คิญชกาวสถสูตร ที่ ๓
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค คิญชกาวสถสูตรที่ ๓ ว่าด้วยธรรมปริยายชื่อธรรมาทาส
(ข้อความเบื้องต้นเหมือนคิญชกาวสถสูตรที่ ๑) ครั้นแล้ว ท่านพระอานนท์ ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสกชื่อกกุฏะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง กระทำ กาละแล้ว คติของเขาเป็นอย่างไร สัมปรายภพของเขาเป็นอย่างไร ... อุบาสกชื่อกฬิภะในหมู่บ้าน แห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อทนิกัทธะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อกฏิสสหะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อตุฏฐะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อสันตุฏฐะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อภัททะ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ... อุบาสกชื่อสุภัททะในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง กระทำกาละแล้ว คติของเขาเป็น อย่างไร สัมปรายภพของเขาเป็นอย่างไร?
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ กกุโฏ นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก กาลกโต ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโย ฯ กฬิโภ นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ ทนิกทฺโธ นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ กฏิสฺสโห นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ ตุฏฺโฐ นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ สนฺตุฏฺโฐ นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ ภทฺโท นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก ฯ สุภทฺโท นาม ภนฺเต ญาติเก อุปาสโก กาลกโต ตสฺส กา คติ โก อภิสมฺปราโยติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ อุบาสกชื่อกกุฏะ กระทำกาละแล้ว เป็นอุปปาติกะ จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะสังโยชน์อัน เป็นส่วนเบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป อุบาสกชื่อกฬิภะ ... ชื่อทนิกัทธะ ... ชื่อกฏิสสหะ ... ชื่อตุฏฐะ ... ชื่อสันตุฏฐะ ... ชื่อภัททะ ... ชื่อสุภัททะ กระทำกาละแล้ว เป็นอุปปาติกะ จักปรินิพพานในภพ นั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป.
กกุโฏ อานนฺท อุปาสโก กาลกโต ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา ฯ กฬิโภ อานนฺท ฯ ทนิกทฺโธ อานนฺท ฯ กฏิสฺสโห อานนฺท ฯ ตุฏฺโฐ อานนฺท ฯ สนฺตุฏฺโฐ อานนฺท ฯ ภทฺโท อานนฺท ฯ สุภทฺโท อานนฺท อุปาสโก กาลกโต ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา ฯ (สพฺเพ เอกคติกา กาตพฺพา) ฯ
ดูกรอานนท์ อุบาสกทั้งหลายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เกินกว่า ๕๐ คน กระทำ กาละแล้ว เป็นอุปปาติกะ จักปรินิพพานในภพนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะ สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป อุบาสกทั้งหลายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเกินกว่า ๙๐ คน กระทำกาละแล้ว เป็นพระสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ สิ้นไปและเพราะราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง มาสู่โลกนี้อีกคราวเดียว แล้วจักทำที่สุดทุกข์ได้ อุบาสกทั้งหลายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เกินกว่า ๕๐๐ คน กระทำกาละแล้ว เป็นพระโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ สิ้นไป มีอันไม่ตกต่ำ เป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า.
ปโรปญฺญาส อานนฺท ญาติเก อุปาสกา กาลกตา ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติกา ตตฺถ ปรินิพฺพายิโน อนาวตฺติธมฺมา ตสฺมา โลกา ฯ สาธิกนวุติ อานนฺท ญาติเก อุปาสกา กาลกตา ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามิโน สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ ฯ ฉาติเรกานิ โข อานนฺท ปญฺจสตานิ ญาติเก อุปาสกา กาลกตา ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺนา อวินิปาตธมฺมา นิยตา สมฺโพธิปรายนา ฯ
ดูกรอานนท์ ข้อที่บุคคลเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว พึงกระทำกาละ มิใช่เป็น ของน่าอัศจรรย์ ถ้าเมื่อผู้นั้นๆ กระทำกาละแล้ว เธอทั้งหลายพึงเข้ามาหาเราแล้วสอบถามเนื้อ ความนั้น ข้อนี้เป็นความลำบากของตถาคต เพราะฉะนั้นแหละ เราจักแสดงธรรมปริยายชื่อ ธรรมาทาส ที่อริยสาวกประกอบแล้ว เมื่อหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า เรามีนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว เราเป็นพระโสดาบัน มีความ ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า.
อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ อานนฺท ยํ มนุสฺสภูโต กาลํ กเรยฺย ตสฺมึ ตสฺมึ เจ มํ กาลกเต อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺฉิสฺสถ ฯ วิเหสาเวสา อานนฺท อสฺส ตถาคตสฺส ฯ ตสฺมา ติหานนฺท ธมฺมาทาสํ นาม ธมฺมปริยายํ เทเสสฺสามิ เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิโย ขีณปิตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน ฯ
ดูกรอานนท์ ก็ธรรมปริยายชื่อธรรมาทาส ที่อริยสาวกประกอบแล้ว เมื่อ หวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า เรามีนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว เราเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ใน เบื้องหน้า เป็นไฉน? อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวใน พระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ... ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ... เป็น ไปเพื่อสมาธิ นี้แล คือ ธรรมปริยายชื่อธรรมาทาส ที่อริยสาวกประกอบแล้ว เมื่อหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า เรามีนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ปิตติวิสัย อบาย ทุคติ วินิบาต สิ้นแล้ว เราเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า. จบ สูตรที่ ๑๐ จบ เวฬุทวารวรรคที่ ๒ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ราชาสูตร ๒. โอคธสูตร ๓. ทีฆาวุสูตร ๔. สาริปุตตสูตรที่ ๑ ๕. สาริปุตตสูตรที่ ๒ ๖. ถปติสูตร ๗. เวฬุทวารสูตร ๘. คิญชกาวสถสูตรที่ ๑ ๙. คิญชกาวสถสูตรที่ ๒ ๑๐. คิญชกาวสถสูตรที่ ๓. -----------------------------------------------------
กตโม จ โส อานนฺท ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิโย ขีณปิตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโน ฯ อิธานนฺท อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ ฯ ธมฺเม สงฺเฆ ฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อกฺขณฺเฑหิ ฯเปฯ สมาธิสํวตฺตนิเกหิ ฯ อยํ โข โส อานนฺท ธมฺมาทาโส ธมฺมปริยาโย เยน สมนฺนาคโต อริยสาวโก อากงฺขมาโน อตฺตนาว อตฺตานํ พฺยากเรยฺย ขีณนิรโยมฺหิ ขีณติรจฺฉานโยนิโย ขีณปิตฺติวิสโย ขีณาปายทุคฺคติวินิปาโต โสตาปนฺโนหมสฺมิ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโนติ ฯ เวฬุทฺวารวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ ราชา โอคธทีฆาวุ สารีปุตฺตา อปเร ทุเว ถปตโย เวฬุทฺวาเรยฺยา คิญฺชกาวสเถ ตโยติ ฯ --------------