๗. อุปเสนสูตร
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อุปเสนสูตร
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคและท่านพระสารีบุตร ท่านพระ อุปเสนะ อยู่ที่ป่าชื่อสีตวัน ใกล้เงื้อมสัปปโสณฑิกะ ใกล้พระนครราชคฤห์ สมัยนั้นแล อสรพิษตัวหนึ่งได้ตกลงที่กายของท่านพระอุปเสนะ ครั้งนั้นแล ท่านพระอุปเสนะเรียกภิกษุทั้งหลายว่า จงมาเถิด ผู้มีอายุ จงยกกายเรานี้ขึ้นสู่เตียง แล้วนำออกไปในภายนอก ก่อนที่กายนี้จะเรี่ยรายในที่นี้แล ประดุจกำแกลบ เมื่อท่านพระอุปเสนะกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกะท่านพระ อุปเสนะว่า ความที่กายของท่านพระอุปเสนะเป็นอย่างอื่น หรือความแปรปรวนแห่ง อินทรีย์ของท่านพระอุปเสนะ เราทั้งหลายยังไม่เห็นเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านพระ อุปเสนะยังพูดอย่างนี้ว่า จงมาเถิด ผู้มีอายุ จงยกกายเรานี้ขึ้นสู่เตียงแล้วนำไป ภายนอก ก่อนที่กายนี้จะเรี่ยราย ณ ที่นี้ ประดุจกำแกลบเล่า ท่านพระอุปเสนะ กล่าวว่า ดูกรท่านพระสารีบุตร ผู้ใดพึงมีความตรึกอย่างนี้ว่า เราเป็นจักษุ หรือ จักษุเป็นของเรา ฯลฯ เราเป็นใจ หรือใจเป็นของเรา ความที่กายเป็นอย่างอื่น หรือความแปรปรวนแห่งอินทรีย์พึงมีแก่ผู้นั้นแน่นอน ดูกรท่านพระสารีบุตร เรา มิได้มีความตรึกอย่างนี้ว่า เราเป็นจักษุ หรือจักษุเป็นของเรา ฯลฯ เราเป็นใจ หรือใจเป็นของเรา ความที่กายจักกลายเป็นอย่างอื่น หรือความแปรปรวนแห่ง อินทรีย์จักมีแก่เรานั้น ได้อย่างไร ฯ สา. จริงอย่างนั้น ท่านพระอุปเสนะได้ถอนอหังการ มมังการและมานา นุสัยได้เด็ดขาดเป็นเวลานานมาแล้ว ฉะนั้น ท่านพระอุปเสนะจึงไม่มีความตรึก อย่างนั้น ฯ ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นยกกายของท่านพระอุปเสนะขึ้นสู่เตียง นำไป ภายนอก กายของท่านพระอุปเสนะเรี่ยรายในที่นั้นเองประดุจกำแกลบ ฉะนั้น ฯ จบสูตรที่ ๗
เอกํ สมยํ ภควา อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ อุปเสโน ราชคเห วิหรนฺติ สีตวเน สปฺปโสณฺฑิกปพฺภาเร ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต อุปเสนสฺส กาเย อาสีวิโส ปติโต โหติ ฯ อถ โข อายสฺมา อุปเสโน ภิกฺขู อามนฺเตสิ เอถ เม อาวุโส อิมํ กายํ มญฺจกํ อาโรเปตฺวา พหิทฺธา นีหรถ ปุรายํ กาโย อิเธว วิกิรติ เสยฺยถาปิ ภุสมุฏฺฐีติ ฯ {๗๗.๑} เอวํ วุตฺเต อายสฺมา สารีปุตฺโต อายสฺมนฺตํ อุปเสนํ เอตทโวจ น โข ปน มยํ ปสฺสาม อายสฺมโต อุปเสนสฺส กายสฺส วา อญฺญถตฺตํ อินฺทฺริยานํ วา วิปริณาโม ฯ อถ ปนายสฺมา อุปเสโน เอวมาห เอถ เม อาวุโส อิมํ กายํ มญฺจกํ อาโรเปตฺวา พหิทฺธา นีหรถ ปุรายํ กาโย อิเธว วิกิรติ เสยฺยถาปิ ภุสมุฏฺฐีติ ฯ ยสฺส นูน อาวุโส สารีปุตฺต เอวมสฺส อหํ จกฺขุนฺติ วา มม จกฺขุนฺติ วา ฯเปฯ อหํ ชิวฺหาติ วา ฯเปฯ อหํ มโนติ วา มม มโนติ วา ตสฺส อาวุโส สารีปุตฺต สิยา กายสฺส วา อญฺญถตฺตํ อินฺทฺริยานํ วา วิปริณาโม ฯ มยฺหญฺจ โข อาวุโส สารีปุตฺต น เอวํ โหติ อหํ จกฺขุนฺติ วา มม จกฺขุนฺติ วา ฯเปฯ อหํ ชิวฺหาติ วา มม ชิวฺหาติ วา ฯเปฯ อหํ มโนติ วา มม มโนติ วา ตสฺส มยฺหญฺจ โข อาวุโส สารีปุตฺต กึ กายสฺส วา อญฺญถตฺตํ ภวิสฺสติ อินฺทฺริยานํ วา วิปริณาโมติ ฯ {๗๗.๒} ตถา หิ ปนายสฺมโต อุปเสนสฺส ทีฆรตฺตํ อหงฺการมมงฺการมานานุสยา สุสมูหตา ตสฺมา อายสฺมโต อุปเสนสฺส น เอวํ โหติ อหํ จกฺขุนฺติ วา มม จกฺขุนฺติ วา ฯเปฯ อหํ ชิวฺหาติ วา มม ชิวฺหาติ วา ฯเปฯ อหํ มโนติ วา มม มโนติ วาติ ฯ อถ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อุปเสนสฺส กายํ มญฺจกํ อาโรเปตฺวา พหิทฺธา นีหรึสุ ฯ อถ โข อายสฺมโต อุปเสนสฺส กาโย ตตฺเถว วิกิริ เสยฺยถาปิ ภุสมุฏฺฐีติ ฯ สตฺตมํ ฯ