๑. จัณฑสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ จัณฑสูตร
คามณิสํยุตฺตํ
ครั้งนั้นแล นายจัณฑคามณีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลก นี้ ถึงความนับว่า เป็นคนดุ เป็นคนดุ ก็อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้ บุคคลบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนสงบเสงี่ยม พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรนายคามณี คนบางคนในโลกนี้ยังละราคะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละราคะไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละราคะไม่ได้คนอื่นยั่ว ให้โกรธ ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ คนบางคน ในโลกนี้ยังละโทสะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโทสะไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละโทสะไม่ได้คนอื่นยั่วให้โกรธ ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึง นับได้ว่าเป็นคนดุ คนบางคนในโลกนี้ยังละโมหะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโมหะ ไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละโมหะไม่ได้อันคนอื่นยั่วให้โกรธ ย่อม แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ ดูกรนายคามณี นี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัยเครื่องให้คนบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่าเป็นคนดุ เป็นคนดุ ฯ
อถ โข จณฺโฑ คามณี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข จณฺโฑ คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ จณฺโฑเตฺว สงฺขํ คจฺฉติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ฯ อิธ คามณิ เอกจฺจสฺส ราโค อปฺปหีโน โหติ ราคสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โทโส อปฺปหีโน โหติ โทสสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โมโห อปฺปหีโน โหติ โมหสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ อยํ โข คามณิ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ
ดูกรนายคามณี อนึ่ง คนบางคนในโลกนี้ละราคะได้แล้ว เพราะ เป็นผู้ละราคะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละราคะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธ ก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม คนบางคน ในโลกนี้ละโทสะได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละโทสะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละ โทสะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธ ก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม คนบางคนในโลกนี้ละโมหะได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละ โมหะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละโมหะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธ ก็ไม่ แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม ดูกรนายคามณี นี้ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้คนบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนสงบเสงี่ยม ฯ
อิธ ปน คามณิ เอกจฺจสฺส ราโค ปหีโน โหติ ราคสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โทโส ปหีโน โหติ โทสสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โมโห ปหีโน โหติ โมหสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อยํ โข คามณิ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว นายจัณฑคามณีได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้ง ยิ่งนัก พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศ- *ธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกหนทาง ให้แก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูป ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็น อุบาสก ผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๑
เอวํ วุตฺเต จณฺโฑ คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ ฯ เอวเมว ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภนฺเต ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ ปฐมํ ฯ