดออกแห่งใจจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึง สลัดออกจากใจ แต่เพราะความสลัดออกแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึง สลัดออกจากใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้ตามความเป็นจริง ซึ่ง คุณแห่งอายตนะภายใน ๖ เหล่านี้ โดยเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่ง ความสลัดออกโดยเป็นความสลัดออก เพียงใด สัตว์ทั้งหลายก็ยังไม่เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจหาเขตแดนมิได้อยู่ เพียงนั้น แต่เมื่อใด สัตว์ทั้งหลายได้รู้ตามความเป็นจริง ซึ่งคุณแห่งอายตนะภายใน ๖ เหล่านี้ โดยเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ และซึ่งความสลัดออกโดยเป็น ความสลัดออก เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายก็เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไปจาก โลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจอันหาเขตแดนมิได้อยู่ ฯ จบสูตรที่ ๕
โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมึ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว โสตสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว ฆานสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย นิสฺสรนฺติ ฯ {๑๗.๑} โน เจทํ ภิกฺขเว กายสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา มนสฺมึ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา มนสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา มนสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ {๑๗.๒} ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสุํ ฯ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสุํ ฯ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ ปญฺจมํ ฯ