This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

วิภังคสูตร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๑๗๙–๑๒๐๔พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค26 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค วิภังคสูตร วิธีเจริญอิทธิบาท ๔

๑๑๗๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อิทธิบาท ๔ เหล่านี้ อันภิกษุเจริญแล้ว กระทำให้มาก แล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ก็อิทธิบาท ๔ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างไร กระทำให้มาก แล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญอิทธิบาทประกอบด้วย ฉันทสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า ฉันทะของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบื้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลาง คืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิต ให้สว่างอยู่ ย่อม เจริญอิทธิบาทประกอบด้วยวิริยสมาธิ ... จิตตสมาธิ ... วิมังสาสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า วิมังสา ของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบื้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้อง หลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ ฉันนั้น กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่.

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา ฯ กถํ ภาวิตา จ ภิกฺขเว จตฺตาโร อิทฺธิปาทา กถํ พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ อิติ เม ฉนฺโท น จ อติลีโน ภวิสฺสติ น จ อติปคฺคหิโต ภวิสฺสติ น จ อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺโต ภวิสฺสติ น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺโต ภวิสฺสติ ปจฺฉาปุเร สญฺญี จ วิหรติ ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ วิริยสมาธิ จิตฺตสมาธิ วีมํสาสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ อิติ เม วีมํสา น จ อติลีนา ภวิสฺสติ น จ อติปคฺคหิตา ภวิสฺสติ น จ อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตา ภวิสฺสติ น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺตา ภวิสฺสติ ปจฺฉาปุเร สญฺญี จ วิหรติ ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ

๑๑๘๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ฉันทะที่ย่อหย่อนเกินไปเป็นไฉน? ฉันทะที่ประกอบ ด้วยความเกียจคร้าน สัมปยุตด้วยความเกียจคร้าน นี้เรียกว่า ฉันทะที่ย่อหย่อนเกินไป.

กตโม จ ภิกฺขเว อติลีโน ฉนฺโท ฯ โย ภิกฺขเว ฉนฺโท โกสชฺชสหคโต โกสชฺชสมฺปยุตฺโต ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติลีโน ฉนฺโท ฯ

๑๑๘๑

ก็ฉันทะที่ต้องประคองเกินไปเป็นไฉน? ฉันทะที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ สัมปยุตด้วยอุทธัจจะ นี้เรียกว่า ฉันทะที่ต้องประคองเกินไป.

กตโม จ ภิกฺขเว อติปคฺคหิโต ฉนฺโท ฯ โย ภิกฺขเว ฉนฺโท อุทฺธจฺจสหคโต อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺโต ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติปคฺคหิโต ฉนฺโท ฯ

๑๑๘๒

ก็ฉันทะที่หดหู่ในภายในเป็นไฉน? ฉันทะที่ประกอบด้วยถีนมิทธะ สัมปยุตด้วยถีนมิทธะ นี้เรียกว่า ฉันทะที่หดหู่ในภายใน.

กตโม จ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺโต ฉนฺโท ฯ โย ภิกฺขเว ฉนฺโท ถีนมิทฺธสหคโต ถีนมิทฺธสมฺปยุตฺโต ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺโต ฉนฺโท ฯ

๑๑๘๓

ก็ฉันทะที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอกเป็นไฉน? ฉันทะที่ฟุ้งซ่านไป พล่านไป ปรารภกามคุณ ๕ ในภายนอก นี้เรียกว่า ฉันทะที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก.

กตโม จ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺโต ฉนฺโท ฯ โย ภิกฺขเว ฉนฺโท พหิทฺธา ปญฺจ กามคุเณ อารพฺภ อนุวิกฺขิตฺโต อนุวิสโฏ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺโต ฉนฺโท ฯ

๑๑๘๔

ภิกษุมีความสำคัญในเบื้องหลัง และเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น อย่างไร? ความสำคัญในเบื้องหลังและ เบื้องหน้า อันภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยึดไว้ดีแล้ว กระทำไว้ในใจดีแล้ว ทรงไว้ดีแล้ว แทงตลอด ดีแล้ว ด้วยปัญญา ภิกษุชื่อว่า มีความสำคัญในเบื้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ว่า เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น อย่างนี้แล.

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปจฺฉาปุเร สญฺญี จ วิหรติ ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ปจฺฉาปุเร สญฺญา สุคฺคหิตา โหติ สุมนสิกตา สูปธาริตา สุปฺปฏิวิทฺธา ปญฺญาย ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปจฺฉาปุเร สญฺญี จ วิหรติ ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร ฯ

๑๑๘๕

ก็ภิกษุมีความสำคัญอยู่ว่า เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น อย่างไร? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณากายนี้ เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา เบื้องล่างแต่ปลายผมลงไป มีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ เต็มด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ ว่า ในกายนี้ มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา มันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร ภิกษุชื่อว่า มีความสำคัญอยู่ว่า เบื้อง ล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น อย่างนี้แล.

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ วิหรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิมเมว กายํ อุทฺธํ ปาทตลา อโธ เกสมตฺถกา ตจปริยนฺตํ ปูรํ นานปฺปการสฺส อสุจิโน ปจฺจเวกฺขติ อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ มํสํ นหารู อฏฺฐี อฏฺฐิมิญฺชํ วกฺกํ หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสํ อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโท อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆานิกา ลสิกา มุตฺตนฺติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ วิหรติ ฯ

๑๑๘๖

ก็ภิกษุมีความสำคัญอยู่ว่า กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น อย่างไร? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิ และปธานสังขารในกลางวัน ด้วยอาการเหล่าใด ด้วยเพศเหล่าใด ด้วยนิมิตเหล่าใด เธอย่อม เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขารในกลางคืน ด้วยอาการเหล่านั้น ด้วย เพศเหล่านั้น ด้วยนิมิตเหล่านั้น อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันท- *สมาธิและปธานสังขารในกลางคืน ด้วยอาการเหล่าใด ด้วยเพศเหล่าใด ด้วยนิมิตเหล่าใด เธอ ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขารในกลางวัน ด้วยอาการเหล่านั้น ด้วยเพศเหล่านั้น ด้วยนิมิตเหล่านั้น ภิกษุมีความสำคัญอยู่ว่า กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น อย่างนี้แล.

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา วิหรติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เยหิ อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ ทิวา ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ โส เตหิ อากาเรหิ เตหิ ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ รตฺตึ ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ เยหิ วา ปน อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ รตฺตึ ฉนฺทสมาธิ- ปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ โส เตหิ อากาเรหิ เตหิ ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ ทิวา ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา วิหรติ ฯ

๑๑๘๗

ก็ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ อย่างไร? อาโลกสัญญา (ความสำคัญว่าแสงสว่าง) อันภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยึดไว้ดีแล้ว ความสำคัญว่า กลางวัน ตั้งมั่นดีแล้ว ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่อย่างนี้แล.

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อาโลกสญฺญา สุคฺคหิตา โหติ ทิวาสญฺญา สฺวาธิฏฺฐิตา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ

๑๑๘๘

ก็วิริยะที่ย่อหย่อนเกินไปเป็นไฉน? วิริยะที่ประกอบด้วยความเกียจคร้าน สัมปยุตด้วยความเกียจคร้าน นี้เรียกว่าวิริยะที่ย่อหย่อนเกินไป.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อติลีนํ วิริยํ ฯ ยํ ภิกฺขเว วิริยํ โกสชฺชสหคตํ โกสชฺชสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติลีนํ วิริยํ ฯ

๑๑๘๙

ก็วิริยะที่ต้องประคองเกินไปเป็นไฉน? วิริยะที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ สัมป- *ยุตด้วยอุทธัจจะ นี้เรียกว่า วิริยะที่ต้องประคองเกินไป.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตํ วิริยํ ฯ ยํ ภิกฺขเว วิริยํ อุทฺธจฺจสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตํ วิริยํ ฯ

๑๑๙๐

ก็วิริยะที่หดหู่ในภายในเป็นไฉน? วิริยะที่ประกอบด้วยถีนมิทธะ สัมปยุต ด้วยถีนมิทธะ นี้เรียกว่า วิริยะหดหู่ในภายใน.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตํ วิริยํ ฯ ยํ ภิกฺขเว วิริยํ ถีนมิทฺธสหคตํ ถีนมิทฺธสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตํ วิริยํ ฯ

๑๑๙๑

ก็วิริยะที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอกเป็นไฉน? วิริยะที่ฟุ้งซ่านไป พล่านไป ปรารภกามคุณ ๕ ในภายนอก นี้เรียกว่าวิริยะที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก ฯลฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ วิริยํ ฯ ยํ ภิกฺขเว วิริยํ พหิทฺธา ปญฺจ กามคุเณ อารพฺภ อนุวิกฺขิตฺตํ อนุวิสฏํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ วิริยํ ฯเปฯ

๑๑๙๒

ก็ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ อย่างไร อาโลกสัญญา อันภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยึดไว้ดีแล้ว ความสำคัญว่า กลางวัน ตั้งมั่นดีแล้ว ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ อย่างนี้แล.

กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อาโลกสญฺญา สุคฺคหิตา โหติ ทิวาสญฺญา สฺวาธิฏฺฐิตา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ

๑๑๙๓

ก็จิตที่ย่อหย่อนเกินไปเป็นไฉน? จิตที่ประกอบด้วยความเกียจคร้าน สัมป- *ยุตด้วยความเกียจคร้าน นี้เรียกว่า จิตที่ย่อหย่อนเกินไป.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อติลีนํ จิตฺตํ ฯ ยํ ภิกฺขเว จิตฺตํ โกสชฺชสหคตํ โกสชฺชสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติลีนํ จิตฺตํ ฯ

๑๑๙๔

ก็จิตที่ต้องประคองเกินไปเป็นไฉน? จิตที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ สัมปยุต ด้วยอุทธัจจะ นี้เรียกว่า จิตที่ต้องประคองเกินไป.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตํ จิตฺตํ ฯ ยํ ภิกฺขเว จิตฺตํ อุทฺธจฺจสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตํ จิตฺตํ ฯ

๑๑๙๕

ก็จิตที่หดหู่ในภายในเป็นไฉน? จิตที่ประกอบด้วยถีนมิทธะ สัมปยุตด้วย ถีนมิทธะ นี้เรียกว่า จิตที่หดหู่ในภายใน.

กตมญฺจ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตํ จิตฺตํ ฯ ยํ ภิกฺขเว จิตฺตํ ถีนมิทฺธสหคตํ ถีนมิทฺธสมฺปยุตฺตํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตํ จิตฺตํ ฯ

๑๑๙๖

ก็จิตที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอกเป็นไฉน? จิตที่ฟุ้งซ่านไป พล่านไป ปรารภ กามคุณ ๕ ในภายนอก นี้เรียกว่า จิตที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก ฯลฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ จิตฺตํ ฯ ยํ ภิกฺขเว จิตฺตํ พหิทฺธา ปญฺจ กามคุเณ อารพฺภ อนุวิกฺขิตฺตํ อนุวิสฏํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ จิตฺตํ ฯเปฯ

๑๑๙๗

ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ อย่างนี้แล.

เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ

๑๑๙๘

ก็วิมังสาที่ย่อหย่อนเกินไปเป็นไฉน? วิมังสาที่ประกอบด้วยความเกียจคร้าน สัมปยุตด้วยความเกียจคร้าน นี้เรียกว่า วิมังสาที่ย่อหย่อนเกินไป.

กตมา จ ภิกฺขเว อติลีนา วีมํสา ฯ ยา ภิกฺขเว วีมํสา โกสชฺชสหคตา โกสชฺชสมฺปยุตฺตา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติลีนา วีมํสา ฯ

๑๑๙๙

ก็วิมังสาที่ต้องประคองเกินไปเป็นไฉน? วิมังสาที่ประกอบด้วยอุทธัจจะ สัมปยุตด้วยอุทธัจจะ นี้เรียกว่า วิมังสาที่ต้องประคองเกินไป.

กตมา จ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตา วีมํสา ฯ ยา ภิกฺขเว วีมํสา อุทฺธจฺจสหคตา อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อติปคฺคหิตา วีมํสา ฯ

๑๒๐๐

ก็วิมังสาที่หดหู่ในภายในเป็นไฉน? วิมังสาที่ประกอบด้วยถีนมิทธะ สัมป- *ยุตด้วยถีนมิทธะ นี้เรียกว่า วิมังสาที่หดหู่ในภายใน.

กตมา จ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตา วีมํสา ฯ ยา ภิกฺขเว วีมํสา ถีนมิทฺธสหคตา ถีนมิทฺธสมฺปยุตฺตา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อชฺฌตฺตํ สงฺขิตฺตา วีมํสา ฯ

๑๒๐๑

ก็วิมังสาที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอกเป็นไฉน? วิมังสาที่ฟุ้งซ่านไป พล่านไป ปรารภกามคุณ ๕ ในภายนอก นี้เรียกว่า วิมังสาที่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก ฯลฯ

กตมา จ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตา วีมํสา ฯ ยา ภิกฺขเว วีมํสา พหิทฺธา ปญฺจ กามคุเณ อารพฺภ อนุวิกฺขิตฺตา อนุวิสฏา ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว พหิทฺธา วิกฺขิตฺตา วีมํสา ฯเปฯ

๑๒๐๒

ภิกษุมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อิทธิบาท ๔ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมมีผล มาก มีอานิสงส์มาก.

เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ ฯ เอวํ ภาวิตา โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อิทฺธิปาทา เอวํ พหุลีกตา มหปฺผลา โหนฺติ มหานิสํสา ฯ

๑๒๐๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญ กระทำให้มาก ซึ่งอิทธิบาท ๔ อย่างนี้แล ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้ อำนาจทางกายไปตลอดถึงพรหมโลกก็ได้.

เอวํ ภาวิเตสุ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ ฯเปฯ ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ ฯ

๑๒๐๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญ กระทำให้มาก ซึ่งอิทธิบาท ๔ อย่างนี้แล ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. (พึงขยายอภิญญาแม้ทั้งหกให้พิสดาร) จบ สูตรที่ ๑๐ จบ ปาสาทกัมปนวรรคที่ ๒ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปุพพสูตร ๒. มหัปผลสูตร ๓. ฉันทสูตร ๔. โมคคัลลานสูตร ๕. พราหมณสูตร ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๑ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๒ ๘. อภิญญาสูตร ๙. เทสนาสูตร ๑๐. วิภังคสูตร. -----------------------------------------------------

เอวํ ภาวิเตสุ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ฯ (ฉปิ อภิญฺญาโย วิตฺถาเรตพฺพา) ฯ ปาสาทกมฺปนวคฺโค ทุติโย ฯ อิมสฺส วคฺคสฺส อุทฺทานํ ปุพฺเพ มหปฺผลา ฉนฺโท โมคฺคลฺลาโน จ พฺราหฺมโณ เทฺว สมณพฺราหฺมณาภิ เทสนา วิภงฺเคน จาติ ฯ ----------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

วิภังคสูตร