This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒

本册其他条目

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๑]๒. อุทโทสิตสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒]๓. ตติยกฐินสิกขาบท เรื่องภิกษุรับอกาลจีวร [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๓]๔. ปุราณจีวรสิกขาบท เรื่องพระอุทายีกับอดีตภรรยา [ว่าด้วยการให้ซักจีวรเก่า]๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท เรื่องภิกษุณีอุบลวรรณา [ว่าด้วยการรับจีวร]๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการออกปากขอคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ]๗. ตตุตตริสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอจีวรเกิน]๘. อุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยคนตระเตรียมทรัพย์เป็นค่าจีวร]๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยทรัพย์เป็นค่าจีวรที่พระราชาเป็นต้นให้ทูตนำมาถวาย]๑๐. ราชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรที่เจ้าทรัพย์ส่งมาถวาย] รวมสิกขาบทที่มีในจีวรวรรค๑. โกสิยสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตใยไหม]๒. สุทธกาฬกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำล้วน]๓. เทฺวภาคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน]๔. ฉัพพัสสสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการเก็บสันถัตไว้ ๖ ปี]๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วยการทำสันถัตสำหรับรองนั่ง]๖. เอฬกโลมสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่งรับขนเจียมระหว่างทาง [ว่าด้วยการรับขนเจียม]๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้ซักขนเจียม]๘. รูปิยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการรับรูปิยะ]๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนรูปิยะ]๑๐. กยวิกกยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการซื้อขาย] รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๑. ปัตตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยบาตร]๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยบาตรมีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง]๓. เภสัชชสิกขาบท เรื่องพระปิลินทวัจฉะ [ว่าด้วยเภสัช]๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยผ้าอาบน้ำฝน]๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการให้จีวรแล้วชิงเอาคืน]๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอด้าย]๗. มหาเปสการสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการสั่งช่างหูกทอจีวร]๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท เรื่องมหาอมาตย์ถวายผ้าจำนำพรรษา [ว่าด้วยอัจเจกจีวร]๙. สาสังกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง]๑๐. ปริณตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภ] รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรคบทสรุป๑. มุสาวาทสิกขาบท เรื่องพระหัตถกศากยบุตร [ว่าด้วยการกล่าวเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เรื่องโคนันทิวิสาล พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบันอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบัน๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ เป็นต้นอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อุปสัมบันกล่าวส่อเสียดอุปสัมบัน เป็นอาบัติตามวัตถุ อนาปัตติวาร๔. ปทโสธัมมสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้กล่าวธรรมเป็นบทๆ]เรื่องภิกษุบวชใหม่ พระบัญญัติ เรื่องสามเณรราหุล พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยสหเสยยสิกขาบท เรื่องพระอนุรุทธะ [ว่าด้วยการนอนร่วมกันข้อที่ ๒]เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องอุบาสิกา พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ ๒ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๘. ภูตาโรจนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง]๙. ทุฏฐุลลาโรจนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการบอกอาบัติชั่วหยาบ]๑๐. ปฐวีขณนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการขุดดิน] รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๑. ภูตคามสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการพรากภูตคาม]๒. อัญญวาทกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน]๓. อุชฌาปนกสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ]๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๑]๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๒]๖. อนุปขัชชสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซง]๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉุดลากออก]๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยกุฎีชั้นลอย]๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่]๑๐. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยสิ่งมีชีวิต] รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ต่อ) คุณสมบัติของภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ๘ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ ครุธรรม ๘ ข้อ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๒. อัตถังคตสิกขาบท เรื่องพระจูฬปันถก [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์อัสดงแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๔. อามิสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส]เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. จีวรสิพพนสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการเย็บจีวรให้ภิกษุณี]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุณีถุลลนันทา พระบัญญัติ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๑๐. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ] รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระสารีบุตร พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เดินทางไกล พระอนุบัญญัติ ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่โดยสารเรือ พระอนุบัญญัติ ๕ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในมหาสมัย พระอนุบัญญัติ ๖ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เป็นภัตตาหารของสมณะ พระอนุบัญญัติ ๗ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องชายกรรมกรผู้ยากจน พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องวิกัปอาหารที่หวังว่าจะได้ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องอุบาสิกามารดาของนางกาณา เรื่องพ่อค้าเกวียน พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุหลายรูป พระบัญญัติ เรื่องภัตตาหารที่เป็นเดน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ลักษณะการบอกห้ามภัตตาหาร ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน ของเคี้ยว ของฉัน บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๒]๗. วิกาลโภชนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล]๘. สันนิธิการกสิกขาบท เรื่องพระเวฬัฏฐสีสะ [ว่าด้วยการสะสมโภชนะ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ ทรงอนุญาตน้ำและไม้ชำระฟัน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๑. อเจลกสิกขาบท เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วยนักบวชเปลือย]๒. อุยโยชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการส่งกลับ]๓. สโภชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซงในที่ที่มีคน ๒ คน]๔. รโหปฏิจฉันนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับมีสิ่งกำบัง]๕. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ]๖. จาริตตสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเที่ยวสัญจรไป]๗. มหานามสิกขาบท เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วยพระเจ้ามหานามศากยะ]๘. อุยยุตตเสนาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ]๙. เสนาวาสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการพักอยู่ในกองทัพ]๑๐. อุยโยธิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไปดูสนามรบ] รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๑. สุราปานสิกขาบท เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย]๒. อังคุลิปโตทกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใช้นิ้วมือจี้กันและกัน]๓. หัสสธัมมสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการเล่นนํ้า]๔. อนาทริยสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยความไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือน]๕. ภิงสาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ตกใจ]๖. โชติกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการก่อไฟผิง]๗. นหานสิกขาบท เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วยการสรงน้ำนอกสมัย]๘. ทุพพัณณกรณสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำจีวรใหม่ให้เสียสี]๙. วิกัปปนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการวิกัปปจีวร]๑๐. จีวรอปนิธานสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการซ่อนจีวร] รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๑. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยความจงใจปลงชีวิตสัตว์]๒. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต]๓. อุกโกฏนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่]๔. ทุฏฐุลลสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ]๕. อูนวีสติวัสสสิกขาบท เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี]๖. เถยยสัตถสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร]๗. สังวิธานสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม]๘. อริฏฐสิกขาบท เรื่องพระอริฏฐะ [ว่าด้วยพระอริฏฐะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค]๙. อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม]๑๐. กัณฏกสิกขาบท เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ [ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ] รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๑. สหธรรมิกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวตักเตือนผู้ร่วมประพฤติธรรมโดยชอบธรรม]๒. วิเลขนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]๓. โมหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ผู้อื่นหลง]๔. ปหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำร้ายเพื่อนภิกษุ]๕. ตลสัตติกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเงื้อหอกคือฝ่ามือขึ้นทำทีว่าจะทำร้าย]๖. อมูลกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล]๗. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญ]๘. อุปัสสุติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน]๙. กัมมปฏิพาหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคัดค้านกรรมที่ถูกต้อง]๑๐. ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไม่ให้ฉันทะแล้วไปเสีย]๑๑. ทัพพสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการถวายจีวรแก่พระทัพพมัลลบุตร]๑๒. ปริณามนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภที่เป็นของสงฆ์ไปเพื่อบุคคล] รวมสิกขาบทที่มีในสหธรรมิกวรรคเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศล การเข้าเขตพระราชฐานชั้นในมีโทษ ๑๐ อย่าง๒. รตนสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเก็บรัตนะที่เจ้าของลืมไว้]๓. วิกาลคามปเวสนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล]๔. สูจิฆรสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำกล่องเข็มด้วยกระดูกเป็นต้น]๕. มัญจปีฐสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการทำเตียงและตั่ง]๖. ตูโลนัทธสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น]๗. นิสีทนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้ารองนั่ง]๘. กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าปิดฝี]๙. วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าอาบนํ้าฝน]๑๐. นันทสิกขาบท เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วยพระนันทะ] รวมสิกขาบทที่มีในรตนวรรคบทสรุป๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากมือภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันในที่ที่ไม่ได้รับนิมนต์ไว้ก่อน เรื่องตระกูลหนึ่ง๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากทายกที่ไม่ได้แจ้งไว้ก่อน เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุป๑. ปริมัณฑลวรรค หมวดว่าด้วยการนุ่งห่มเรียบร้อย๒. อุชชัคฆิกวรรค หมวดว่าด้วยการหัวเราะ๓. ขัมภตกวรรค หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว๔. สักกัจจวรรค หมวดว่าด้วยความเคารพ๕. กพฬวรรค หมวดว่าด้วยคำข้าว๖. สุรุสุรุวรรค หมวดว่าด้วยการฉันดังซู้ดๆ๗. ปาทุกาวรรค หมวดว่าด้วยเขียงเท้า บทสรุป๘. อธิกรณสมถะคำนิคม

经典

๒. อุทโทสิตสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒]

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

26 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท นิทานวัตถุ ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุเก็บจีวรไว้ในโรงเก็บของ (ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒) เรื่องภิกษุหลายรูป

๔๗๑

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายฝากสังฆาฏิไว้กับ พวกภิกษุมีเพียงอุตตราสงค์กับอันตรวาสกออกจาริกไปสู่ชนบท สังฆาฏิเหล่านั้นเก็บ ไว้นานจึงขึ้นรา ภิกษุทั้งหลายจึงนำออกมาผึ่งแดด ท่านพระอานนท์เที่ยวไปตามเสนาสนะ เห็นภิกษุกำลังผึ่งสังฆาฏิอยู่จึงเข้าไป ถามภิกษุเหล่านั้นว่า “ท่านทั้งหลาย สังฆาฏิที่ขึ้นราเหล่านี้เป็นของใคร” ลำดับนั้น ภิกษุเหล่านั้นบอกเรื่องนั้นให้พระอานนท์ทราบ ท่านพระอานนท์ตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุทั้งหลายจึงฝาก สังฆาฏิไว้กับพวกภิกษุ มีเพียงอุตตราสงค์กับอันตรวาสกออกจาริกไปสู่ชนบทเล่า” ครั้นท่านตำหนิภิกษุเหล่านั้นโดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุเหล่านั้นว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวกภิกษุฝากสังฆาฏิไว้กับพวกภิกษุ มีเพียงอุตตราสงค์กับอันตรวาสก ออกจาริกไปสู่ชนบท จริงหรือ” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระ ผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกโมฆบุรุษเหล่านั้นจึง ฝากจีวรไว้กับพวกภิกษุ มีเพียงอุตตราสงค์และอันตรวาสกออกจาริกไปสู่ชนบทเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๙} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท พระบัญญัติ เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” ดังนี้แล้วรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลาย ยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ

๔๗๒

เมื่อจีวรของภิกษุสำเร็จแล้ว เมื่อกฐินเดาะแล้ว ถ้าภิกษุอยู่ ปราศจากไตรจีวรแม้สิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ สิกขาบทนี้พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้แก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ เรื่องภิกษุหลายรูป จบ เรื่องภิกษุเป็นไข้

๔๗๓

สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเป็นไข้อยู่กรุงโกสัมพี พวกญาติส่งทูตไปสำนัก ของภิกษุนั้นให้แจ้งข่าวว่า “นิมนต์พระคุณท่านมาเถิด พวกเราจะอุปัฏฐาก” ภิกษุ ทั้งหลายก็กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปเถิด พวกญาติจะอุปัฏฐากท่านเอง” ภิกษุนั้น กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทไว้ว่า ‘ภิกษุไม่ พึงอยู่ปราศจากไตรจีวร’ กระผมเป็นไข้ไม่สามารถนำไตรจีวรไปได้ กระผมจะไม่ไป” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงอนุญาตให้สมมติติจีวราวิปวาส ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมีกถาเพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ รับสั่ง กับภิกษุทั้งหลายว่า “เราอนุญาตให้สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร เพื่อ ภิกษุผู้เป็นไข้” ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สมมติอย่างนี้ วิธีสมมติติจีวราวิปวาส ภิกษุผู้เป็นไข้นั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้า ภิกษุผู้แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมเป็นไข้ไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๐} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ สามารถนำไตรจีวรไปได้ กระผมขอให้สงฆ์สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร พึงกล่าวขออย่างนี้เป็นครั้งที่ ๒ พึงกล่าวขออย่างนี้เป็นครั้งที่ ๓ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจาว่า

๔๗๔

ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้เป็นไข้ ไม่สามารถนำไตร จีวรไปได้เธอขอให้สงฆ์สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรถ้าสงฆ์พร้อมกัน แล้วพึงให้สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้เป็นไข้ไม่สามารถนำไตรจีวรไปได้ เธอขอให้สงฆ์สมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร สงฆ์ให้สมมติเพื่อไม่เป็น การอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการให้สมมติเพื่อไม่ เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวรแก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง การสมมติเพื่อไม่เป็นการอยู่ปราศจากไตรจีวร สงฆ์ให้แก่ภิกษุชื่อนี้แล้ว สงฆ์ เห็นชอบ เพราะฉะนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้” แล้วจึงรับสั่ง ให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระอนุบัญญัติ

๔๗๕

เมื่อจีวรของภิกษุสำเร็จแล้ว เมื่อกฐินเดาะแล้ว ถ้าภิกษุอยู่ ปราศจากไตรจีวรแม้สิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุ ได้รับสมมติ สิกขาบทวิภังค์

๔๗๖

คำว่า เมื่อจีวร...สำเร็จแล้ว หมายความว่า จีวรของภิกษุทำเสร็จ แล้ว สูญหายแล้ว ฉิบหายแล้ว ถูกไฟไหม้แล้ว หรือภิกษุหมดหวังว่าจะได้ผ้ามา เย็บเป็นจีวร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๑} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ คำว่า เมื่อกฐินเดาะแล้ว หมายความว่า กฐินเดาะด้วยมาติกาอย่างใดอย่าง หนึ่งในมาติกา ๘ หรือสงฆ์เดาะภายในระหว่าง คำว่า ถ้าภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้สิ้นราตรีหนึ่ง ความว่า ภิกษุอยู่ ปราศจากสังฆาฏิ อุตตราสงค์หรืออันตรวาสกผืนใดผืนหนึ่ง แม้คืนเดียว คำว่า เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ คือ ยกเว้นภิกษุผู้ได้รับสมมติ คำว่า ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ คือ จีวรเป็นนิสสัคคีย์พร้อมกับอรุณขึ้น คือเป็นของจำต้องสละแก่สงฆ์ แก่คณะหรือแก่บุคคล ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงสละจีวรที่เป็นนิสสัคคีย์อย่างนี้ วิธีสละจีวรที่เป็นนิสสัคคีย์ สละแก่สงฆ์ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุผู้ แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ จีวรผืนนี้ของกระผม อยู่ปราศแล้วล่วงราตรี เว้นจากได้รับการสมมติ เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละจีวรผืนนี้ แก่สงฆ์” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละ แก่สงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วก็พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” สละแก่คณะ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบ เท้าภิกษุผู้แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ จีวรผืนนี้ ของกระผมอยู่ปราศแล้วล่วงราตรี เว้นจากได้รับการสมมติ เป็นนิสสัคคีย์ กระผม สละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “ท่าน ทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละแก่ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านทั้งหลายพร้อมกันแล้วก็พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๒} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท บทภาชนีย์ สละแก่บุคคล ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่ง กระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านขอรับ จีวรผืนนี้ของกระผมอยู่ปราศแล้ว ล่วงราตรี เว้นจากได้รับการสมมติ เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละจีวรผืนนี้แก่ท่าน” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับสละนั้นพึงรับอาบัติแล้วพึงคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “กระผม คืนจีวรผืนนี้ให้แก่ท่าน” บทภาชนีย์ มาติกา

๔๗๗

หมู่บ้าน มีอุปจารเดียวกัน หมู่บ้าน มีอุปจารแยกกัน เรือน มีอุปจารเดียวกัน เรือน มีอุปจารแยกกัน โรงเก็บของ มีอุปจารเดียวกัน โรงเก็บของ มีอุปจารแยกกัน ป้อม มีอุปจารเดียวกัน ป้อม มีอุปจารแยกกัน เรือนยอดเดียว มีอุปจารเดียวกัน เรือนยอดเดียว มีอุปจารแยกกัน ปราสาท มีอุปจารเดียวกัน ปราสาท มีอุปจารแยกกัน เรือนโล้น มีอุปจารเดียวกัน เรือนโล้น มีอุปจารแยกกัน เรือ มีอุปจารเดียวกัน เรือ มีอุปจารแยกกัน หมู่เกวียน มีอุปจารเดียวกัน หมู่เกวียน มีอุปจารแยกกัน @เชิงอรรถ : @ คำว่า “อุปจาร” คือที่ใกล้เคียงกันบริเวณรอบๆ ชานเช่นอุปจารเรือนคือบริเวณรอบๆ เรือนซึ่ง @กำหนดจุดที่อยู่นอกบริเวณชายคาของตัวเรือนออกไปถึงจุดที่แม่บ้านยืนอยู่ที่ประตูเรือนสาดน้ำล้างภาชนะ @ออกไปตก (วิ.อ. ๑/๙๒/๓๒๒) @ หัมมิยะ เรือนโล้น ได้แก่ ปราสาทหลังคาโล้น มีเรือนยอดตั้งอยู่ที่ดาดฟ้า มีชานชมแสงจันทร์ @(วิ.อ. ๒/๔๘๒-๔๘๗/๑๕๙, วิ.อ. ๓/๒๙๔/๓๑๙, สารตฺถ.ฏีกา ๓/๗๑-๗๓/๒๘๕, วิมติ.ฏีกา ๒/๗๑-๗๓/๑๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๓} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท บทภาชนีย์ นา มีอุปจารเดียวกัน นา มีอุปจารแยกกัน ลานนวดข้าว มีอุปจารเดียวกัน ลานนวดข้าว มีอุปจารแยกกัน สวน มีอุปจารเดียวกัน สวน มีอุปจารแยกกัน วิหาร มีอุปจารเดียวกัน วิหาร มีอุปจารแยกกัน โคนไม้ มีอุปจารเดียวกัน โคนไม้ มีอุปจารแยกกัน ที่กลางแจ้ง มีอุปจารเดียวกัน ที่กลางแจ้ง มีอุปจารแยกกัน

๔๗๘

ที่ชื่อว่า หมู่บ้านมีอุปจารเดียวกัน คือ หมู่บ้านของตระกูลหนึ่งล้อม รั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในหมู่บ้าน แล้วพึงอยู่ภายในหมู่บ้าน ที่ชื่อว่า หมู่ บ้านมีอุปจารแยกกัน คือ หมู่บ้านของตระกูลหนึ่งไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ใน เรือนที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละหัตถบาส

๔๗๙

หมู่บ้านของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุต้องอยู่ในเรือนที่ ตนเก็บจีวรไว้ ในหอประชุมหรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส เมื่อไปหอประชุม ต้องเก็บจีวรไว้ในหัตถบาสแล้วอยู่ในหอประชุมหรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส ภิกษุเก็บจีวรในหอประชุมต้องอยู่ในหอประชุมหรือที่ริมประตูหรือไม่ละหัตถบาส หมู่บ้านไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ในเรือนที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๐

เรือน ของตระกูลหนึ่งล้อมรั้วไว้ด้วยกัน มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในเรือน ต้องอยู่ภายในเรือน เรือนไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๑

เรือน ของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลาย ห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส เรือนไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละหัตถบาส @เชิงอรรถ : @ หมู่บ้านที่จัดว่ามีอุปจารเดียวกัน ท่านกำหนดด้วยล้อมรั้วไว้ด้วยกัน, ที่จัดว่า มีอุปจารแยกกัน ท่าน @กำหนดด้วยไม่มีรั้วล้อม (ปริกฺขิตฺโตติ... เอตฺตาวตา เอกกุลคามสฺส เอกูปจารตา ทสฺสิตา. ฯเปฯ @อปริกฺขิตฺโตติ อิมินา ตสฺเสว คามสฺส นานูปจารตา ทสฺสิตา - วิ.อ. ๒/๔๗๘/๑๕๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท บทภาชนีย์

๔๘๒

โรงเก็บของ ของตระกูลหนึ่งล้อมรั้วไว้ด้วยกัน มีห้องใหญ่ห้องเล็ก หลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในโรงเก็บของที่ตนเก็บจีวรไว้ โรงเก็บของไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ในห้องเก็บของที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละ หัตถบาส

๔๘๓

โรงเก็บของ ของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน มีห้องใหญ่ห้อง เล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส โรงเก็บของไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๔

ป้อม ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องอยู่ภายในป้อมที่ตนเก็บจีวรไว้ ป้อมของต่างตระกูล มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตน เก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตูหรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๕

เรือนยอดเดียว ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องอยู่ภายในเรือนยอดเดียว ที่ตนเก็บจีวรไว้ เรือนยอดเดียวของต่างตระกูล มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ใน ห้องที่ตนเก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๖

ปราสาท ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องอยู่ในปราสาทที่ตนเก็บจีวรไว้ ปราสาทของต่างตระกูล มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ ตนเก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๗

เรือนโล้น ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องอยู่ภายในเรือนโล้นที่ตนเก็บ จีวรไว้ เรือนโล้นของต่างตระกูล มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ ตนเก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส

๔๘๘

เรือ ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องอยู่ภายในเรือที่ตนเก็บจีวรไว้ เรือของต่างตระกูล มีห้องใหญ่ห้องเล็กหลายห้อง ภิกษุต้องอยู่ในห้องที่ตน เก็บจีวรไว้หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท บทภาชนีย์

๔๘๙

หมู่เกวียน ของตระกูลหนึ่ง ภิกษุต้องไม่ละอัพภันดร ด้านหน้า หรือด้านหลัง ข้างละ ๗ อัพภันดร ด้านข้างด้านละ ๑ อัพภันดร หมู่เกวียนของต่างตระกูล ภิกษุเก็บจีวรไว้ในหมู่เกวียน ต้องไม่ละหัตถบาส

๔๙๐

นา ของตระกูลหนึ่งและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุต้องอยู่ภายในนาที่ ตนเก็บจีวรไว้ นาไม่มีรั้วล้อม ภิกษุต้องไม่ละหัตถบาส นาของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในนา ต้องอยู่ที่ริม ประตูหรือไม่ละหัตถบาส นาที่ไม่มีรั้วล้อม ต้องไม่ละหัตถบาส

๔๙๑

ลานนวดข้าว ของตระกูลหนึ่งและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุต้องอยู่ ภายในลานนวดข้าวที่ตนเก็บจีวรไว้ ลานนวดข้าวของตระกูลหนึ่งไม่มีรั้วล้อม ต้องไม่ ละหัตถบาส ลานนวดข้าวของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในลาน นวดข้าว ต้องอยู่ที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส ลานนวดข้าวของต่างตระกูลไม่มีรั้ว ล้อม ต้องไม่ละหัตถบาส

๔๙๒

สวน ของตระกูลหนึ่งและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในสวน ต้องอยู่ภายในสวน สวนที่ไม่มีรั้วล้อม ต้องไม่ละหัตถบาส สวนของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ภายในสวน ต้องอยู่ ที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส สวนที่ไม่มีรั้วล้อม ต้องไม่ละหัตถบาส

๔๙๓

วิหาร ของตระกูลหนึ่งและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุเก็บจีวรไว้ในวิหาร ต้องอยู่ภายในวิหาร วิหารของตระกูลหนึ่งไม่มีรั้วล้อม ต้องอยู่ในวิหารที่ตนเก็บจีวร ไว้หรือไม่ละหัตถบาส วิหารของต่างตระกูลและล้อมรั้วไว้ด้วยกัน ภิกษุต้องอยู่ในวิหารที่ตนเก็บจีวรไว้ หรือที่ริมประตู หรือไม่ละหัตถบาส วิหารของต่างตระกูลไม่มีรั้วล้อม ต้องอยู่ในวิหาร ที่ตนเก็บจีวรไว้ หรือไม่ละหัตถบาส @เชิงอรรถ : @ คำว่า “อัพภันดร” เป็นมาตราวัดในภาษามคธ เทียบเท่า ๒๘ ศอก หรือ ๗ วา (เอตํ อพฺภนฺตรํ @อฏฺฐวีสติหตฺถํ โหติ - วิ.อ. ๒/๔๘๙/๑๕๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท บทภาชนีย์

๔๙๔

โคนไม้ ของตระกูลหนึ่ง กำหนดเขตที่เงาแผ่ไปรอบๆ เวลาเที่ยงวัน ภิกษุเก็บจีวรภายในเขตเงา ต้องอยู่ในเขตเงา โคนไม้ของต่างตระกูล ต้องไม่ละหัตถบาส ที่ชื่อว่าที่กลางแจ้งมีอุปจารเดียวกัน คือ ป่าไม่มีบ้าน กำหนด ๗ อัพภันดร โดยรอบ เป็นอุปจารเดียว พ้นกำหนดนั้นเป็นอุปจารแยกกัน นิสสัคคิยปาจิตตีย์

๔๙๕

จีวรอยู่ปราศแล้ว ภิกษุสำคัญว่าอยู่ปราศแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิย ปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรอยู่ปราศแล้ว ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้ รับสมมติ จีวรอยู่ปราศแล้ว ภิกษุสำคัญว่าไม่อยู่ปราศแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่ได้ถอน ภิกษุสำคัญว่าถอนแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่ได้สละให้ ภิกษุสำคัญว่าสละให้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่สูญหาย ภิกษุสำคัญว่าสูญหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่ฉิบหาย ภิกษุสำคัญว่าฉิบหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่ถูกไฟไหม้ ภิกษุสำคัญว่าถูกไฟไหม้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ จีวรยังไม่ถูกโจรชิง ภิกษุสำคัญว่าถูกโจรชิงไปแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นแต่ภิกษุได้รับสมมติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๑. จีวรวรรค ๒. อุทโทสิตสิกขาบท อนาปัตติวาร ติกทุกกฏ จีวรเป็นนิสสัคคีย์ ภิกษุยังไม่สละ ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรไม่อยู่ปราศ ภิกษุสำคัญว่าอยู่ปราศแล้ว ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรไม่อยู่ปราศ ภิกษุไม่แน่ใจ ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรไม่อยู่ปราศ ภิกษุสำคัญว่าไม่อยู่ปราศ ใช้สอย ไม่ต้องอาบัติ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๔๙๖

๑. ภิกษุผู้ถอนภายในอรุณ ๒. ภิกษุผู้สละให้ไป ๓. ภิกษุผู้มีจีวรสูญหาย ๔. ภิกษุผู้มีจีวรฉิบหาย ๕. ภิกษุผู้มีจีวรถูกไฟไหม้ ๖. ภิกษุผู้มีจีวรถูกโจรชิงเอาไป ๗. ภิกษุผู้มีจีวรถูกถือเอาไปโดยวิสาสะ ๘. ภิกษุได้รับสมมติ ๙. ภิกษุวิกลจริต ๑๐. ภิกษุต้นบัญญัติ อุทโทสิตสิกขาบทที่ ๒ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๘}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้