๑๐. ทวยสูตร ที่ ๒
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ทวยสูตรที่ ๒
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณเกิดขึ้น เพราะอาศัยส่วนสอง วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยส่วนสองเป็นอย่างไร จักษุ วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักษุและรูป จักษุไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความ เป็นอย่างอื่น รูปไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ส่วนสองอย่าง นี้ หวั่นไหวและอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น จักษุ วิญญาณไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อความ เกิดขึ้นแห่งจักษุวิญญาณก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ก็จักษุวิญญาณที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยอันไม่เที่ยงจักเป็น ของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความประจวบ ความประชุม ความพร้อมกัน แห่งธรรมทั้ง ๓ นี้แล เรียกว่าจักษุสัมผัส ฯ
ทฺวยํ ภิกฺขเว ปฏิจฺจ วิญฺญาณํ สมฺโภติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ทฺวยํ ปฏิจฺจ วิญฺญาณํ สมฺโภติ ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุํ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ รูปา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน อิตฺเถตํ ทฺวยํ จลญฺเจว พฺยาธญฺจ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ จกฺขุวิญฺญาณํ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย จกฺขุวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ จกฺขุวิญฺญาณํ กุโต นิจฺจํ ภวิสฺสติ ฯ โย โข ภิกฺขเว อิเมสํ ติณฺณํ ธมฺมานํ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมวาโย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว จกฺขุสมฺผสฺโส ฯ
ถึงจักษุสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักษุสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความ เป็นอย่างอื่น ก็จักษุสัมผัสที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยอันไม่เที่ยง จักเป็น ของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลอันผัสสะกระทบแล้วย่อมรู้สึก อัน ผัสสะกระทบแล้วย่อมคิด อันผัสสะกระทบแล้วย่อมจำ แม้ธรรมเหล่านี้ก็หวั่นไหว และอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยลิ้นและรส ลิ้นไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็น อย่างอื่น รสไม่เที่ยงมีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ส่วนสองอย่างนี้ หวั่นไหวและอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ชิวหา วิญญาณ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อ ความเกิดขึ้นแห่งชิวหาวิญญาณ ก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ชิวหาวิญญาณที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัยอันไม่เที่ยง จักเป็นของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความประจวบ ความประชุม ความ พร้อมกัน แห่งธรรมทั้ง ๓ นี้แล เรียกว่าชิวหาสัมผัส ฯ
จกฺขุสมฺผสฺโสปิ อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺโน จกฺขุสมฺผสฺโส กุโต นิจฺโจ ภวิสฺสติ ฯ ผุฏฺโฐ ภิกฺขเว เวเทติ ผุฏฺโฐ เจเตติ ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ อิตฺเถเตปิ ธมฺมา จลา เจว พฺยาธา จ อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน ฯเปฯ {๑๒๕.๑} ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ ชิวฺหาวิญฺญาณํ ชิวฺหา อนิจฺจา วิปริณามี อญฺญถาภาวี รสา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน อิตฺเถตํ ทฺวยํ จลญฺเจว พฺยาธญฺจ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ กุโต นิจฺจํ ภวิสฺสติ ฯ โย โข ภิกฺขเว อิเมสํ ติณฺณํ ธมฺมานํ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมวาโย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ชิวฺหาสมฺผสฺโส ฯ
แม้ชิวหาสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่าง อื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งชิวหาสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ชิวหาสัมผัสที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัย ปัจจัยอันไม่เที่ยง จักเป็นของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลอันผัสสะ กระทบแล้วย่อมรู้สึก อันผัสสะกระทบแล้วย่อมคิด อันผัสสะกระทบแล้วย่อมจำ แม้ธรรมเหล่านี้ก็หวั่นไหวและอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็น อย่างอื่น ฯลฯ มโนวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยใจและธรรมารมณ์ ใจไม่เที่ยง มี ความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ธรรมทั้งหลายก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ส่วนสองอย่างนี้หวั่นไหวและอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปร ปรวน มีความเป็นอย่างอื่น มโนวิญญาณไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็น อย่างอื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมโนวิญญาณก็ไม่เที่ยง มีความ แปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น มโนวิญญาณที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัย อันไม่เที่ยง จักเป็นของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความประจวบ ความ ประชุม ความพร้อมกัน แห่งธรรม ๓ ประการนี้แล เรียกว่ามโนสัมผัส ฯ
ชิวฺหาสมฺผสฺโสปิ อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺโน ชิวฺหาสมฺผสฺโส กุโต นิจฺโจ ภวิสฺสติ ฯ ผุฏฺโฐ ภิกฺขเว เวเทติ ผุฏฺโฐ เจเตติ ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ อิตฺเถเตปิ ธมฺมา จลา เจว พฺยาธา จ อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน ฯเปฯ {๑๒๖.๑} มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ มโนวิญฺญาณํ มโน อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ธมฺมา อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน อิตฺเถตํ ทฺวยํ จลญฺเจว พฺยาธญฺจ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ มโนวิญฺญาณํ อนิจฺจํ วิปริณามิ อญฺญถาภาวิ ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย มโนวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ มโนวิญฺญาณํ กุโต นิจฺจํ ภวิสฺสติ ฯ โย โข ภิกฺขเว อิเมสํ ติณฺณํ ธมฺมานํ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมวาโย อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว มโนสมฺผสฺโส ฯ
แม้มโนสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น แม้เหตุปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งมโนสัมผัสก็ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความ เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มโนสัมผัสที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะอาศัยปัจจัย อันไม่เที่ยง จักเป็นของเที่ยงแต่ไหน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลอันผัสสะกระทบ แล้วย่อมรู้สึก อันผัสสะกระทบแล้วย่อมคิด อันผัสสะกระทบแล้วย่อมจำ แม้ ธรรมเหล่านี้ก็หวั่นไหวและอาพาธ ไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย มโนวิญญาณย่อมเกิดเพราะอาศัยส่วนสองอย่าง ด้วยประการ ฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบฉันนวรรคที่ ๔ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปโลกสูตร ๒. สุญญสูตร ๓. สังขิตตสูตร ๔. ฉันนสูตร ๕. ปุณณสูตร ๖. พาหิยสูตร ๗. เอชสูตรที่ ๑ ๘. เอชสูตรที่ ๒ ๙. ทวย สูตรที่ ๑ ๑๐. ทวยสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------
มโนสมฺผสฺโสปิ อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโย มโนสมฺผสฺสสฺส อุปฺปาทาย โสปิ เหตุ โสปิ ปจฺจโย อนิจฺโจ วิปริณามี อญฺญถาภาวี ฯ อนิจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺโน มโนสมฺผสฺโส กุโต นิจฺโจ ภวิสฺสติ ฯ ผุฏฺโฐ ภิกฺขเว เวเทติ ผุฏฺโฐ เจเตติ ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ อิตฺเถเตปิ ธมฺมา จลา เจว พฺยาธา จ อนิจฺจา วิปริณามิโน อญฺญถาภาวิโน ฯ เอวํ ภิกฺขเว ทฺวยํ ปฏิจฺจ มโนวิญฺญาณํ สมฺโภตีติ ฯ ทสมํ ฯ ฉนฺนวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ ปโลกสุญฺญา สงฺขิตฺตํ ฉนฺโน ปุณฺโณ จ พาหิโย เอเชน จ เทฺว วุตฺตา ทฺวเยหิ อปเร เทฺวติ ฯ -------