สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์
ทุติยสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็น สถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ฉัน ในสกุล มีภิกษุณีเหล่าฉัพพัคคีย์มายืนบงการให้เขาถวายของแก่พระฉัพพัคคีย์ว่า จงถวายแกงที่ ท่านองค์นี้ จงถวายข้าวที่ท่านองค์นี้ พวกพระฉัพพัคคีย์ได้ฉันตามความต้องการ ภิกษุเหล่าอื่น ฉันไม่ได้ดังจิตประสงค์ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์จึงไม่ห้ามปรามภิกษุณีฉัพพัคคีย์ผู้บงการเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอไม่ห้าม ปรามภิกษุณีทั้งหลายผู้บงการอยู่ จริงหรือ? พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงไม่ห้าม ปรามภิกษุณีผู้บงการอยู่เล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๔๓. ๒. อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ฉันอยู่ในสกุล ถ้าภิกษุณีมายืนสั่งเสีย อยู่ในที่นั้นว่า จงถวายแกงในองค์นี้ จงถวายข้าวในองค์นี้ ภิกษุทั้งหลายนั้นพึงรุกราน ภิกษุณีนั้นว่า น้องหญิง เธอจงหลีกไปเสีย ตลอดเวลาที่ภิกษุฉันอยู่ ถ้าภิกษุแม้รูปหนึ่ง ไม่กล่าวออกไป เพื่อจะรุกรานภิกษุณีนั้นว่า น้องหญิง เธอจงหลีกไปเสีย ตลอดเวลา ที่ภิกษุฉันอยู่ ภิกษุเหล่านั้นพึงแสดงคืนว่า แน่ะเธอ พวกฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็น ที่สบาย ควรจะแสดงคืน พวกฉันแสดงคืนธรรมนั้น. เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู กุเลสุ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ โวสาสนฺติโย ฐิตา โหนฺติ อิธ สูปํ เทถ อิธ โอทนํ เทถาติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ยาวทตฺถํ ภุญฺชนฺติ ฯ อญฺเญ ภิกฺขู น จิตฺตรูปํ ภุญฺชนฺติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย โวสาสนฺติโย น นิวาเรสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย โวสาสนฺติโย น นิวาเรถาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ภิกฺขุนิโย โวสาสนฺติโย น นิวาเรสฺสถ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๗๘๔.๑} ภิกฺขู ปเนว กุเลสุ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ ฯ ตตฺร เจ ภิกฺขุนี โวสาสมานรูปา ฐิตา โหติ อิธ สูปํ เทถ อิธ โอทนํ เทถาติ ฯ เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา อปสกฺก ตาว ภคินิ ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ ฯ เอกสฺสปิ เจ ภิกฺขุโน นปฺปฏิภาเสยฺย ตํ ภิกฺขุนึ อปสาเทตุํ อปสกฺก ตาว ภคินิ ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ ปฏิเทเสตพฺพํ เตหิ ภิกฺขูหิ คารยฺหํ อาวุโส ธมฺมํ อาปชฺชิมฺหา อสปฺปายํ ปาฏิเทสนียํ ตํ ปฏิเทเสมาติ ฯ
คำว่า อนึ่ง ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ฉันอยู่ในสกุล ความว่า ที่ชื่อว่าสกุล ได้แก่ตระกูล ๔ คือ ตระกูลกษัตริย์ ตระกูลพราหมณ์ ตระกูลแพศย์ ตระกูลศูทร์. คำว่า รับนิมนต์ฉันอยู่ คือ รับนิมนต์ฉันโภชนะทั้งห้า อย่างใดอย่างหนึ่ง. ที่ชื่อว่า ภิกษุณี ได้แก่สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์สองฝ่าย. ที่ชื่อว่า ผู้สั่งเสียอยู่ คือ บงการว่า จงถวายแกงในองค์นี้ จงถวายข้าวในองค์นี้ ดังนี้ ตามความที่เป็นมิตรกัน เป็นเพื่อนร่วมเห็นกัน เป็นเพื่อนร่วมคบกัน เป็นผู้ร่วม อุปัชฌาย์กัน เป็นผู้ร่วมอาจารย์กัน นี้ชื่อว่า ผู้สั่งเสียอยู่. คำว่า อันภิกษุทั้งหลายนั้น ได้แก่ ภิกษุที่ฉันอยู่. คำว่า ภิกษุณีนั้น ได้แก่ ภิกษุณีผู้สั่งเสียนั้น. ภิกษุทั้งหลายนั้น พึงรุกรานภิกษุณีนั้นว่า น้องหญิง เธอจงหลีกไปจนกว่าภิกษุทั้งหลาย จะฉันเสร็จ ถ้าภิกษุแม้รูปหนึ่งไม่รุกราน รับด้วยหวังว่าจักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. กลืน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน. บทภาชนีย์ ติกปาฏิเทสนียะ
ภิกฺขู ปเนว กุเลสุ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺตีติ กุลํ นาม จตฺตาริ กุลานิ ขตฺติยกุลํ พฺราหฺมณกุลํ เวสฺสกุลํ สุทฺทกุลํ ฯ นิมนฺติตา ภุญฺชนฺตีติ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน โภชเนน นิมนฺติตา ภุญฺชนฺติ ฯ ภิกฺขุนี นาม อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา ฯ โวสาสนฺตี นาม ยถามิตฺตตา ยถาสนฺทิฏฺฐตา ยถาสมฺภตฺตตา ยถาสมานุปชฺฌายกตา ยถาสมานาจริยกตา อิธ สูปํ เทถ อิธ โอทนํ เทถาติ อยํ โวสาสนฺตี นาม ฯ {๗๘๕.๑} เตหิ ภิกฺขูหีติ ภุญฺชมาเนหิ ภิกฺขูหิ ฯ สา ภิกฺขุนีติ ยา สา โวสาสนฺตี ภิกฺขุนี ฯ เตหิ ภิกฺขูหิ สา ภิกฺขุนี อปสาเทตพฺพา อปสกฺก ตาว ภคินิ ยาว ภิกฺขู ภุญฺชนฺตีติ ฯ เอกสฺสปิ เจ ภิกฺขุโน อนปสาทิเต ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ฯ
ภิกษุณีผู้อุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุสำคัญว่าภิกษุณีผู้อุปสัมบันไม่ห้ามปราม ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ. ภิกษุณีผู้อุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุมีความสงสัย ไม่ห้ามปราม ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ. ภิกษุณีผู้อุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุสำคัญว่าเป็นภิกษุณีอนุปสัมบัน ไม่ห้ามปราม ต้อง อาบัติปาฏิเทสนียะ. ติกทุกกฏ สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์ฝ่ายเดียวสั่งเสียอยู่ ภิกษุไม่ห้ามปราม ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุณีผู้เป็นอนุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุสำคัญว่าเป็นภิกษุณีผู้อุปสัมบัน ไม่ห้ามปราม ต้องอาบัติทุกกฏ. ภิกษุณีผู้เป็นอนุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุมีความสงสัย ไม่ห้ามปราม ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ภิกษุณีผู้เป็นอนุปสัมบันสั่งเสียอยู่ ภิกษุสำคัญว่าเป็นภิกษุณีผู้อนุปสัมบัน ไม่ห้ามปราม ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
อุปสมฺปนฺนาย อุปสมฺปนฺนสญฺญี โวสาสนฺติยา น นิวาเรติ อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ฯ อุปสมฺปนฺนาย เวมติโก โวสาสนฺติยา น นิวาเรติ อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ฯ อุปสมฺปนฺนาย อนุปสมฺปนฺนสญฺญี โวสาสนฺติยา น นิวาเรติ อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส ฯ {๗๘๖.๑} เอกโตอุปสมฺปนฺนาย โวสาสนฺติยา น นิวาเรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย อุปสมฺปนฺนสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุณีสั่งให้ถวายภัตตาหารของตน มิได้ถวายเอง ๑ ถวายภัตตาหารของ ผู้อื่น มิได้สั่งให้ถวาย ๑ สั่งให้ถวายภัตตาหารที่เขาไม่ได้ถวาย ๑ สั่งให้เขาถวายในภิกษุที่เขา ไม่ได้ถวาย ๑ สั่งให้ถวายเท่าๆ กันแก่ภิกษุทุกรูป ๑ สิกขมานาสั่งเสีย ๑ สามเณรีสั่งเสีย ๑ เว้นโภชนะห้า อาหารทุกอย่างไม่เป็นอาบัติ ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้อง อาบัติแล. ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๒ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ อตฺตโน ภตฺตํ ทาเปติ น เทติ อญฺเญสํ ภตฺตํ เทติ น ทาเปติ ยํ น ทินฺนํ ตํ ทาเปติ ยตฺถ น ทินฺนํ ตตฺถ ทาเปติ สพฺเพสํ สมกํ ทาเปติ สิกฺขมานา โวสาสติ สามเณรี โวสาสติ ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺติ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ทุติยสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------