วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑
ขมฺภกตวคฺโค
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๖๖. ๒๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำ ไปในละแวกบ้าน. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงเดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินค้ำกายข้าง เดียวก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ขมฺภกตา อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ {๘๒๐.๑} น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ เอกโต วา อุภโต วา ขมฺภํ กตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งค้ำกายในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๖๗. ๒๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำความค้ำ นั่งในละแวก บ้าน. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงนั่งค้ำกายไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งค้ำกายข้าง เดียวก็ตาม ทั้งสองข้างก็ตาม ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ขมฺภกตา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ {๘๒๑.๑} น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ เอกโต วา อุภโต วา ขมฺภํ กตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส วาสูปคตสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๖๘. ๒๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุม ศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ {๘๒๒.๑} น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์นั่งคลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๖๙. ๒๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่คลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงคลุมศีรษะนั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ คลุมศีรษะนั่ง ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ {๘๒๓.๑} น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส วาสูปคตสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์กระหย่งเท้าเดินไปในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๗๐. ๒๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ไปในละแวกบ้าน ด้วยทั้ง ความกระหย่ง. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงมีการกระหย่งเท้าเดินไปในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ {๘๒๔.๑} น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส วาสูปคตสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รัดเข่านั่งในละแวกบ้าน ... พระบัญญัติ ๑๗๑. ๒๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่นั่งในละแวกบ้านด้วยทั้ง ความรัด. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุไม่พึงมีการรัดเข่านั่งในละแวกบ้าน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อนั่งรัดเข่าด้วย มือก็ดี รัดเข่าด้วยผ้าก็ดี ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ อยู่ในที่พัก ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖ จบ. สารูป ๒๖ สิกขาบท จบ. ----------------------------------------------------- โภชนปฏิสังยุต ๓๐ สิกขาบท ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๗
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ {๘๒๕.๑} น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถปลฺลตฺถิกาย วา ทุสฺสปลฺลตฺถิกาย วา อนฺตรฆเร นิสีทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส วาสูปคตสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ สมตฺตึส โภชนปฺปฏิสํยุตฺตา
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต โดยไม่เอาใจใส่ ทำ อาการดุจทิ้งเสีย ... พระบัญญัติ ๑๗๒. ๒๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเอื้อเฟื้อ. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตโดยเคารพ ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่ เคารพ ทำอาการดุจทิ้งเสีย ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๘
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฉฑฺเฑตุกามา วิย ฯเปฯ {๘๒๖.๑} สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ ฉฑฺเฑตุกาโม วิย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต พลางแลไปในที่นั้นๆ เมื่อเขากำลังเกลี่ยบิณฑบาตลงก็ดี เมื่อเกลี่ยเสร็จแล้วก็ดี หารู้สึกตัวไม่ ... พระบัญญัติ ๑๗๓. ๒๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักจ้องในบาตรรับบิณฑบาต. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุพึงแลดูบาตรรับบิณฑบาต ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตพลาง เหลียวแลไปในที่นั้นๆ ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๘ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๙
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ตหํ ตหํ โอโลเกนฺตา ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ อากิรนฺเตปิ อติกฺกนฺเตปิ น ชานนฺติ ฯเปฯ {๘๒๗.๑} ปตฺตสญฺญี ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต รับแต่สูปะเป็นส่วน มาก ... พระบัญญัติ ๑๗๔. ๒๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตมีสูปะเสมอกัน. สิกขาบทวิภังค์ ที่ชื่อว่า สูปะ มีสองชนิด คือ สูปะทำด้วยถั่วเขียว ๑ สูปะทำด้วยถั่วเหลือง ๑ ที่ จับได้ด้วยมือ. อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตมีสูปะพอสมกัน ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับแต่สูปะอย่าง เดียวเป็นส่วนมาก ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ อาพาธ ๑ รับกับข้าวต่างอย่าง ๑ รับของญาติ ๑ รับของผู้ปวารณา ๑ รับเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ. ----------------------------------------------------- ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตา สูปํเยว พหุํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯเปฯ {๘๒๘.๑} สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ สูโป นาม เทฺว สูปา มุคฺคสูโป มาสสูโป หตฺถหาริโย ฯ สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปํเยว พหุํ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส รสรเส ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺสตฺถาย อตฺตโน ธเนน อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ
สาวัตถีนิทาน. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาตถึงล้นบาตร ... พระบัญญัติ ๑๗๕. ๓๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักรับบิณฑบาตจดเสมอขอบบาตร. สิกขาบทวิภังค์ อันภิกษุพึงรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร ภิกษุใดอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาต จนล้น ต้องอาบัติทุกกฏ. อนาปัตติวาร ไม่แกล้ง ๑ เผลอ ๑ ไม่รู้ตัว ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้อง อาบัติแล. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ จบ. วรรคที่ ๓ จบ. -----------------------------------------------------
สาวตฺถีนิทานํ ฯ เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯเปฯ {๘๒๙.๑} สมติตฺติกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ สิกฺขา กรณียา ฯ สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ ฯ โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ขมฺภกตวคฺโค ตติโย ฯ --------