๑๐. มณิจูฬกสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มณิจูฬกสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน ใกล้พระนครราชคฤห์ ก็สมัยนั้นแล เมื่อราชบริษัทนั่งประชุม กันในพระราชวังสังสนทนากันว่า ทองและเงินย่อมควรแก่สมณศากยบุตร สมณ ศากยบุตรย่อมยินดีทองและเงิน ย่อมรับทองและเงิน ฯ
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน ราชนฺเตปุเร ราชปริสาย สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตนฺติ ฯ
ก็สมัยนั้นแล นายบ้านนามว่ามณิจูฬกะนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ครั้ง นั้น นายบ้านนามว่ามณิจูฬกะได้กล่าวกะบริษัทนั้นว่า ท่านผู้เจริญอย่าได้กล่าว อย่างนี้ ทองและเงินไม่ควรแก่สมณศากยบุตร สมณศากยบุตรย่อมไม่ยินดีทอง และเงิน ย่อมไม่รับทองและเงิน สมณศากยบุตรห้ามแก้วและทอง ปราศจาก ทองและเงิน นายบ้านมณิจูฬกะไม่อาจให้บริษัทนั้นยินยอมได้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน มณิจูฬโก คามณี ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ ฯ อถ โข มณิจูฬโก คามณี ตํ ปริสํ เอตทโวจ มา อยฺยา เอวํ อวจุตฺถ น กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชตํ น สาทิยนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ น ปฏิคฺคณฺหนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ นิกฺขิตฺตมณิสุวณฺณา สมณา สกฺยปุตฺติยา อเปตชาตรูปรชตาติ ฯ อสกฺขิ โข มณิจูฬโก คามณี ตํ ปริสํ สญฺญาเปตุํ ฯ
ครั้งนั้น นายบ้านจูฬกะจึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบ ทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อราชบริษัทนั่งประชุมกันในพระ- *ราชวังสังสนทนากันว่า ทองและเงินย่อมควรแก่สมณศากยบุตร สมณศากยบุตร ย่อมยินดีทองและเงิน เมื่อราชบริษัทกล่าวอย่างนี้ ข้าพระองค์ได้กล่าวกะบริษัท นั้นว่า ท่านผู้เจริญอย่าได้กล่าวอย่างนี้ ทองและเงินย่อมไม่ควรแก่สมณศากยบุตร สมณศากยบุตรย่อมไม่ยินดีทองและเงิน ย่อมไม่รับทองและเงิน สมณศากยบุตร ห้ามแก้วและทอง ปราศจากทองและเงิน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่ อาจให้บริษัทนั้นยินยอมได้ เมื่อข้าพระองค์พยากรณ์อย่างนี้ เป็นอันกล่าวตามคำที่ พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว จะไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำไม่จริง และพยากรณ์ ธรรมสมควรแก่ธรรม ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ จะไม่ถึงฐานะอันวิญญูชน พึงติเตียนได้แลหรือ พระเจ้าข้า ฯ
อถ โข มณิจูฬโก คามณี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มณิจูฬโก คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธ ภนฺเต ราชนฺเตปุเร ราชปริสาย สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตนฺติ ฯ เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต ตํ ปริสํ เอตทโวจํ มา อยฺยา เอวํ อวจุตฺถ น กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชตํ น สาทิยนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ น ปฏิคฺคณฺหนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ นิกฺขิตฺตมณิสุวณฺณา สมณา สกฺยปุตฺติยา อเปตชาตรูปรชตาติ ฯ อสกฺขึ โขหํ ภนฺเต ตํ ปริสํ สญฺญาเปตุํ ฯ กจฺจาหํ ภนฺเต เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว ภควโต โหมิ น จ ภควนฺตํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขามิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรมิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุปาโต คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละ นายคามณี เมื่อท่านพยากรณ์ อย่างนี้ เป็นอันกล่าวตามคำที่เรากล่าวแล้ว ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง และ พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม ทั้งการคล้อยตามวาทะที่ถูกไรๆ จะไม่ถึงฐานะ อันวิญญูชนพึงติเตียนได้ เพราะว่าทองและเงินไม่ควรแก่สมณศากยบุตร สมณ ศากยบุตรย่อมไม่ยินดีทองและเงิน สมณศากยบุตรห้ามแก้วและทอง ปราศจาก ทองและเงิน ดูกรนายคามณี ทองและเงินควรแก่ผู้ใด เบญจกามคุณก็ควรแก่ ผู้นั้น เบญจกามคุณควรแก่ผู้ใด ทองและเงินก็ควรแก่ผู้นั้น ดูกรนายคามณี ท่าน พึงทรงความที่ควรแก่เบญจกามคุณนั้นโดยส่วนเดียวว่า ไม่ใช่ธรรมของสมณะ ไม่ ใช่ธรรมของศากยบุตร อนึ่งเล่าเรากล่าวอย่างนี้ว่า ผู้ต้องการหญ้าพึงแสวงหาหญ้า ผู้ต้องการไม้พึงแสวงหาไม้ ผู้ต้องการเกวียนพึงแสวงหาเกวียน ผู้ต้องการบุรุษพึง แสวงหาบุรุษ เรามิได้กล่าวว่า สมณศากยบุตรพึงยินดี พึงแสวงหาทองและเงิน โดยปริยายอะไรเลย ฯ จบสูตรที่ ๑๐
ตคฺฆ ตฺวํ คามณิ เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว เม อโหสิ น จ มํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขสิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรสิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุปาโต คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉติ ฯ น หิ คามณิ กปฺปติ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ชาตรูปรชตํ น สาทิยนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ น ปฏิคฺคณฺหนฺติ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชาตรูปรชตํ นิกฺขิตฺตมณิสุวณฺณา สมณา สกฺยปุตฺติยา อเปตชาตรูปรชตา ฯ ยสฺส โข คามณิ ชาตรูปรชตํ กปฺปติ ปญฺจปิ ตสฺส กามคุณา กปฺปนฺติ ยสฺส ปญฺจ กามคุณา กปฺปนฺติ ตสฺสปิ ชาตรูปรชตํ กปฺปติ เอกํเสเนตํ คามณิ ธาเรยฺยาสิ อสฺสมณธมฺโม อสกฺยปุตฺติยธมฺโมติ ฯ อปิ จาหํ คามณิ เอวํ วทามิ ติณํ ติณตฺถิเกน ปริเยสิตพฺพํ ทารุํ ทารุตฺถิเกน ปริเยสิตพฺพํ สกฏํ สกฏตฺถิเกน ปริเยสิตพฺพํ ปุริโส ปุริสตฺถิเกน ปริเยสิตพฺโพ ฯ น เตฺววาหํ คามณิ เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามีติ ฯ ทสมํ ฯ