สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี [ว่าด้วย ใช้น้ำมีตัวสัตว์]…
巴利文与译文
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ๒. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี
ทสมสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตรัฐ อาฬวี. ครั้งนั้นพวกภิกษุชาวรัฐอาฬวี กำลังกระทำนวกรรม รู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ จึงรดเองบ้าง ให้คนอื่นรดบ้าง ซึ่งหญ้าบ้าง ดินบ้าง. บรรดาภิกษุที่มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พวกภิกษุชาวรัฐอาฬวีรู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ จึงได้รดเองบ้าง ให้คนอื่นรดบ้าง ซึ่งหญ้าบ้าง ดินบ้างเล่า? แล้วกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุชาวรัฐอาฬวีว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอรู้อยู่ ว่าน้ำมีตัวสัตว์ รดเองบ้าง ให้คนอื่นรดบ้าง ซึ่งหญ้าบ้าง ดินบ้าง จริงหรือ? พวกภิกษุชาวรัฐอาฬวีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียน พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย พวกเธอรู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ ไฉน จึงได้รดเองบ้าง ให้คนอื่นรดบ้าง ซึ่งหญ้าบ้าง ดินบ้าง? การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่ เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๖๙. ๑๐. อนึ่ง ภิกษุใด รู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ รดก็ดี ให้รดก็ดี ซึ่งหญ้าก็ดี ดินก็ดี, เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี จบ. ----------------------------------------------------- สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ เตน โข ปน สมเยน อาฬวิกา ภิกฺขู นวกมฺมํ กโรนฺตา ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณมฺปิ มตฺติกมฺปิ สิญฺจนฺติปิ สิญฺจาเปนฺติปิ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อาฬวิกา ภิกฺขู ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณมฺปิ มตฺติกมฺปิ สิญฺจิสฺสนฺติปิ สิญฺจาเปสฺสนฺติปีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณมฺปิ มตฺติกมฺปิ สิญฺจถปิ สิญฺจาเปถปีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณมฺปิ มตฺติกมฺปิ สญฺจิสฺสถปิ สิญฺจาเปสฺสถปิ เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ {๔๐๒.๑} โย ปน ภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺเจยฺย วา สิญฺจาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุ ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า รู้อยู่ ได้แก่ รู้เอง หรือ คนอื่นบอกเธอ.
โย ปนาติ โย ยาทิโส ฯเปฯ ภิกฺขูติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ฯ ชานํ นาม สามํ วา ชานาติ อญฺเญ วา ตสฺส อาโรเจนฺติ ฯ
บทว่า รด คือ รดเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้รด คือ ใช้คนอื่นรด ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ใช้ครั้งเดียว แต่เขารดหลายครั้ง ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่าน้ำมีตัวสัตว์ รดเองก็ดี ให้คนอื่นรดก็ดี ซึ่งหญ้าก็ดี ซึ่งดิน ก็ดี. ต้องอาบัติปาจิตตีย์. น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสงสัย รดเองก็ดี ให้คนอื่นรดก็ดี ซึ่งหญ้าก็ดี ซึ่งดินก็ดี, ต้อง- *อาบัติทุกกฏ. น้ำมีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่าไม่มีตัวสัตว์ รดเองก็ดี ให้คนอื่นรดก็ดี ซึ่งหญ้าก็ดี ซึ่งดิน ก็ดี, ไม่ต้องอาบัติ. น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่ามีตัวสัตว์ ... ต้องอาบัติทุกกฏ. น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ. น้ำไม่มีตัวสัตว์ ภิกษุสำคัญว่าไม่มีตัวสัตว์ ... ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
สิญฺเจยฺยาติ สยํ สิญฺจติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สิญฺจาเปยฺยาติ อญฺญํ อาณาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สกึ อาณตฺโต พหุกํปิ สิญฺจติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สปฺปาณเก สปฺปาณกสญฺญี ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺจติ วา สิญฺจาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สปฺปาณเก เวมติโก ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺจติ วา สิญฺจาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สปฺปาณเก อปฺปาณกสญฺญี ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺจติ วา สิญฺจาเปติ วา อนาปตฺติ ฯ อปฺปาณเก สปฺปาณกสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อปฺปาณเก เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อปฺปาณเก อปฺปาณกสญฺญี อนาปตฺติ ฯ
ภิกษุไม่แกล้ง ๑ ภิกษุไม่มีสติ ๑ ภิกษุไม่รู้ ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุ อาทิกัมมิกะ ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ จบ. ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๒ จบ. ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำเรื่อง ๑. ภูตคามสิกขาบท ว่าด้วยพรากของเขียว ๒. อัญญวาทสิกขาบท ว่าด้วยแกล้งกล่าวคำอื่น ๓. อุชฌาปนสิกขาบท ว่าด้วยโพนทะนา ๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท ว่าด้วยหลีกไปไม่เก็บเสนาสนะ ๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท ว่าด้วยใช้เสนาสนะแล้วไม่เก็บ ๖. อนูปขัชชสิกขาบท ว่าด้วยนอนแทรกแซง ๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท ว่าด้วยการฉุดคร่าภิกษุ ๘. เวหาสกุฎีสิกขาบท ว่าด้วยนั่งนอนบนร่างร้าน ๙. มหัลลกสิกขาบท ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่ ๑๐. สัปปาณกสิกขาบท ว่าด้วยใช้น้ำมีตัวสัตว์. ฯ -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกสฺสาติ ฯ ทสมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ฯ ภูตคามวคฺโค ทุติโย ฯ ------- ตสฺสุทฺทานํ ภูตํ อญฺญาย อุชฺฌายํ ปกฺกมนฺเตน เต ทุเว ปุพฺเพ นิกฺกฑฺฒนาหจฺจ ทฺวารํ สปฺปาณเกน จาติ ฯ -------