This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๒

本册其他条目

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๑]๒. อุทโทสิตสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๒]๓. ตติยกฐินสิกขาบท เรื่องภิกษุรับอกาลจีวร [ว่าด้วยกฐินเดาะข้อที่ ๓]๔. ปุราณจีวรสิกขาบท เรื่องพระอุทายีกับอดีตภรรยา [ว่าด้วยการให้ซักจีวรเก่า]๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท เรื่องภิกษุณีอุบลวรรณา [ว่าด้วยการรับจีวร]๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการออกปากขอคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ]๗. ตตุตตริสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอจีวรเกิน]๘. อุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยคนตระเตรียมทรัพย์เป็นค่าจีวร]๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยทรัพย์เป็นค่าจีวรที่พระราชาเป็นต้นให้ทูตนำมาถวาย]๑๐. ราชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วย มูลค่าจีวรที่เจ้าทรัพย์ส่งมาถวาย] รวมสิกขาบทที่มีในจีวรวรรค๑. โกสิยสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตใยไหม]๒. สุทธกาฬกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำล้วน]๓. เทฺวภาคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำ ๒ ส่วน]๔. ฉัพพัสสสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการเก็บสันถัตไว้ ๖ ปี]๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท เรื่องพระอุปเสนวังคันตบุตร [ว่าด้วยการทำสันถัตสำหรับรองนั่ง]๖. เอฬกโลมสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่งรับขนเจียมระหว่างทาง [ว่าด้วยการรับขนเจียม]๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้ซักขนเจียม]๘. รูปิยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการรับรูปิยะ]๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนรูปิยะ]๑๐. กยวิกกยสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการซื้อขาย] รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๑. ปัตตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยบาตร]๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยบาตรมีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง]๓. เภสัชชสิกขาบท เรื่องพระปิลินทวัจฉะ [ว่าด้วยเภสัช]๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยผ้าอาบน้ำฝน]๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการให้จีวรแล้วชิงเอาคืน]๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการออกปากขอด้าย]๗. มหาเปสการสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการสั่งช่างหูกทอจีวร]๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท เรื่องมหาอมาตย์ถวายผ้าจำนำพรรษา [ว่าด้วยอัจเจกจีวร]๙. สาสังกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง]๑๐. ปริณตสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภ] รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรคบทสรุป๑. มุสาวาทสิกขาบท เรื่องพระหัตถกศากยบุตร [ว่าด้วยการกล่าวเท็จ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เรื่องโคนันทิวิสาล พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์อุปสัมบันกล่าวเสียดสีอุปสัมบันอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบัน๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ เป็นต้นอุปสัมบันกล่าวเสียดสีอนุปสัมบันอนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อุปสัมบันกล่าวส่อเสียดอุปสัมบัน เป็นอาบัติตามวัตถุ อนาปัตติวาร๔. ปทโสธัมมสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการให้กล่าวธรรมเป็นบทๆ]เรื่องภิกษุบวชใหม่ พระบัญญัติ เรื่องสามเณรราหุล พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยสหเสยยสิกขาบท เรื่องพระอนุรุทธะ [ว่าด้วยการนอนร่วมกันข้อที่ ๒]เรื่องพระอุทายี พระบัญญัติ เรื่องอุบาสิกา พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระอนุบัญญัติ ๒ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๘. ภูตาโรจนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา [ว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง]๙. ทุฏฐุลลาโรจนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการบอกอาบัติชั่วหยาบ]๑๐. ปฐวีขณนสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการขุดดิน] รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๑. ภูตคามสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยการพรากภูตคาม]๒. อัญญวาทกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน]๓. อุชฌาปนกสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ]๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๑]๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๒]๖. อนุปขัชชสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซง]๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉุดลากออก]๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยกุฎีชั้นลอย]๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่]๑๐. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวี [ว่าด้วยสิ่งมีชีวิต] รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ต่อ) คุณสมบัติของภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ๘ อย่าง สิกขาบทวิภังค์ ครุธรรม ๘ ข้อ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๒. อัตถังคตสิกขาบท เรื่องพระจูฬปันถก [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์อัสดงแล้ว]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๔. อามิสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส]เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ เรื่องภิกษุหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. จีวรสิพพนสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการเย็บจีวรให้ภิกษุณี]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุและภิกษุณีหลายรูป พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุณีถุลลนันทา พระบัญญัติ เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๑๐. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ] รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรคเรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องพระสารีบุตร พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องพระเทวทัต พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เดินทางไกล พระอนุบัญญัติ ๔ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่โดยสารเรือ พระอนุบัญญัติ ๕ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในมหาสมัย พระอนุบัญญัติ ๖ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันคณโภชนะได้ในสมัยที่เป็นภัตตาหารของสมณะ พระอนุบัญญัติ ๗ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องชายกรรมกรผู้ยากจน พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ ๑ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ถวายจีวร พระอนุบัญญัติ ๒ เรื่องทรงอนุญาตให้ฉันปรัมปรโภชนะได้ในสมัยที่ทำจีวร พระอนุบัญญัติ ๓ เรื่องวิกัปอาหารที่หวังว่าจะได้ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องอุบาสิกามารดาของนางกาณา เรื่องพ่อค้าเกวียน พระบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุหลายรูป พระบัญญัติ เรื่องภัตตาหารที่เป็นเดน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ ลักษณะการบอกห้ามภัตตาหาร ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน ของเคี้ยว ของฉัน บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท เรื่องภิกษุ ๒ รูป [ว่าด้วยการบอกห้ามภัตตาหารข้อที่ ๒]๗. วิกาลโภชนสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล]๘. สันนิธิการกสิกขาบท เรื่องพระเวฬัฏฐสีสะ [ว่าด้วยการสะสมโภชนะ]เรื่องพระฉัพพัคคีย์ พระบัญญัติ เรื่องภิกษุเป็นไข้ พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวารเรื่องภิกษุรูปหนึ่ง พระบัญญัติ ทรงอนุญาตน้ำและไม้ชำระฟัน พระอนุบัญญัติ สิกขาบทวิภังค์ บทภาชนีย์ อนาปัตติวาร รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๑. อเจลกสิกขาบท เรื่องพระอานนท์ [ว่าด้วยนักบวชเปลือย]๒. อุยโยชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการส่งกลับ]๓. สโภชนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซงในที่ที่มีคน ๒ คน]๔. รโหปฏิจฉันนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับมีสิ่งกำบัง]๕. รโหนิสัชชสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการนั่งในที่ลับ]๖. จาริตตสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการเที่ยวสัญจรไป]๗. มหานามสิกขาบท เรื่องมหานามศากยะ [ว่าด้วยพระเจ้ามหานามศากยะ]๘. อุยยุตตเสนาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ]๙. เสนาวาสสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการพักอยู่ในกองทัพ]๑๐. อุยโยธิกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไปดูสนามรบ] รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๑. สุราปานสิกขาบท เรื่องพระสาคตะ [ว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย]๒. อังคุลิปโตทกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใช้นิ้วมือจี้กันและกัน]๓. หัสสธัมมสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการเล่นนํ้า]๔. อนาทริยสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยความไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือน]๕. ภิงสาปนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ตกใจ]๖. โชติกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการก่อไฟผิง]๗. นหานสิกขาบท เรื่องพระเจ้าพิมพิสาร [ว่าด้วยการสรงน้ำนอกสมัย]๘. ทุพพัณณกรณสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำจีวรใหม่ให้เสียสี]๙. วิกัปปนสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการวิกัปปจีวร]๑๐. จีวรอปนิธานสิกขาบท เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ [ว่าด้วยการซ่อนจีวร] รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๑. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระอุทายี [ว่าด้วยความจงใจปลงชีวิตสัตว์]๒. สัปปาณกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต]๓. อุกโกฏนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่]๔. ทุฏฐุลลสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ]๕. อูนวีสติวัสสสิกขาบท เรื่องเด็กชายอุบาลี [ว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี]๖. เถยยสัตถสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร]๗. สังวิธานสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม]๘. อริฏฐสิกขาบท เรื่องพระอริฏฐะ [ว่าด้วยพระอริฏฐะกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค]๙. อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม]๑๐. กัณฏกสิกขาบท เรื่องสมณุทเทสชื่อกัณฏกะ [ว่าด้วยสมณุทเทสชื่อกัณฏกะถูกสงฆ์นาสนะ] รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๑. สหธรรมิกสิกขาบท เรื่องพระฉันนะ [ว่าด้วยการกล่าวตักเตือนผู้ร่วมประพฤติธรรมโดยชอบธรรม]๒. วิเลขนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วย การก่นสิกขาบท]๓. โมหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำให้ผู้อื่นหลง]๔. ปหารสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำร้ายเพื่อนภิกษุ]๕. ตลสัตติกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเงื้อหอกคือฝ่ามือขึ้นทำทีว่าจะทำร้าย]๖. อมูลกสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล]๗. สัญจิจจสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการจงใจก่อความรำคาญ]๘. อุปัสสุติสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน]๙. กัมมปฏิพาหนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการคัดค้านกรรมที่ถูกต้อง]๑๐. ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการไม่ให้ฉันทะแล้วไปเสีย]๑๑. ทัพพสิกขาบท เรื่องพระทัพพมัลลบุตร [ว่าด้วยการถวายจีวรแก่พระทัพพมัลลบุตร]๑๒. ปริณามนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการน้อมลาภที่เป็นของสงฆ์ไปเพื่อบุคคล] รวมสิกขาบทที่มีในสหธรรมิกวรรคเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศล การเข้าเขตพระราชฐานชั้นในมีโทษ ๑๐ อย่าง๒. รตนสิกขาบท เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง [ว่าด้วยการเก็บรัตนะที่เจ้าของลืมไว้]๓. วิกาลคามปเวสนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล]๔. สูจิฆรสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยการทำกล่องเข็มด้วยกระดูกเป็นต้น]๕. มัญจปีฐสิกขาบท เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร [ว่าด้วยการทำเตียงและตั่ง]๖. ตูโลนัทธสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น]๗. นิสีทนสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้ารองนั่ง]๘. กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าปิดฝี]๙. วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท เรื่องพระฉัพพัคคีย์ [ว่าด้วยการทำผ้าอาบนํ้าฝน]๑๐. นันทสิกขาบท เรื่องพระนันทะ [ว่าด้วยพระนันทะ] รวมสิกขาบทที่มีในรตนวรรคบทสรุป๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากมือภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันในที่ที่ไม่ได้รับนิมนต์ไว้ก่อน เรื่องตระกูลหนึ่ง๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวของฉันจากทายกที่ไม่ได้แจ้งไว้ก่อน เรื่องคนรับใช้ของเจ้าศากยะบทสรุป๑. ปริมัณฑลวรรค หมวดว่าด้วยการนุ่งห่มเรียบร้อย๒. อุชชัคฆิกวรรค หมวดว่าด้วยการหัวเราะ๓. ขัมภตกวรรค หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว๔. สักกัจจวรรค หมวดว่าด้วยความเคารพ๕. กพฬวรรค หมวดว่าด้วยคำข้าว๖. สุรุสุรุวรรค หมวดว่าด้วยการฉันดังซู้ดๆ๗. ปาทุกาวรรค หมวดว่าด้วยเขียงเท้า บทสรุป๘. อธิกรณสมถะคำนิคม

经典

๙. สาสังกสิกขาบท เรื่องภิกษุหลายรูป [ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง]

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

5 条1 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท นิทานวัตถุ ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง เรื่องภิกษุหลายรูป

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายเมื่อออกพรรษา ปวารณาแล้วยังอยู่ในเสนาสนะป่า กลุ่มกัตติกโจร เข้าใจว่า “พวกภิกษุมีลาภ” จึงเข้าปล้น พวกภิกษุได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงอนุญาตภิกษุให้เก็บจีวรไว้ในละแวกบ้าน ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมีกถาเพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ รับสั่ง กับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่ในเสนาสนะป่าเก็บไตร จีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านได้” สมัยนั้น พวกภิกษุทราบว่า “พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่ใน เสนาสนะป่าเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านได้” จึงเก็บไตรจีวรผืนใดผืน หนึ่งไว้ในละแวกบ้านอยู่ปราศเกิน ๖ คืน จีวรเหล่านั้นสูญหายบ้าง ฉิบหายบ้าง ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกหนูกัดบ้าง ภิกษุเหล่านั้นมีผ้าไม่ดี มีแต่จีวรเก่าๆ ภิกษุทั้งหลาย กล่าวอย่างนี้ว่า “เหตุใดพวกท่านมีผ้าไม่ดี มีแต่จีวรเก่าๆ” ทีนั้น ภิกษุเหล่านั้นจึง บอกเรื่องนั้นให้ทราบ บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุ ทั้งหลายจึงเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้าน แล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืนเล่า” ครั้นภิกษุทั้งหลายตำหนิภิกษุเหล่านั้นโดยประการต่างๆ แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูล พระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ @เชิงอรรถ : @ กตฺติกโจรกาติ กตฺติกมาเส โจรา หมายถึงพวกโจรเดือน ๑๒ (วิ.อ. ๒/๖๕๒/๒๔๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๓} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรง สอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวกภิกษุเก็บไตรจีวรผืนใด ผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืน จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ภิกษุทั้งหลาย ไฉน โมฆบุรุษเหล่านั้นจึงเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืน ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่ เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้ ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายยกสิกขาบท นี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ

ก็ ภิกษุจำพรรษาแล้วหวังจะอยู่ในเสนาสนะป่าที่รู้กันว่าน่าหวาด ระแวง มีภัยน่ากลัวเช่นนั้น จนถึงวันเพ็ญเดือน ๑๒ พึงเก็บไตรจีวรผืนใดผืน หนึ่งไว้ในละแวกบ้านได้ และภิกษุนั้นควรมีปัจจัยบางอย่างเพื่อการอยู่ปราศ จากจีวรนั้น ภิกษุนั้นพึงอยู่ปราศจากจีวรนั้นได้ ๖ คืนเป็นอย่างมาก ถ้าอยู่ปราศ เกินกว่ากำหนดนั้น ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ภิกษุผู้ได้รับสมมติ เรื่องภิกษุหลายรูป จบ สิกขาบทวิภังค์

คำว่า ก็...จำพรรษาแล้ว คือ ออกพรรษาแล้ว คำว่า วันเพ็ญเดือน ๑๒ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าตรงกับวันปุรณมีดิถีที่ ๔ ในกัตติกามาส คำว่า เสนาสนะป่า ความว่า เสนาสนะที่ชื่อว่าป่า มีระยะ ๕๐๐ ชั่วธนู เป็นอย่างต่ำ ที่ชื่อว่า น่าหวาดระแวง คือ ในอาราม อุปจารแห่งอาราม ปรากฏที่อยู่ ปรากฏที่กิน ปรากฏที่ยืน ปรากฏที่นั่ง ปรากฏที่นอนของพวกโจร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๔} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ ที่ชื่อว่า มีภัยน่ากลัว คือ ในอาราม อุปจารแห่งอาราม ปรากฏมีมนุษย์ ถูกพวกโจรฆ่า ปรากฏมีมนุษย์ถูกปล้น ปรากฏมีมนุษย์ถูกทุบตี คำว่า ภิกษุ...จะอยู่ในเสนาสนะป่าเช่นนั้น ความว่า ภิกษุยับยั้งอยู่ใน เสนาสนะเช่นนั้น คำว่า หวัง คือ ปรารถนา คำว่า ไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่ง ได้แก่ สังฆาฏิ อุตตราสงค์หรืออันตรวาสก คำว่า พึงเก็บไว้ในละแวกบ้านได้ คือ เก็บไว้ในโคจรคามโดยรอบ คำว่า ภิกษุนั้นควรมีปัจจัยบางอย่างเพื่อการอยู่ปราศจากจีวรนั้น คือ มี เหตุผลหรือกรณียกิจ คำว่า ภิกษุพึงอยู่ปราศจากจีวรนั้นได้ ๖ คืนเป็นอย่างมาก ความว่า อยู่ ปราศได้เพียง ๖ คืนเป็นอย่างมาก คำว่า เว้นไว้แต่ภิกษุผู้ได้รับสมมติ คือ ยกเว้นภิกษุที่ได้รับสมมติ คำว่า ถ้าอยู่ปราศเกินกว่ากำหนดนั้น ความว่า เมื่อรุ่งอรุณวันที่ ๗ มาถึง จีวรนั้นเป็นนิสสัคคีย์ คือเป็นของจำต้องสละแก่สงฆ์ แก่คณะหรือแก่บุคคล ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงสละจีวรที่เป็นนิสสัคคีย์อย่างนี้ วิธีสละจีวรที่เป็นนิสสัคคีย์ สละแก่สงฆ์ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุผู้ แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ จีวรผืนนี้ของ กระผมอยู่ปราศเกิน ๖ คืน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละจีวรผืนนี้แก่สงฆ์” ครั้นสละ แล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยญัตติกรรมวาจา ว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า จีวรของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละ แก่สงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วก็พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๕} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท บทภาชนีย์ สละแก่คณะ ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบ เท้าภิกษุผู้แก่พรรษา นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ จีวรผืนนี้ ของกระผมอยู่ปราศเกิน ๖ คืน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละจีวรผืนนี้แก่ท่านทั้งหลาย” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงรับอาบัติ พึงคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “ท่าน ทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า จีวรผืนนี้ของภิกษุชื่อนี้เป็นนิสสัคคีย์ เธอสละแก่ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านทั้งหลายพร้อมกันแล้วก็พึงให้จีวรผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้” สละแก่บุคคล ภิกษุรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นั่ง กระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านขอรับ จีวรผืนนี้ของกระผมอยู่ปราศเกิน ๖ คืน เป็นนิสสัคคีย์ กระผมสละจีวรผืนนี้แก่ท่าน” ครั้นสละแล้วพึงแสดงอาบัติ ภิกษุผู้รับสละนั้นพึงรับอาบัติแล้วคืนจีวรที่เธอสละให้ด้วยกล่าวว่า “กระผม คืนจีวรผืนนี้ให้แก่ท่าน” บทภาชนีย์ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

จีวรเกิน ๖ คืน ภิกษุสำคัญว่าเกิน อยู่ปราศ ต้องอาบัตินิสสัคคิย ปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ จีวรเกิน ๖ คืน ภิกษุไม่แน่ใจ อยู่ปราศ ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้ แต่ภิกษุได้สมมติ จีวรเกิน ๖ คืน ภิกษุสำคัญว่าหย่อนกว่า อยู่ปราศ ต้องอาบัตินิสสัคคิย ปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ จีวรยังไม่ได้ถอน ภิกษุสำคัญว่าถอนแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๖} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท อนาปัตติวาร จีวรยังไม่ได้สละ ภิกษุสำคัญว่าสละแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรยังไม่สูญหาย ภิกษุสำคัญว่าสูญหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรยังไม่ฉิบหาย ภิกษุสำคัญว่าฉิบหายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรยังไม่ถูกไฟไหม้ ภิกษุสำคัญว่าถูกไฟไหม้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ จีวรยังไม่ถูกชิงเอาไป ภิกษุสำคัญว่าถูกโจรชิงเอาไปแล้ว อยู่ปราศ ต้องอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่ภิกษุได้สมมติ ติกทุกกฏ ภิกษุไม่ได้สละจีวรเป็นนิสสัคคีย์ ใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรหย่อนกว่า ๖ ราตรี ภิกษุสำคัญว่าเกินแล้ว ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรหย่อนกว่า ๖ ราตรี ภิกษุไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ จีวรหย่อนกว่า ๖ ราตรี ภิกษุสำคัญว่าหย่อนกว่า ใช้สอย ไม่ต้องอาบัติ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุอยู่ปราศ ๖ ราตรี ๒. ภิกษุอยู่ปราศหย่อนกว่า ๖ ราตรี ๓. ภิกษุอยู่ปราศ ๖ ราตรี แล้วกลับมาคามสีมาแล้วจากไป ๔. ภิกษุถอนผ้าภายใน ๖ ราตรี ๕. ภิกษุสละให้ภายใน ๖ ราตรี ๖. ภิกษุที่มีจีวรสูญหายภายใน ๖ ราตรี ๗. ภิกษุที่มีจีวรฉิบหายภายใน ๖ ราตรี ๘. ภิกษุที่มีจีวรถูกไฟไหม้ภายใน ๖ ราตรี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๗} พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๔. นิสสัคคิยกัณฑ์] ๓. ปัตตวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท อนาปัตติวาร ๙. ภิกษุที่มีจีวรถูกโจรชิงเอาไปภายใน ๖ ราตรี ๑๐. ภิกษุผู้มีจีวรถูกถือเอาไปโดยวิสาสะภายใน ๖ ราตรี ๑๑. ภิกษุได้สมมติ ๑๒. ภิกษุวิกลจริต ๑๓. ภิกษุต้นบัญญัติ สาสังกสิกขาบทที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๑๗๘}

所用版本与授权

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้